ม.เกษตรฯ เปิดเสวนาเวทีสาธารณะรับฟังข้อมูลโครงการทางด่วนใช้แนวอุโมงค์แยกเกษตร–ถนนงามวงศ์วาน–สะพานพงษ์เพชร เป็นทางด่วนเก็บเงิน ไม่เหมาะสม กระทบพื้นที่ ไม่มีประเทศไทยไหนทำถนนสาธารณะเป็นทางด่วน เน้นแก้ไขด้วยระบบรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล แก้ไขปัญหาได้ดีกว่าทำรถติดสะสมเพิ่ม

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ธ.ค. ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ พร้อมด้วย ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตนายกสภาวิศวกร และอดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) รศ.ดร.ศุภวุฒิ มาลัยกฤษณะชลี อาจารย์หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายมนวรรธน์ กมลศิลปี ภาคประชาชน – ผู้ใช้เส้นทาง และนายปัณณวัตน์ ทาเทซาคี นายกองค์การบริหาร องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมเสวนาวิชาการเปิดเวทีสาธารณะรับฟังข้อมูล –ความคิดเห็นต่อรูปแบบใหม่ของโครงการทางด่วน N1 กรณีการใช้แนวอุโมงค์แยกเกษตร–ถนนงามวงศ์วาน–สะพานพงษ์เพชรเป็นทางด่วนเก็บเงิน โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

ดร.ดำรงค์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้เชิญนักวิชาการชาวบ้านนิสิต มาช่วยกันให้ความเห็นเวทีสาธารณะ กรณีการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ใช้สะพานข้ามแยกบางเขน สะพานพงษ์เพชร ไปยังทางด่วนศรีรัชฯ โดยใช้ข้อมูลเชิงวิชาการไม่ได้มีความขัดแย้งกับใครแต่อย่างใด ช่วงเวลาที่ผ่านมา ยืนยันว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ของประเทศชาติม.เกษตรฯ พร้อมสนับสนุน ปี 2516 ขยายถนนวิภาวดีรังสิต ม.เกษตรฯ มอบพื้นที่ 40 ไร่ให้ดำเนินการดังกล่าว ปี 2537 มอบให้อีก 1 ไร่ เพื่อให้ถนนตัดเข้าเส้นหน้ามหาวิทยาลัย พร้อมเสียให้อีก 6 ไร่ เพื่อสร้างอุโมงค์ข้ามแยกเกษตรฯ และถนนเลียบคลองจากถนนวิภาวดีรังสิตถึงถนนพหลโยธินอีก 41 ไร่ อะไรที่เป็นประโยชน์ก็มอบให้เป็นสาธารณะประโยชน์ของประเทศอยู่แล้ว ด้วยความเป็นมหาวิทยาลัย เรามีจุดยืนในการสอนนิสิตว่าการแก้ไขปัญหารถติดด้วยขนส่งมวลชนไม่ใช่สร้างทางด่วนเข้ามาในกรุงเทพมหานครและทำให้เกิดปัญหา โดยที่ไม่มีประเทศไหนเอาทางด่วนมากระจุกรวมกันแออัดในประเทศเอาก๊าซคาร์บอนฯ มาปล่อยใจกลางเมือง

ทางด่วนตอนเหนือ N1 N2 N3 ตั้งแต่ปี 2537 เริ่มสค้างตอม่อตั้งแต่ปี 2539 จนเกิดเป็นถนนเกษตรฯ-นวมินทร์ ขึ้นมา วิถีชีวิตเปลี่ยน มีการซื้อบ้านโดยไม่มีใครคิดว่าจะมีทางด่วนเกิดขึ้นมา สิ่งที่มีการเริ่มไว้ตั้งแต่ปี 2537 จะทำในปี 2552 ค่อนข้างยาก จนกระทั่งปี 2555 มีโครงการเกิดขึ้นจะทำทางด่วนตัดมหาวิทยาลัยเกษตรฯ ตอนนั้น ยืนยันว่าทางม.เกษตรฯ ไม่เห็นด้วยรัฐบาลยุคนั้นรับฟัง มีการเสนอให้สร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลแทน จนกระทั่งเปลี่ยนรัฐมนตรีใหม่ เอามาทบทวนปี 2559 และปี 2560 จะทำโครงการรถไฟฟ้าและทางด่วน จึงมีการเจรจา จะทำอุโมงค์ ทางม.เกษตรฯ ยังยืนยันไม่เห็นด้วย เนื่องจากชาวบ้านอยู่บริเวณดังกล่าวได้รับผลกระทบวิถีชีวิตของประชาชน

จากการที่มีเหตุการณ์ดังกล่าวในเชิงวิชาการยินดีรับฟังให้ข้อมูลไปช่วยให้รัฐบาลตัดสินใจ โครงการควรใช้รถไฟฟ้า ถือเป็นข้อผิดหวังหากพวกเราใช้เป็นทางสาธารณะเปลี่ยนไปเป็นทางด่วน ทั้งนี้ จะทำเป็นสรุปการเสวนาส่งให้ทางรัฐมนตรีรับผิดชอบและจะเอาข้อมูลให้กระทรวงคมนาคม ต้องช่วยกันคิด เนื่องจากเป็นสมบัติของชาติ ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งจะทำได้คนเดียว แต่ยืนยันว่า ทางด่วนไม่ตอบโจทย์กับคนพื้นถิ่น สิ่งที่จะทำนั้นถูกคิดมา 20-30 ปีที่แล้วเอามาทำตอนนี้ค่อนข้างยาก

ด้านศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า ตนเองเคยอาศัยอยู่บ้านลุงแถวนี้ มีข้อร้องเรียน ตอม่อเดียวเอาไม่อยู่ อีกทั้งกรุงเทพไม่ปลอดภัยจากแผ่นดินไหว ถนนทั้งแคบทั้งโค้งไม่เหมาะสมกับทางด่วน เสาต้นหนึ่งอยู่ในพื้นที่เกษตรฯ การทำทางด่วนผ่าเข้ามาจะกินพื้นที่จราจรและกินพื้นที่มหาวิทยาลัย มีมลภาวะทางเสียงและฝุ่น ไม่มีใครทำแบบนี้ในโลก ยกเอาถนนสาธารณะ รถติดที่สุดมาทำทางด่วน เหตุผลที่มีนโยบายจะดำเนินการเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ แค่เห็นภาพก็รู้ว่าทำไม่ได้เอาถนนสาธารณะมาเป็นทางด่วนในโลกไม่มีใครทำ ประชาชนในพื้นที่ ม.เกษตรฯ มีสิทธิ์โดยชอบธรรม เขาเสียสละทำเพื่อชุมชนสังคมมาโดยตลอด

ด้านรศ.ดร.ศุภวุฒิา กล่าวว่า ปัจจัยด้านวิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ สังคมและสิ่งแวดล้อม และกฎหมาย ทางด่วนเส้นนี้ไม่เหมาะสม เหมือนลักษณะเป็นการขโมยช่องจราจร 2 ช่อง จาก 4 ช่อง เป็นทางด่วน ถนนดังกล่าว รถติดมหาศาล 1 ช่องทางรถวิ่งผ่านได้ 1,800 คันต่อชั่วโมง แต่ช่องจราจรดังกล่าวรับได้ไม่ถึงขนาดปริมาณที่กล่าวมา เพราะช่องทางจราจรแคบปริมาณที่จะรับรถได้น้อยลง อาจจะต้องเวนคืนที่ดิน แต่จะทำให้รถติดเพิ่มขึ้นอีกเป็น 2 เท่า หรือมากกว่านั้น และจะติดเป็นลูกโซ่ถนนอื่นๆ ประเด็นสำคัญในทางวิศวกรรมไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ถือเป็นความน่ากังวลที่สุด

ส่วนประเด็นด้านสังคมสิ่งแวดล้อม รถติดมากขึ้น 2 เท่า ส่งผลรถติดถนนงามวงศ์วาน ควัน ฝุ่น ปัญหาสุขภาพจิตจะส่งผลกระทบคนบริเวณโดยรอบพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากหากดำเนินการตามโครงการดังกล่าวจะเหมือนมีรถเป็นร้อยเป็นพันจอดอยู่หน้าบ้านตลอดเวลา

ในแง่ประเด็นเศรษฐศาสตร์ ความเป็นไปได้ของโครงการ ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น จากสังคมและสิ่งแวดล้อมมาพิจารณาเพิ่มด้วย ทางด่วนเส้นนี้ไม่ได้มีผลประโยชน์ลดเวลาการเดินทาง แต่มีผลประโยชน์ด้านลบ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางจะเพิ่มขึ้น ดูผลการศึกษาวิเคราะห์ ไม่ได้คิดผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์ อาจลืมคิดถึงผลกระทบในแง่ลบของชุมชนโดยรอบไปด้วย อย่างไรก็ตาม ด้านผลกระทบกฎหมาย ทางด่วนดังกล่าวเป็นงบประมาณแผ่นดิน เจตนาทางหลวงเพื่อประโยชน์สาธารณะใช้ได้ฟรี แต่เป็นทางด่วนหารายได้ มันทำได้หรือไม่ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจสอบ ทั้งนี้ ถึงแม้มีการใช้ช่องทางออกพ.ร.บ.ยกเลิกที่สาธารณะ พื้นที่นั้นต้องหมดความจำเป็นทางสาธารณะโดยสิ้นเชิงใช้ประโยชน์ไม่ได้แล้วกรณีอุโมงค์ ถนนหน้าม.เกษตรฯ วันนี้จะเอามากั้นเก็บเงินเหมือนกับนัยยะหนึ่งเราถูกรอนสิทธิ์เคยได้ใช้หรือไม่ และอาจจะต้องสอบถาม สตง. ทำการตรวจสอบว่า เข้าข่ายกรณีดังกล่าวมาหรือไม่

โจทย์ต้องการแก้ไขปัญหาในการเดินทาง แต่ย้ำคิดสร้างทางด่วนเพื่อแก้ไขปัญหา มีผลการศึกษาปี 2525 แล้วนำมาใช้ในปี 2568 ขณะนั้นยังไม่มีรถไฟฟ้าเส้นแรกเลย แต่ปัจจุบันมีโครงข่ายรถไฟฟ้ามากขึ้น เราต้องไม่ยึดติดว่าเป็นแค่ทางด่วนเท่านั้นในการแก้ไขปัญหา แต่สามารถมองไปถึงรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลมากกว่า เพื่อลดมลพิษและเอาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 อย่างไรก็ตาม ขอฝากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจสอบกรณีดังกล่าวอีกครั้ง

ด้านนายมนวรรธน์ กล่าวว่า เป็นตัวแทนภาคประชาชน ใช้ชีวิตอยู่บริเวณนี้มาหลาย 10 ปี ทำงานที่อาตารปตท. ทางด่วนไม่ได้ตอบโจทย์ประชาชน เพราะส่วนใหญ่ขับรถเลี้ยวซ้ายเข้าเมือง ตนเป็นผู้ร่วมพัฒนาผังเมืองด้วยระบบเทคโนโลยีเอไอ หัวใจหลักคือการฟังเสียงของภาคประชาชน เพราะมีผลกระทบคนในพื้นที่ การอยู่ อาศัย ความปลอดภัยทและการเดินทาง อยากให้การทางพิเศษฟังผลกระทบของพื้นที่ ความลึก 15 เมตรเท่ากับตึก 45 ชั้น มีผลการสำรวจก.ค.ปี 67 ส่วนใหญ่ ร้อยละ 64 ไม่เห็นด้วย มีเพียง ร้อยละ 18 เห็นด้วย ไม่คืนทุนระยะเวลาการก่อสร้าง การปล่อยอากาศเสียปล่อยใส่ชุมชนระยะยาว มีมลพิษจากรถยนต์ 70,000 – 100,000 คันต่อวัน อุโมงค์ทางด่วนใช้เวลาก่อสร้างมากกว่า 5 ปี รวมถึงมีการเวนคืนที่ดิน 345 แปลง เกือบ 200 หลังคาเรือน ความกังวลส่วนตัวคือช่องจราจรที่หายไปว่า จะทำให้ผลกระทบกินพื้นที่ถนนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภายในอุโมงค์มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นทุกปี ยืนยันว่าต้องฟังเสียงของคนในพื้นที่ที่ภาครัฐจะพัฒนา อยากให้การทางพิเศษฯ รับฟังตรงนี้

ด้านนายปัณณวัตน์ กล่าวว่า ตัวผมเองเดือนนี้เมื่อปีก่อน เป็นเวทีเสวนาเมื่อปีก่อน ถ้ามีโครงสร้างพื้นฐานเกิดขึ้น ตนเองใช้ชีวิตอยู่บริเวณนี้ เรื่องสำคัญคือมุมมองของประชาชนชุมชนเด็กบุคลากรใครก็ตาม เป็นสถาบันการศึกษาอย่างเดียว อยู่เป็นชุมชน ประชาคมเกษตร ประเด็นแรกวิศวกรรม เรื่องของผังเมือง ไม่เห็นด้วยกรณีการสร้างทางด่วนดังกล่าว แล้วเมื่อเห็นเสาตอม่อ ถือเป็นภาพไม่สวยงาม ทั้งที่ควรเอาลงดิน ส่วนการก่อสร้างก็มีนิสิตหลายคนมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย การทำการสร้างจะกินพื้นที่ประชาชนพักอาศัยบริเวณดังกล่าว แต่อยากให้เน้นไปที่รถไฟฟ้ารถประจำทางรถโดยสาร เราต้องปรับตัวให้เข้ากับสังคมใหม่

เราจะเน้นเรื่องความเป็นอยู่มีนิสิตเกือบ 1 หมื่นคน เนื่องจาก นิสิต ออกแบบสอบถาม เพียงแค่ 2 วัน จึงได้ตัวเลขนิสิต ทึ่ตอบแบบสอยถามเพียงแค่หลักร้อย จากการสอบถามนิสิตกว่า 267 คน ไม่เห็นด้วยกรณีการใช้แนวอุโมงค์เกษตร – ถนนงามวงศ์วาน – สะพานพงษ์เพชรเป็นทางด่วนเก็บเงิน จะไม่มีการเปลี่ยนทางด่วนกลับมาเป็นทางสาธารณะอย่างแน่นอน ตนมีความเป็นห่วงโรงพยาบาลใกล้เคียงและกำลังจะเกิดขึ้นในม.เกษตรฯ อยากให้ภาครัฐพิจารณาอย่างถี่ถ้วนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน