กรมการศาสนา จับมือศาสนสถาน 3 ศาสนา จัดกิจกรรมเปิดบ้านชุมชนศาสนิกสัมพันธ์ “ม่วงแค – ฮารูณ – อัสสัมชัญ” ส่งเสริมให้ศาสนา เป็นพลังแห่งคุณธรรม
กรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับวัดม่วงแค มัสยิดฮารูณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ องค์กรเครือข่ายทางศาสนาและชุมชนในพื้นที่ จัดกิจกรรม “เปิดบ้านชุมชนศาสนิกสัมพันธ์” โดยมีน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม เป็นประธาน
พร้อมด้วย นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร นางพรพัน วัฒนสินธุ์ ผู้อำนวยการเขตบางรัก เเละผู้เเทนองค์การศาสนา ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ วัดม่วงแค มัสยิดฮารูณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร
น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนาร่วมมือกับ วัดม่วงแค ชุมชนพุทธศาสนิกชน มัสยิดฮารูณ ชุมชนศาสนิกชนมุสลิม อาสนวิหารอัสสัมชัญ ชุมชนคริสต์ศาสนิกชน ตลอดจนองค์กรเครือข่ายทางศาสนาและชุมชนในพื้นที่จัดกิจกรรม “เปิดบ้านชุมชนศาสนิกสัมพันธ์ ม่วงแค – ฮารูณ – อัสสัมชัญ” ในวันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2568
โดยเริ่มต้นที่อาสนวิหารอัสสัมชัญ ชมการร้องเพลงประสานเสียงโดยคณะนักร้องจากอาสนวิหารอัสสัมชัญ พร้อมเยี่ยมชมและรับฟังประวัติศาสตร์กว่า 150 ปีของศาสนสถานสำคัญแห่งนี้ จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดม่วงแค เพื่อชมการแสดง “รากไทยงาม” โดยนักเรียนโรงเรียนวัดม่วงแค
พร้อมกราบสักการะพระประธานในพระอุโบสถ และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูปโบราณ ซึ่งจัดแสดงพระพุทธรูปตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ ณ อาคารปั้นหยา ก่อนปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชมมัสยิดฮารูณ ชุมชนมุสลิมเก่าแก่กว่า 200 ปี ที่จัดนิทรรศการประวัติชุมชน การสาธิตศิลปวัฒนธรรมอิสลาม อาทิ การเขียนอักษรอาหรับ การแต่งกายแบบมุสลิม
รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารพื้นถิ่น และร่วมพิธีเปิดกิจกรรม ณ ลานอเนกประสงค์ของชุมชนมัสยิดฮารูณ ซึ่งกิจกรรมประกอบด้วย การถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานโดยเยาวชนมุสลิม การนำเสนอแนวคิดการขับเคลื่อนศาสนิกสัมพันธ์ Harmony Circle
โดยอธิบดีกรมการศาสนา การเสวนาศาสนิกสัมพันธ์ของผู้นำศาสนสถานทั้งสามแห่ง ตลอดจนการแสดงขับร้องอานาซีด การแสดงชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ สำหรับสุภาพสตรี ชุดพระราชทาน 3 แบบ สำหรับสุภาพบุรุษ และการแสดงชุดแต่งกายของชาวไทยมุสลิมและคริสตชน ซึ่งล้วนสะท้อนความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรมที่งดงามของสังคมไทย
รมว.วัฒนธรรม กล่าวต่อว่า การส่งเสริมให้ศาสนาเป็นพลังแห่งคุณธรรม และขับเคลื่อนงานศาสนิกสัมพันธ์ให้เป็นกลไกเชื่อมโยงความเข้าใจระหว่างประชาชนต่างศาสนา มุ่งสร้างสังคมที่อยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความเคารพ เสมอภาค และเกื้อกูลต่อกัน
กรมการศาสนาดำเนินงานภายใต้เจตนารมณ์ในการสร้าง “พื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกัน” ที่ทุกศาสนาและทุกวัฒนธรรมสามารถแบ่งปันคุณค่าทางจิตวิญญาณ ถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรม และร่วมธำรงรักษาสันติสุข อันเป็นหัวใจสำคัญของความงดงามตามแบบสังคมพหุวัฒนธรรมของประเทศไทย
การจัดกิจกรรม “เปิดบ้านชุมชนศาสนิกสัมพันธ์” ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นภาพสะท้อนพลังของการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรมเท่านั้น
หากยังเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่ต้นแบบของชุมชนที่ธำรงความเข้าใจ ความร่วมมือ และความเอื้ออาทรระหว่างศาสนิกไว้อย่างงดงาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้กิจกรรมจะเสร็จสิ้นลงในวันนี้ แต่เจตนารมณ์และความยั่งยืนของความสัมพันธ์ระหว่างศาสนิกจะยังคงดำเนินต่อไป ผ่านการสานต่อความร่วมมือของชุมชนและเครือข่ายทางศาสนา
รวมทั้งการส่งเสริมของภาครัฐที่พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนให้เกิดการอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจในระยะยาว กิจกรรมครั้งนี้จึงนับเป็นหมุดหมายสำคัญด้านศาสนาและวัฒนธรรมสำหรับเยาวชน นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป อันจะช่วยเสริมพลังในการสร้างสังคมไทยที่สงบสุข สมานฉันท์ และร่วมกันสืบสานคุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรมให้คงอยู่อย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป
บาทหลวงอดิศักดิ์ สมแสรงสรวง เจ้าอาวาสอาสนวิหารอัสสัมชัญ กล่าวว่า “ขอต้อนรับท่านทุกคนด้วยความชื่นชมยินดี ที่วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านซาบีดา ไทยเศรษฐ์ มาร่วมกิจกรรมเปิดบ้านชุมชนศาสนิกสัมพันธ์ ชุมชนละแวกนี้ประกอบด้วยผู้คนที่มีความเชื่อแตกต่างกัน ในทั้ง 3 ศาสนา ศาสนาพุทธมีศูนย์กลางที่วัดม่วงแค ศาสนาอิสลามมีมัสยิดฮารูณ ศาสนาคริสต์มีอาสนวิหารอัสสัมชัญแห่งนี้
ซึ่งทั้ง 3 ชุมชนก็อย่าใกล้ชิดกัน บรรพบุรุษของพวกเราได้ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันมาอย่างสันติแม้จะมีความเชื่อและวิถีชีวิตที่ปฏิบัติแตกต่างกัน พวกท่านเหล่านั้นได้ดำรงชีวิตอย่าบนพื้นฐานการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ประกอบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ที่สละเวลากรุณามาเปิดงานศาสนิกสัมพันธ์ 3 ศาสนา นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับพวกเราชาวคริสต์ที่ได้ต้อนรับท่านและแขกผู้มีเกียรติที่มาในที่แห่งนี้”
อิหม่ามธนารัช วัชระพิสุทธิ์ อิหม่ามประจำมัสยิดฮารูณ กล่าวว่า ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ รู้สึกปลื้มใจมาก เพราะเมื่อต้นปีที่ผ่านมาไม่มีนักข่าวมาเลย เราก็ถามนักข่าวว่าทำไมไม่มา เขาบอกว่าทะเลาะกันสิจะได้มาทุกช่อง แต่ในวันนี้ไม่จำเป็นเลย
“วันนี้กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดอย่างยอดเยี่ยมมากๆ ต้องขอขอบคุณทุกท่าน และขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่บรรยากาศของงานในวันนี้ ขอบคุณมาก” อิหม่ามธนารัช กล่าว
ด้าน น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า ดิฉันยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม เปิดบ้านชุมชนศาสนิกสัมพันธ์ในวันนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา มีภารกิจในการอุปถัมภ์ศาสนา รวมทั้งส่งเสริมความเข้าใจอันดี แล้วก็สร้างความสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกชนทุกศาสนา
ประกอบไปด้วยการดำเนินตามนโยบาย ไท ไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นการส่งเสริม พลังทางวัฒนธรรมให้เกิดเป็นรายได้จริง
รวมทั้งเปิดที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมใหม่ๆ และเป็นการท่องเที่ยวในมิติของศาสนา เพื่อให้มีการค้นหาทุนทางวัฒนธรรม อย่างที่ดิฉันได้เดินผ่านมา ก็จะมีบูธอาหาร บูธงานประดิษฐ์ เนื่องจากว่ากลุ่มสตรี ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแม่บ้านศาสนิกชน
หรือกลุ่มแม่บ้านคริสตชน ก็มาร่วมกันให้ความรู้แก่พ่อแม่พี่น้องในชุมชน เกี่ยวกับงานประดิษฐ์ การทำการตลาดให้กับสินค้าเพื่อเป็นสินค้าของชุมชน เพื่อเป็นการยกระดับชุมชน โรตีของชาวมุสลิม ป๊อปคอร์นของท่านเจ้าอาวาส เป็นการผสมผสานเป็นการแสดงถึงความสามัคคี
ของผู้คนในชุมชน ดิฉันได้เดินทางไปตั้งแต่โบสถ์ของอาสนวิหารอัสสัมชัญ ก็ได้ทราบถึงประประวัติโดยสังเขปของศาสนสถาน แล้วจากนั้นเดินทางไปที่วัดม่วงแค แล้วสุดท้ายมาที่มัสยิดฮารูณ ซึ่งแต่ละที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างยาวนาน สิ่งสำคัญก็คือว่าผู้คนในชุมชนมีความเข้มแข็ง ต้องการที่จะสะท้อนประวัติศาสนาอันงดงาม สะท้อนเรื่องราวทางศาสนา
แต่อย่างไรก็ดีก็ดีชุมชนที่มีความเข้มแข็ง มีความสมัครสมานสามัคคี อยู่ด้วยกันแบบพี่แบบน้อง ดิฉันขอเรียนว่า ตัวอย่างของการอยู่ร่วมกันบนสังคมบนพหุวัฒนธรรมอย่างแท้จริง มีความคาดหวังว่า สถานที่หรือกิจกรรมเหล่านี้ จะเกิดขึ้นได้ในทุกปี แล้วในวันนี้ศาสนาทำให้มีความเชื่อมโยง
มีความผูกพันธ์ซึ่งกันและกัน อยู่ด้วยกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ดิฉันหวังว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จะเป็นการยกระดับ ไปอีกขั้นหนึ่งของความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งของพี่น้องทุกศาสนา วันนี้ก็ขอให้ทุกสิ่งศักดิ์สิทธิที่ทุกท่านได้นับถือ ตอบแทนความดีงาม และตอบแทนให้พี่น้องทุกท่านประสบความสำเร็จ”















