ทส. จับมือ Thai SCP สานพลังสู่เป้า Net Zero 2050 พร้อมดัน “ตลาดสีเขียว” ให้เกิดขึ้นจริง หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนสู่เป้าหมาย-ลดวิกฤตโลกเดือด
เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ Thai SCP Network และ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) จัดงานประชุมวิชาการประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ“การเติบโตที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมการผลิตและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ” โดยระดมสมองภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยและเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ทันต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และวิกฤตโลกเดือด

น.ส.ภัทรานันท์ ทองประพาฬ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ประจำกระทรวงทรัพยากรฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนไทยผ่านการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน” ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งมั่นการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ และปรับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ให้เร็วขึ้นจากปี ค.ศ. 2065 เป็นภายในปี ค.ศ. 2050 หรือเร็วขึ้นถึง 15 ปี ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรฯ ยังมอบนโยบายเร่งด่วนเรื่อง Zero Food Waste หรือการจัดการขยะอาหารให้เป็นศูนย์ นำร่องในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และเตรียมพิจารณามาตรการทางกฎหมายเพื่อเชื่อมโยงการจัดการขยะอาหารเข้าสู่ระบบ EIA สำหรับโครงการขนาดใหญ่ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสังคมไทย โดยเชื่อมั่นว่าวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของรัฐบาลกับการผนึกพลังขับเคลื่อนที่เข้มแข็งจากเครือข่าย Thai SCP จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เกิดการผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบ สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้อย่างแท้จริง

ด้าน ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะประธาน Thai SCP Network กล่าวว่า การประชุมในปีนี้จัดขึ้นในช่วงเวลาที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่ปีจะถึงกำหนดเป้าหมาย SDGs ในปี 2030 โดยเป้าหมายที่ 12 (SDG 12) เรื่องการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนจึงเป็นเสมือตัวกลางที่เชื่อมโยงทุกมิติของการพัฒนา หากเราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในระดับรากฐานนี้ได้ จะส่งผลโดยตรงต่อการลดโลกร้อนและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

“สำหรับทิศทางในอนาคต สมาคมฯ จะมุ่งเน้นการผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติจริง โดยล่าสุดได้ผนึกกำลังลงนาม MOU ร่วมกับ กรมบัญชีกลาง กรมควบคุมมลพิษ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เพื่อขับเคลื่อนมาตรการ “การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวภาครัฐ (Green Public Procurement)” อย่างเป็นรูปธรรม โดยร่วมมือกับภาครัฐในการกำหนดทิศทางการข้อบังคับสำหรับการสร้างตลาดสีเขียวให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อกระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมเร่งปรับตัวสู่การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม”
ขณะที่นายธนัญชัย วรรณสุข รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้บรรยายพิเศษเรื่อง “สนธิสัญญาพลาสติกโลก และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทย” โดยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ไทยต้องปรับตัวตามกติกาโลก ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนภายใต้ แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) มีเป้าหมายท้าทายสำคัญ คือ การนำขยะพลาสติกเป้าหมายกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลให้ได้ 100% ภายในปี 2570 รวมถึงการลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะนำไปฝังกลบ และป้องกันขยะพลาสติกหลุดรอดลงสู่ทะเล ผ่านมาตรการส่งเสริมการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ (Eco-design) และการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้นในอนาคต