ตร. ขับเคลื่อนกวาดล้างขบวนการสแกมเมอร์ ตัดวงจรอาชญากรรมตั้งแต่ต้นทาง
วันที่ 20 ม.ค. 2569 พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ขับเคลื่อนการป้องกันปราบปรามคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกมิติมาอย่างต่อเนื่อง บูรณาการหน่วยที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดวันนี้ได้มีการประชุมขับเคลื่อน ศปอส.ตร. ครั้งที่ 4/2569 โดยมี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม
พล.ต.อ.ธนา ได้สั่งการให้ บช.สอท พิจารณารวมเคสคดีความผิดทุกประเภทที่มีผู้กระทําความผิดรายเดียวกัน เพื่อทําการสืบสวนจับกุมผู้กระทําความผิดในภาพรวมทั่วประเทศ หรือหากพบว่าคดีนั้นเกิดในพื้นที่ใด ให้ประสานการปฏิบัติกับหน่วยในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและเปิดปฏิบัติการร่วมกัน สำหรับสถานการณ์บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
ทําให้กลุ่มอาชญากรรมสแกมเมอร์มีการย้ายฐานไปยังพื้นที่อื่นรวบรวมข้อมูลสถิติการเกิดเหตุมาวิเคราะห์หากลุ่มเป้าหมายอาชญากรกลุ่มดังกล่าว ว่าปัจจุบันได้ย้ายฐานการกระทําความผิดไปยังพื้นที่ใด เพื่อหาวิธีรับมือกับวิธีการและพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไป และกรณีมีการรับตัวหรือตรวจพบชาวไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศเพื่อนบ้า
น พบมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มสแกมเมอร์ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ออกหมายจับ หรือแจ้งข้อกล่าวหาผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทําความผิดโดยเร็ว เพื่อนําตัวผู้ต้องหากลุ่มนี้มาลงโทษตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ให้ตำรวจภูธรจังหวัดประสานกับธนาคารสาขาในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อขอความร่วมมือในการบูรณาการป้องกันปราบปรามบัญชีม้า โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ธนาคารพบบุคคลหรือลูกค้าที่มีความผิดปกติ ลักษณะคล้ายบัญชีม้า ให้แจ้งให้ทางสถานีตํารวจทราบ เพื่อที่จะได้เข้าทําการตรวจสอบ จับกุม รวมถึงตรวจพิสูจน์ และขยายผลการกระทําความผิด
พร้อมมอบหมายให้ทุกหน่วยวางแผนการประชาสัมพันธ์เรื่องวัคซีนไซเบอร์ ทั้งในด้านการจับกุม ดําเนินคดีกับผู้กระทําความผิด และวิธีการที่ผู้กระทําความผิดใช้ในการหลอกลวงผู้เสียหาย เพื่อให้สังคมรับรู้ได้เป็นวงกว้าง รวมถึงเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ประชาชนหลงเชื่อคนร้ายได้โดยง่าย
ด้าน พล.ต.ท.จิรภพ เปิดเผยว่า จากสถิติในปี 2568 พบว่ามีจํานวนคดีรวมทั้งหมด 379,869 คดี ปัจจุบันในปี 2569 มีจํานวนคดีใหม่มากกว่า 1,000 คดีต่อวัน ซึ่งศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ได้ตั้งเป้ากําหนดเป้าหมายปรับลดจํานวนคดีให้เหลือประมาณ 800 คดีต่อวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคดีและการต่อสู้กับขบวนการสแกมเมอร์ จึงกำชับให้ทุกหน่วยเดินหน้าสืบสวนป้องกันปราบปรามอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
พร้อมให้พิจารณาแนวทางจัดตั้งชุดปฏิบัติการระดับภูธรจังหวัดและระดับตำรวจภูธรภาค ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยเฉพาะด้านการเงินดิจิทัล สืบสวนเส้นเงิน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ในเชิงลึก
โดยได้วางมาตรการเชิงรุกทั้งในด้านการป้องกันและการปราบปราม มุ่งเป้าไปที่กลุ่มขบวนการสแกมเมอร์ การฉ้อโกงออนไลน์ และการพนันออนไลน์ รวมถึงการขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายบัญชีม้าและช่องทางการฟอกเงิน เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมตั้งแต่ต้นทาง
พร้อมทั้งย้ำเตือนให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความละเอียดรอบคอบตามระเบียบกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาความปลอดภัยในโลกออนไลน์


