สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) นำโดย ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA พร้อมด้วยคุณพลอย เจริญสม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ETDA และคุณศุภจิตรา เลาหวัฒนภิญโญ เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส ศูนย์พัฒนากฎหมาย ETDA เปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชน อัปเดตความคืบหน้าการกำกับดูแลธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ภายใต้พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 (กฎหมาย DPS) พร้อมสื่อสารทิศทางการทำงานในปี 2569 ที่มุ่งเดินหน้าต่อยอด “กลไกร่วมกำกับ” เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลของประเทศให้โปร่งใส เป็นธรรม และเชื่อมั่นได้ในทางปฏิบัติ

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA เปิดเผยว่า การกำกับดูแลภายใต้กฎหมาย DPS ของ ETDA ไม่ได้มุ่งเพียงการออกกติกา แต่ให้ความสำคัญกับการทำให้กติกาที่ “ใช้งานได้จริง” ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะหน่วยงานกำกับดูแล โดยในปี 2569 ETDA จะขับเคลื่อนงานกำกับดูแลครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ การยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการ การส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมบนแพลตฟอร์ม และการป้องกันการฉ้อโกงทางออนไลน์

โดยในมิติการดูแลสินค้าหรือบริการที่ต้องมีมาตรฐานตามกฎหมายเมื่อให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม ETDA เดินหน้าทั้งการกำหนดกติกาและการขยายขอบเขตการกำกับดูแลให้ครอบคลุมบริการรูปแบบต่าง ๆ มากขึ้น โดยเริ่มที่ในส่วนของแพลตฟอร์มประเภทตลาดสินค้า (Online Marketplace) ที่ประกาศฯ การดำเนินการอื่นสำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้า ตามมาตรา 18 (2) มีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยกำหนดให้แพลตฟอร์ม Online Marketplace ตามประกาศรายชื่อ 21 แพลตฟอร์ม ต้องปฏิบัติตามเมื่อสินค้าที่ขายหรือโฆษณาบนแพลตฟอร์มเป็นประเภทที่เข้าข่ายต้องมีมาตรฐาน เช่น มอก. หรือมาตรฐานของ อย. ซึ่งสิ่งที่แพลตฟอร์ม “ต้องทำ” หลัก ๆ คือ ตรวจสินค้า ตรวจร้านค้า และหากพบว่าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ต้องช่วย “เอาลง” ตามหลักการ Notice & Take Down เป็นต้น

ทั้งนี้ ก่อนประกาศบังคับใช้ ETDA ได้หารือร่วมกับหน่วยงานกำกับอย่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อทำความเข้าใจวิธีการตรวจและการสื่อสาร รวมถึงการจัดทำ “คู่มือการตรวจ” พร้อมสื่อสารกับแพลตฟอร์มเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสินค้า การเชื่อมฐานข้อมูล และรูปแบบการลงข้อมูลในหน้าแสดงสินค้า เช่น การแสดงตราสัญลักษณ์หรือรายละเอียดมาตรฐานต่าง ๆ โดย ETDA เข้าใจข้อจำกัดของผู้ประกอบการและร้านค้าที่มีรายการสินค้าจำนวนมาก จึงทำงานแบบประคับประคองให้ทุกฝ่าย “เข้าใจตรงกัน” แล้วค่อย ๆ เริ่มปฏิบัติ

จากนี้ ETDA จะ “monitor ข้อมูล” ร่วมกับหน่วยงานกำกับสินค้า เพื่อดูแนวโน้มเคสสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานว่า “ลดลงบ้างไหม” และหากยังมีเคส จะนำไปหารือกับแพลตฟอร์มว่าดำเนินการครบถ้วนตามหน้าที่หรือไม่ พร้อมนัดซ้อมความเข้าใจกับ อย. และ สมอ. เพื่อให้ตรงกันว่าควรตรวจอะไรและตรวจอย่างไร และเตรียมขยายการกำกับไปยังแพลตฟอร์ม Social Commerce (สื่อสังคมออนไลน์ที่มีฟังก์ชันสนับสนุนการซื้อขาย) ตามมาตรา 18 (2) เพื่อให้มาตรฐานการดูแลครอบคลุมสภาพตลาดดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไป

ขณะเดียวกัน ในกลุ่มบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ หรือ Ride Sharing ก็ได้ออกมาตรการผ่อนปรนและอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่สามารถขึ้นทะเบียน รย.17/18 กับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้ง่ายขึ้น ผ่านระบบ Driver Verify เพื่อออกใบรับรองในการใช้เป็นหลักฐานประกอบการขึ้นทะเบียนกับ ขบ. ให้ทันก่อนระยะผ่อนผัน ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

ทั้งยังขยายประกาศ Ride Sharing ให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 พร้อมเตรียมหารือร่วมกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และแพลตฟอร์ม เพื่อเร่งกำหนดแพ็กเกจประกันภัยรูปแบบใหม่ ความเป็นไปได้ในการขยายขนาดซีซีของรถจักรยานยนต์ที่ให้บริการผ่านแอป และค่าธรรมเนียมลีสซิ่งที่เหมาะสมกับการให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน โดย ดร.ชัยชนะ ย้ำว่าโจทย์สำคัญคือการร่วมผลักดันให้ “คนขับ” และ “รถ” เข้าสู่ระบบอย่างถูกกฎหมายก่อนให้บริการบนแพลตฟอร์ม

นอกจากนี้ ETDA ยังเตรียมผลักดันกรอบการกำกับดูแลตัวเอง (Self-regulation) เพื่อให้แพลตฟอร์มมีส่วนร่วมกันกำหนดกติกาสำหรับ “สินค้าความเสี่ยง” บนตลาดออนไลน์ อาทิ ปืน, SIM Box และบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม หน่วยงานกำกับ และภาคผู้บริโภค เพื่อจัดทำ “มาตรฐานขั้นต่ำ” ที่สามารถใช้งานได้จริง ครอบคลุมกระบวนการตรวจสอบ คัดกรอง แจ้งเตือน ระงับ และจัดการกรณีฝ่าฝืนซ้ำ

ดร.ชัยชนะ สะท้อนว่า หากบางประเด็นสามารถ “ทดลองกำกับกันเอง” ได้ก่อน และได้ผล ก็จะช่วยให้การแก้ปัญหาเกิดขึ้นได้รวดเร็วกว่า การรอเกณฑ์บังคับเพียงอย่างเดียว

สำหรับบริการการเช่าที่พักระยะสั้นผ่านแพลตฟอร์ม หรือ Space Sharing ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางกำกับดูแลภายใต้กฎหมาย DPS โดยต้องคำนึงถึงหลายมิติ ทั้งกฎหมายการประกอบกิจการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การใช้สถานที่ ความปลอดภัย และผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้อง โดยได้หารือกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อประเมินแนวทางเชิงระบบว่าควรกำหนดหน้าที่หรือข้อกำหนดของแพลตฟอร์มในอนาคตอย่างไร

ในมิติค่าธรรมเนียมและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมบนแพลตฟอร์ม ETDA เดินหน้าควบคู่ทั้งการศึกษาเชิงนโยบาย และการจัดทำหลักการกำกับดูแล โดยเตรียมศึกษาความเหมาะสมของค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม e-Commerce เพื่อให้การคิดค่าธรรมเนียมมีความโปร่งใส เป็นธรรม และสะท้อนผลลัพธ์ขั้นต่ำที่ผู้ขายควรได้รับ ผ่านการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเสนอแนวปฏิบัติต่อคณะกรรมการร่วมฯ ภายใต้กฎหมาย DPS ต่อไป

ทั้งนี้ ดร.ชัยชนะ ระบุว่า ETDA ทำงานบนฐานข้อเท็จจริงเพื่อ “verify” ให้ชัดว่าปัญหาค่าธรรมเนียมกระทบกลุ่มใด และควรใช้เครื่องมือกำกับแบบใดให้เหมาะสมกับอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน

ขณะที่ประเด็นเรื่องการให้บริการขนส่งบนแพลตฟอร์ม หรือ Logistics ได้มีการจัดทำร่างหลักการกำกับดูแลจากการรับฟังข้อเท็จจริงและความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และตามมติคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) ได้ส่งต่อให้สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลด้านการแข่งขันต่อไป โดย ETDA จะติดตามผลกระทบต่อผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด และหากพบข้อร้องเรียนหรือพฤติการณ์ที่กระทบสิทธิผู้บริโภค จะพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

สุดท้าย มิติการป้องกันการฉ้อโกงทางออนไลน์ ได้ขับเคลื่อนผ่านมาตรการเชิงป้องกัน ผ่าน (ร่าง) ประกาศ คธอ. เรื่องมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ภายใต้ พ.ร.ก. บัญชีม้า) ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องมีมาตรการเชิงป้องกันเพื่อลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ล่าสุดได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว และอยู่ระหว่างการนำเสนอร่างประกาศต่อ คธอ. โดยการออกมาตรการต้องอยู่บนหลัก “ทำได้จริง” และใช้แนวทางตามระดับความเสี่ยง (Risk-based) ในการตรวจสอบและยืนยันตัวตนของผู้ขายสินค้าและผู้ลงโฆษณา เพื่อลดภาระที่เกินจำเป็น ขณะเดียวกันยังคงบรรลุเป้าหมายการป้องกันการหลอกลวง

“เป้าหมายของเราคือการทำให้เกิดสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยและโปร่งใส แพลตฟอร์มต้องทำหน้าที่เป็นหน้าด่านในการคัดกรอง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคได้รับบริการที่มีมาตรฐานที่สุด”

พร้อมกันนี้ ETDA ยังเดินหน้าแคมเปญ DPS Trust Every Click ปีที่ 2 เพื่อขยาย “กลไกร่วมกำกับ” เปิดพื้นที่ให้หน่วยงานกำกับ แพลตฟอร์ม และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง องค์ความรู้ และออกแบบแนวทางการดูแลบริการแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ ผ่านกิจกรรม Engagement ต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพราะ ETDA เชื่อว่า “บริการดิจิทัลที่เชื่อมั่นได้ เริ่มต้นที่…ทุกคนร่วมสร้าง” ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ ETDA Thailand

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน