รมว.ทส. “สุชาติ ชมกลิ่น” มอบนโยบายขยายผลการน้อมนำแนวพระราชดำริ “คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน” สู่พื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ
1 มี.ค.2569 – พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงและถูกต้องตามกฎหมาย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับ โครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาที่มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน
โดยส่งเสริมการจัดระเบียบที่ดินทำกิน การพัฒนาอาชีพ และการเข้าถึงบริการพื้นฐานของรัฐ อันนำไปสู่การอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่าอย่างเกื้อกูลและยั่งยืน โดยเริ่มดำเนินโครงการฯ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 – 27 ก.พ. ที่ผ่านมา พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการฯ ณ บ้านไล่โว่ บ้านสาละวะ และพื้นที่ใกล้เคียง อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
ภายหลังจากที่ได้ตรวจติดตามผลการดำเนินโครงการมาโดยตลอด เพื่อตรวจเยี่ยมการพัฒนาด้านคุณภาพชีวิต สาธารณูปโภคพื้นฐาน การศึกษา การสาธารณสุข ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพของประชาชน พร้อมรับฟังปัญหาและความต้องการของชุมชน
โดย พล.อ.ไพบูลย์ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลสังคมและเศรษฐกิจของครัวเรือนมาใช้เป็นฐานในการพัฒนาอย่างบูรณาการ รวมทั้งผลักดันการจัดสรรที่ดินทำกินให้ประชาชนมีสิทธิอยู่อาศัยและประกอบอาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่กับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์

ภายหลังการติดตามผลการดำเนินงาน นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีข้อสั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช น้อมนำผลสำเร็จจากพื้นที่ต้นแบบจังหวัดกาญจนบุรี ไปขยายผลสู่ชุมชนที่อาศัยอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ จำนวน 4,042 หมู่บ้าน เนื้อที่ 4.3 ล้านไร่
ซึ่งจะดำเนินการโดยหน่วยงานโครงการพระราชดำริ จำนวน 178 หน่วย และหน่วยจัดการต้นน้ำและพัฒนาชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน 223 หน่วย
โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินทำกินตามกรอบกฎหมาย การส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ และการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน
เพื่อให้เกิดรูปแบบการพัฒนาที่สามารถหยุดยั้งการบุกรุกพื้นที่ป่า สร้างรายได้ที่มั่นคงแก่ประชาชน และนำไปสู่เป้าหมาย “ป่าคงอยู่ คนมีอาชีพ ชุมชนเข้มแข็ง และประเทศชาติมั่นคงอย่างยั่งยืน”
