ศิลปกรรมศาสตร์ DPU ผนึก Wacom นำนักศึกษาลง “สนามจริง” งาน MARUYA #45: The Carnival ปั้นนักศึกษาเป็นผู้ประกอบการศิลปะมืออาชีพระดับสากล

คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับ Wacom นำนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ลงพื้นที่ปฏิบัติงานในงานมหกรรม MARUYA #45: The Carnival ณ ศูนย์การค้า Union Mall เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อขับเคลื่อนทักษะการเป็นผู้ประกอบการศิลปะผ่านการจัดแสดงและจำหน่ายผลงานในกลุ่มตลาด ACGN (Anime, Comic, Game, Novel) โดยมี อาจารย์กิรติ ศรีสุชาติ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ธีมคาร์นิวัล ซึ่งเป็นศูนย์รวมพลังสร้างสรรค์ของชาว ACGN ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีร้านค้าเข้าร่วมจำหน่ายสินค้ากว่า 500 แห่ง และมีผู้เข้าชมงานประมาณ 10,000 คน ซึ่งนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของ DPU ได้รับโจทย์ในการบริหารจัดการบูทบนพื้นที่จำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งแต่การจัดวางสินค้า (Layout) ไปจนถึงการทำหน้าที่เป็นทีมขาย เพื่อนำเสนออัตลักษณ์ของผลงานในฐานะผู้ประกอบการบนสนามจริง สะท้อนความร่วมมือหลังจากที่ DPU และ Wacom ได้เปิดศูนย์การเรียนรู้ดิจิทัลอาร์ตร่วมกัน

อาจารย์กิรติ ศรีสุชาติ กล่าวว่า การพัฒนาทักษะการสร้างเครือข่ายเป็นปัจจัยสำคัญในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เนื่องจากนักศึกษาต้องเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างผู้สร้างสรรค์กับผู้ซื้อ และรู้วิธีการสื่อสารเพื่อสร้างมูลค่าให้กับผลงานตนเองภายใต้สภาวะการแข่งขันที่สูงของตลาดสินค้าทำมือ

“การทำโปรเจกต์เพื่อจำหน่ายผลงาน คอนเนกชันถือเป็นเรื่องสำคัญมากในสายอาชีพนี้ เพราะหากลูกค้าเห็นเพียงชิ้นงานแต่ไม่รู้จักตัวตนหรือไม่มีความสัมพันธ์ต่อกัน ก็อาจทำให้เราเสียโอกาสในการถูกเลือก การมาออกงานครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การขายของเพียงอย่างเดียว แต่คือการพัฒนาทักษะการสื่อสารที่เป็นจุดเชื่อมต่อให้นักศึกษาได้เปิดโลกและอยู่กับตัวเองน้อยลง เพื่อบ่มเพาะความเป็นผู้ประกอบการที่รู้จักนำเสนอในสถานการณ์จริง” อาจารย์กิรติ อธิบาย

นอกจากนี้ อาจารย์กิรติ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า คณะมุ่งเน้นให้นักศึกษาเรียนรู้ความต้องการของตลาดผ่านการเป็นพาร์ตเนอร์กับแบรนด์ระดับสากล โดยมอบหมายให้นักศึกษาฝึกทักษะการนำเสนอและสาธิตการใช้งานเครื่องมือดิจิทัลอาร์ตที่บูท Wacom เพื่อสร้างประสบการณ์การทำงานร่วมกับภาคธุรกิจอย่างครบวงจร

ด้าน นางสาวณัฐธยาน์ บวรโชติถวัลย์ ทีมจัดงานจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU กล่าวเสริมถึงการจัดการหลังบ้านว่า คณะเปิดโอกาสให้นักศึกษาเป็นผู้คัดเลือกผลงานที่จะนำมาผลิตเป็นสินค้าด้วยตนเอง โดยนักศึกษาต้องพิจารณาจากเทรนด์ความชอบในตลาด Niche Market เพื่อนำมาผลิตเป็นสินค้าจำพวกโปสต์การ์ดและสติกเกอร์ซึ่งเข้าถึงง่าย และมีราคาที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น

ภายในงาน คณะยังได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Canon นำเครื่องพิมพ์และเทคโนโลยีการพิมพ์ระดับมืออาชีพมาให้นักศึกษาได้เรียนรู้ ตั้งแต่การเลือกผิวสัมผัสกระดาษ การตั้งค่าไฟล์งาน ไปจนถึงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพให้ได้มาตรฐานก่อนจำหน่ายจริง นอกจากนี้ยังมีการปลูกฝังแนวคิด “ความยั่งยืน (Sustainability)” ผ่านการนำวัสดุตกแต่งบูทจากงานก่อนหน้ากลับมาใช้ซ้ำ ซึ่งช่วยทั้งการลดขยะและบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันการลงมือปฏิบัติจริงก็ทำให้นักศึกษาตื่นตัว มีวินัย และรับผิดชอบต่อหน้าที่มากขึ้น

“สิ่งที่น่าประทับใจคือ น้องๆ ทำงานนี้ด้วยใจรัก ทุ่มตัวลงมาทำ ตื่นเช้ามาแต่งหน้าแต่งตัวตั้งแต่ 06.30 น. เพื่อมาร่วมงานนี้โดยเฉพาะ เพราะเขาไม่ได้มองว่านี่คือวิชาเรียน แต่คือพื้นที่แสดงผลงานและพบปะกลุ่มคนที่มีความชอบเหมือนกัน ทำให้เกิดการเรียนรู้ภาพรวมธุรกิจด้วยความสนุก ล่าสุดน้องๆ ชั้นปีที่ 1 เริ่มมาปรึกษาว่า ในปีการศึกษาถัดไป อยากให้คณะช่วยคัดเลือกรุ่นน้องที่มีความสนใจตรงกันมาเข้าร่วมทีม เพื่อที่เขาจะได้ถ่ายทอดประสบการณ์และปั้นทีมงานของตนเองในการออกบูทครั้งถัดไป” นางสาวณัฐธยาน์ อธิบาย

ผลตอบรับจากหน้างาน พบว่า กิจกรรมวาดภาพในรูปแบบคอมมิชชันยังได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมโดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ และมีการแลกเปลี่ยนโซเชียลมีเดียเพื่อจ้างงานต่อเนื่องในอนาคต โดยในขั้นต่อไปนักศึกษาจะได้เรียนรู้ระบบการจัดสรรรายได้ตามโครงสร้างจริงของอุตสาหกรรมออกแบบ โดยรายได้จากการวาดภาพนักศึกษาจะได้รับเต็มจำนวน ส่วนการจำหน่ายสินค้าจะแบ่งสัดส่วนเข้ากองทุนคณะเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและค่าลิขสิทธิ์ ซึ่งจะช่วยให้นักศึกษาเข้าใจบทบาทของตัวแทนหรือบริษัทจัดการศิลปินในระดับมืออาชีพมากยิ่งขึ้น

ภายหลังจบกิจกรรมนักศึกษายังได้ริเริ่มวางแผนการผลิตสินค้าสต็อกใหม่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกงานครั้งถัดไป ขณะเดียวกัน อาจารย์กิรติ เปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่า การลงพื้นที่จริงทำให้นักศึกษาได้ค้นพบโอกาสธุรกิจใหม่ เช่น สตูดิโอถ่ายภาพเคลื่อนที่สำหรับกลุ่มคอสเพลย์ ซึ่งเป็นช่องว่างทางการตลาดที่หาไม่ได้ในห้องเรียน

จากความสำเร็จในครั้งนี้ คณะศิลปกรรมศาสตร์ยังมีแนวทางการบ่มเพาะนักศึกษาเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่การสร้างความสนุกและค้นหาตัวตนในชั้นปีที่ 1 และ 2 ไปจนถึงการฝึกทักษะเจรจากับพาร์ตเนอร์และการหาผู้สนับสนุนในชั้นปีที่ 3 และ 4 เพื่อเตรียมความพร้อมพัฒนาศักยภาพสู่โลกการทำงานจริงอย่างเต็มตัว โดยคณะพร้อมสนับสนุนระบบหลังบ้านและแหล่งผลิตคุณภาพเพื่อให้ผลงานของนักศึกษาออกสู่ตลาดได้ด้วยตนเอง สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาทั้งส่วนของ Performance และ Potential เพื่อสร้าง Career Growth ให้กับนักศึกษาที่ไม่ได้ช่วยแค่ให้เด็กหางานได้ แต่เตรียมพร้อมเด็กให้สามารถ ‘ก้าวกระโดด’ ในงานได้ทันทีที่เรียนจบ

ส่วนในก้าวถัดไป คณะได้เตรียมขยายผลความร่วมมือสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ Wacom อย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เทคโนโลยีดิจิทัลอาร์ตในระยะยาว พร้อมจัดกิจกรรม Artist Talk เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากศิลปินระดับโลก และส่งเสริมให้นักศึกษาสามารถพัฒนาผลงานจากคาแรคเตอร์ไปสู่ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่มีมูลค่าทางการตลาดสูง เพื่อให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน