รองผบช.น. เปิดโครงการอบรมการดูแลระบบและการใช้งานระบบให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โครงการพัฒนาระบบเฝ้าระวังการอัตวินิบาตกรรมบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำ ระยะที่ 1 : กรณีศึกษาสะพานพระรามที่ 8 เตรียมเข้าสู่ช่วงท้ายลงพื้นที่ทดสอบระบบช่วยเหลือคนโดดน้ำฆ่าตัวตาย
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 27 มี.ค. ที่ห้องเมจิก 1 ชั้น จี โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพมหานคร พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.ปฏิบัติราชการบช.น. พ.ต.อ.นิภพล สุขนิยม รอง ผบก.น.4 นายเวชอมร จรูญผลฐิติ โปรแกรมเมอร์นักพัฒนาระบบ ร่วมอบรมการดูแลระบบและการใช้งานระบบให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โครงการพัฒนาระบบเฝ้าระวังการอัตวินิบาตกรรมบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำ ระยะที่ 1 : กรณีศึกษาสะพานพระรามที่ 8 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาสาสมัครกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เจ้าหน้าที่สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บวรมงคล สน.บางยี่ขัน และเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยอื่นร่วมเฝ้าสังเกตการณ์อบรม รวมผู้เข้าร่วมทั้งหมด 50 คน
ภายหลังจากที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้รับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวมุ่งพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนการตรวจจับพฤติกรรมเสี่ยง การแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน และการสนับสนุนกระบวนการสืบสวนสอบสวนหลังเกิดเหตุให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้อย่างเป็นระบบ
โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นและสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และปัจจุบันอยู่ในระยะการนำระบบไปใช้งานในพื้นที่จริง จึงมีความจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้สามารถใช้งานระบบได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพรวมทั้งสร้างเครือข่ายเพื่อประสานการปฏิปติงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวมาข้อง ดังนั้น เพื่อให้การบูรณาการของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยพล.ต.ต.พิทักษ์ เปิดเผยว่า จากการทำงานในพื้นที่ บช.น. ได้รับรายงานว่ามีการกระโดดน้ำเสียชีวิตหลายสะพาน สถิติข้อมูลระบุไว้จากการรับแจ้งเหตุสานด่วน 191 และอื่นๆ พบว่า มีคนกระโดดมากที่สุดคือสะพานพระราม 8 จึงเล็งเห็นว่ากรณีดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องสำคัญจึงได้ทำวิจัยจากงบประมาณสนับสนุนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ทำการศึกษาเพื่อช่วยเหลือในการแก้ปัญหากรณีดังกล่าว เริ่มตั้งแต่เดือนมี.ค.68 จะเสร็จสิ้นการดำเนินการ
โครงการดังกล่าวภายในเดือนเม.ย.69 นี้ และจะขยายระยะเวลาการดำเนินการต่อไปยังสะพานอื่น รวมถึงพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อให้มีระบบการแจ้งเตือนป้องกันการกระโดดน้ำเสียชีวิต ทำให้ระบบเกิดขึ้นเพื่อไม่ให้คนกระโดดน้ำ และเมื่อกระโดดน้ำลงไปแล้วเข้าช่วยเหลือไม่เสียชีวิต สามารถทำให้ผู้เกี่ยวข้องเจ้าหน้าที่กทม. พร้อมทั้ง ตำรวจ โดยเฉพาะกู้ภัยสามารถระบุจุดพิกัดบนสะพานและในน้ำเพื่อทำการช่วยเหลือทันเวลา
เชื่อว่าจะสามารถต่อยอดให้คนมีส่วนเกี่ยวข้อง จะสนใจนำโครงการดังกล่าวไปดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม ยินดีให้หน่วยราชการนำไปใช้ได้ เป็นความท้าทายน่าสนใจ โดยเฉพาะคนอยู่ตามริมแม่น้ำ ช่วยการทำงานร่วมกับโรงพัก อย่างไรก็ตาม จุดมุ่งหมายต่อไป ขยายระยะการดำเนินการไปยังสะพานอื่น และเฟส 3 ขยายไปตามสะพานต่างๆ ในประเทศ เราจะช่วยกันช่วยเหลือได้อย่างไร
ด้านนายเวชอมร กล่าวว่า ระยะการดำเนินการดังกล่าวอยู่ในช่วงท้ายของโครงการ นี้เป็นโครงการที่ยากมาก ฐานะนักพัฒนาระบบ สิ่งที่เห็นจากคลิปคนกระโดดเป็น 1,000 รอบ ถือว่ามีปัญหาค่อนข้างเยอะ โดยได้ทำการหาเอไอเข้ามาใช้จับตัวภาพคนที่กำลังกระโดดสะพานเรามีระบบ Edge AI (Edge Artificial Intelligence) ซึ่งเป็นการนำอัลกอริธึม AI ไปประมวลผลบนอุปกรณ์ปลายทาง (Edge Device) อยู่ที่กองบังคับการตำรวจจราจร
ระบบการตรวจจับความผิดปกติ จับภาพบนสะพาน ตีความเป็นความเสี่ยงต่างๆ ค้นพบมองไปถึงอนาคต จำเป็นใช้กล้องที่มีอยู่แล้วของกทม. ระหว่างทางของการทำงานเราเจอพบกล้อง คนตัวเล็กมาก ไม่สามารถจับบุคคลท่าปีน ท่านั่ง เลือกเอไอที่ดีที่สุดคือ AI NVR (Artificial Intelligence Network Video Recorder) คือเครื่องบันทึกภาพกล้องวงจรปิดระบบ IP ยุคใหม่ที่ฝังเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไว้ภายใน เพื่อวิเคราะห์วิดีโอแบบเรียลไทม์เป็นตัวที่ดีที่สุด จับภาพคนนั่งยองๆ หรือกำลังปีนเป็นพันภาพ ขยับให้เอไอประมวลผลสูงมากขึ้น สัญญาณส่งเข้าไปผ่านการคัดกรองแล้ว ยกตัวอย่างภาพไม่ถึง 5 วินาทีลงน้ำแล้วเรียบร้อย
เมื่อจำกัดการตรวจสอบตีวงแคบมากก็จะมีการส่งสัญญาณน่าเชื่อถือได้มากขึ้น คล้ายกับการจับภาพนักกีฬากระโดดข้ามรั้วสะพาน เพียง 1 วินาที จับภาพเป็นข้อมูลวิเคราะห์เกินร้อยละ 70 ระบุได้ว่าอยู่ในโซนอันตราย โซนเฝ้าระวัง เพราพมีอัลกอริทึ่มทำการตรวจสอบ นอกจากนี้เราจะใช้เสียงสนทนาดูจุดผ่านช่องทางทำโปรแกรมไว้ผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำระบบให้สมบูรณ์ โดยจะมีการลงพื้นที่ทดสอบระบบบนสะพานต่อไป




