คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU ศึกษาดูงาน Bakelab เรียนรู้แนวคิด Design Thinking พลิกโฉมธุรกิจอาหารรับเทรนด์ Wellness โลกยุคหลัง AI

คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดกิจกรรมการเรียนรู้นอกสถานที่ให้นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาศิลปะการประกอบอาหาร ณ บริษัท Bakelab Bakery Supplier จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเบเกอรี่อย่างครบวงจร เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมี อาจารย์กิรติ ศรีสุชาติ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และ อาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ เป็นผู้ถอดบทเรียนในฐานะอาจารย์ผู้สอนรายวิชา หลักการใช้ศิลปะและคอมพิวเตอร์ในการนำเสนออาหาร พร้อมด้วย อาจารย์ธีราพัทธ์ ชมชื่นจิตต์สิน หัวหน้าหลักสูตรสาขาวิชาศิลปะการประกอบอาหาร ร่วมให้ข้อมูลด้านการจัดการอุตสาหกรรมอาหาร

การศึกษาดูงานครั้งนี้มุ่งเน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้กระบวนการทำงานในอุตสาหกรรมเบเกอรี่อย่างครบวงจร ตั้งแต่การทดลองพัฒนาสูตรด้วยแนวคิดสร้างสรรค์ ไปจนถึงระบบบริหารจัดการหลังบ้านที่มีมาตรฐานสากล เพื่อให้นักศึกษามองเห็นภาพรวมของธุรกิจอาหารที่สามารถขยายตัวได้อย่างยั่งยืน ผ่านกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) ที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพจริง ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการบ่มเพาะทักษะ ‘การใช้ประสบการณ์สร้างศักยภาพ’ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ประกอบการอาหารมืออาชีพในอนาคต

อาจารย์กิรติ ศรีสุชาติ ในฐานะอาจารย์ผู้สอนรายวิชาหลักการใช้ศิลปะและคอมพิวเตอร์ในการนำเสนออาหาร ได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ในโลกยุคปัจจุบันว่า หลังจากผ่านพ้นยุคที่หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญ สิ่งที่มนุษย์จะให้ความสำคัญมากที่สุดคือเรื่องของสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี มนุษย์ต้องการความยืนยาวของชีวิตและความปลอดภัยในอาหารที่บริโภค ดังนั้น ธุรกิจอาหารจึงเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่ไม่เคยตาย และกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ต้องใช้ “Design Thinking” มาเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างมูลค่า การเรียนรู้ในครั้งนี้จึงมุ่งให้นักศึกษาเข้าใจถึง “Insight” ของผู้คน เพื่อที่จะสามารถพัฒนาเมนูอาหารที่ลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคและส่งเสริมสุขภาพได้จริง

ในระหว่างการเยี่ยมชม นักศึกษาได้รับความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างธุรกิจที่หลากหลายของ Bakelab ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่หน้าร้านคาเฟ่ 3 สาขาเท่านั้น แต่ยังมีระบบหลังบ้านที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมทั้งการเป็น B2B Café Supply ที่ผลิตและส่งสินค้าขนมอบให้แก่ร้านอาหารทั่วประเทศ การรับจ้างผลิตในรูปแบบ OEM ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ตามโจทย์เฉพาะของลูกค้าโดยทีม R&D มืออาชีพ รวมถึงระบบการกระจายสินค้าผ่านโครงข่ายโลจิสติกส์ ที่ควบคุมอุณหภูมิอย่างทั่วถึง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมอาหารมีโอกาสทางอาชีพที่กว้างขวางมากกว่าเพียงแค่การอยู่ในครัว

อีกหนึ่งส่วนสำคัญของการเรียนรู้คือการเข้าใจความหลากหลายของแบรนด์ในเครือ เช่น “Namwan Milkbar” ที่เน้นขนมปังนมสดโฮมเมดพาสเจอร์ไรส์สดใหม่ “Tai Hu” บะหมี่หมูย่างเตาถ่านสไตล์ฮ่องกง และ “Metha Chocolate” แบรนด์คราฟต์ช็อกโกแลตที่ผลิตจากเมล็ดโกโก้ไทย โดยแบรนด์เมธาได้สะท้อนถึงแนวคิดความยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนเกษตรกรไทยตั้งแต่ต้นน้ำ ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่นักศึกษาสามารถนำไปปรับใช้ในการเล่าเรื่องราวให้กับวัตถุดิบในท้องถิ่นของตนเองในอนาคต

กิจกรรมเวิร์กช็อปยังได้จัดโจทย์ที่ท้าทายความสามารถ โดยเริ่มจากการให้นักศึกษาดึงความหลงใหลหรือ “Passion” ของตนเองออกมาสื่อสาร มีตัวอย่างที่น่าประทับใจคือนักศึกษาที่ครอบครัวเป็นชาวประมง ซึ่งทำให้เห็นความสำคัญของ “วัตถุดิบ” ที่สดใหม่ว่าเป็นหัวใจหลักที่ส่งผลต่อรสชาติมากกว่าฝีมือเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังมีการฝึกทักษะการสร้าง “ทางเลือก” หรือการคิดแก้ปัญหาหลายรูปแบบภายใต้ข้อจำกัดของเวลา เพื่อฝึกฝนให้นักศึกษากล้าที่จะมองภาพรวมและเริ่มลงมือทำอย่างรวดเร็วโดยไม่จมอยู่กับปัญหาเดิม ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการทำโปรเจกต์จบการศึกษาและการทำงานในอนาคต

อาจารย์กิรติ ยังได้ชี้ให้เห็นว่า การนำนักศึกษาออกมาสัมผัสประสบการณ์จริงนอกห้องเรียนคือการสร้างศักยภาพที่ยั่งยืน เพราะการได้ลองและได้เห็นจะทำให้พวกเขารู้จักตนเองว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร ประสบการณ์เหล่านี้จะกลายเป็นทุนทางความคิดให้นักศึกษาเข้าใจความแตกต่างของมุมมองในโลกธุรกิจ และเห็นโอกาสมากมายที่อาจนึกไม่ถึง เช่น การเลือกใช้เนยคุณภาพสูงจากฝรั่งเศสที่ได้รับความเชื่อถือระดับสากลมาเป็นจุดขาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือศาสตร์และศิลป์ที่ต้องใช้ทั้งความรู้ทางคอมพิวเตอร์ การสื่อสาร และศิลปะการออกแบบมาบูรณาการเข้าด้วยกัน

ด้าน อาจารย์ธีราพัทธ์ ชมชื่นจิตต์สิน หัวหน้าหลักสูตรปริญญาตรี สาขาวิชาศิลปะการประกอบอาหาร กล่าวถึงเจตนารมณ์ของกิจกรรมในครั้งนี้ว่า การนำนักศึกษาไปศึกษาดูงานที่ Bakelab มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักศึกษาสัมผัสประสบการณ์จริงจากผู้ประกอบการที่มีความหลากหลายสูง ทั้งในส่วนของโรงงานผลิตขนม ร้านคาเฟ่ ไปจนถึงธุรกิจต้นน้ำอย่างการทำช็อกโกแลตที่มีไร่เป็นของตนเอง เพื่อให้ตระหนักว่าโอกาสทางอาชีพในอุตสาหกรรมอาหารนั้นกว้างกว่าที่หลายคนคิด ไม่ว่าจะเป็นงานบริหารจัดการทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน การทำงานในเอเจนซี่ด้านอาหาร หรือการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุดิบเฉพาะทาง

อาจารย์ธีราพัทธ์ ยังกล่าวถึงกระบวนการเรียนการสอนที่วางรากฐานอย่างเป็นขั้นตอนตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 จนถึงจุดสูงสุดในชั้นปีที่ 4 ที่นักศึกษาจะได้เรียนรายวิชาธุรกิจอาหารและภัตตาคาร ซึ่งกำหนดให้ต้องทำโปรเจกต์ “ภัตตาคารจำลอง” โดยรับผิดชอบทุกกระบวนการด้วยตนเอง ตั้งแต่การสำรวจทำเลที่ตั้ง การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า การวางแผนประชาสัมพันธ์ การออกแบบเมนูอาหารและเครื่องดื่ม การนำเสนอ ไปจนถึงการบริการจริง ก่อนก้าวสู่การฝึกงานในเทอมสุดท้าย นอกจากนี้ หลักสูตรยังเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ทั้งเชฟชื่อดัง นักการตลาด และผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพอาหาร มาจัดกิจกรรมเสวนาและฝึกปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้นักศึกษาอัปเดตเทรนด์อุตสาหกรรมและนำเทคนิคไปปรับใช้กับโปรเจกต์และชีวิตการทำงานจริง

สำหรับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อาจารย์ธีราพัทธ์ ระบุว่า นักศึกษาได้รับเคล็ดลับและเทคนิคเฉพาะทางจากผู้ประกอบการตัวจริง ทั้งวิธีดึงดูดลูกค้าให้กลับมาใช้บริการซ้ำ การดีไซน์เมนูให้โดดเด่นและทันสมัย รวมถึงการถ่ายภาพอาหารให้น่าดึงดูด ที่น่าภาคภูมิใจยิ่งกว่านั้นคือทาง Bakelab ได้ชื่นชมว่านักศึกษา DPU มีความกล้าแสดงออกในการนำเสนอความคิดเห็น และมีวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจ สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการเรียนรู้ที่เข้มข้นตลอดหลักสูตรได้หล่อหลอมให้นักศึกษามีความพร้อมทั้งด้านทักษะวิชาชีพ ความคิดสร้างสรรค์ และการปรับตัวเพื่อก้าวสู่โลกธุรกิจจริงอย่างมืออาชีพ

อาจารย์ธีราพัทธ์ ยังระบุทิ้งท้ายถึงวิสัยทัศน์ของหลักสูตรในอนาคตที่มุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตให้ตอบโจทย์เทรนด์โลก โดยเฉพาะด้านสุขภาพที่กำลังมาแรงในยุคหลัง AI ซึ่งแม้จะเป็นหลักสูตรศิลปะการประกอบอาหาร แต่ได้มีการสอดแทรกความรู้ด้านโภชนาการและการออกแบบเมนูสุขภาพเพื่อความยั่งยืนในวิชาชีพ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำว่า ปัจจุบันเป็นยุคที่ไม่ควรจำกัดตัวเองไว้เพียงอาชีพเดียว เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารมีเส้นทางที่หลากหลายและเปิดกว้างอย่างมาก ขอเพียงมีความคิดสร้างสรรค์และที่สำคัญคือต้อง “คิดแล้วลงมือทำ” แม้ในวันที่ยังไม่มีโอกาส ก็ต้องเป็นฝ่ายแสวงหาช่องทางและลงมือปฏิบัติจริง เพราะประสบการณ์นอกชั้นเรียนจะเป็นแรงผลักดันให้นักศึกษาเติบโตไปเป็นบุคลากรคุณภาพที่พร้อมทำงาน (Ready to Work) และก้าวสู่ความสำเร็จในอุตสาหกรรมอาหารระดับสากล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน