มหาวิทยาลัยเกษตรฯ ผนึก 5 ภาคีวิจัย พัฒนา “Super Station” ถอดรหัส PM2.5 ขั้นสูง ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า เชื่อแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด-มีประสิทธิภาพมากขึ้น

กรุงเทพฯ – มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ผนึกความร่วมมือ 5 ภาคีวิจัย พัฒนา “Super Station” สถานีตรวจวัดและวิเคราะห์คุณภาพอากาศขั้นสูง เพื่อยกระดับการวิเคราะห์ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในเขตเมืองแบบเชิงลึกและเรียลไทม์ ครอบคลุมทั้งปริมาณฝุ่น องค์ประกอบทางเคมี แหล่งกำเนิด และโครงสร้างบรรยากาศ

17 เมษายน 2569 – รศ. ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการ Super Station พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำโดย ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดี รศ. ดร.ตุลวิทย์ สถาปนจารุ คณบดีคณะสิ่งแวดล้อม และ ผศ. ดร.ปารเมศ กำแหงฤทธิรงค์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

ให้การต้อนรับ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหารจากสำนักสิ่งแวดล้อม ในโอกาสลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของโครงการ ณ สถานี Super Station บริเวณชั้นดาดฟ้า คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ที่ผ่านมา แม้กรุงเทพมหานครจะมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศจำนวนมาก แต่ข้อมูลที่ได้ยังจำกัดอยู่เพียงค่าความเข้มข้นของฝุ่นในแต่ละช่วงเวลา ขณะที่ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดและกลไกการเกิดของฝุ่นยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนและทันท่วงที Super Station จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลแบบบูรณาการ ทั้งปริมาณฝุ่น องค์ประกอบทางเคมี แหล่งกำเนิด และโครงสร้างบรรยากาศในแนวดิ่งแบบเรียลไทม์ เพื่อให้สามารถเข้าใจปัญหาได้อย่างรอบด้านและนำไปสู่การแก้ไขที่ตรงจุด

โครงการนี้เป็นความร่วมมือของ 5 ภาคี ได้แก่ กรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศจีน (Chinese Research Academy of Environmental Sciences: CRAES) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และบริษัท Lihe Technology (Hunan) จำกัด

ระบบภายใน Super Station ประกอบด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูงที่ทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ ทั้งระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศพื้นผิว ระบบวิเคราะห์องค์ประกอบฝุ่นแบบเรียลไทม์ และระบบตรวจวัดโครงสร้างบรรยากาศในแนวดิ่งด้วยเทคโนโลยี LiDAR ซึ่งสามารถติดตามสภาวะการกักตัวของมลพิษในชั้นบรรยากาศได้อย่างแม่นยำ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่แพลตฟอร์มวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ นับเป็นระบบแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “นี่คือก้าวสำคัญของการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 เพราะช่วยให้สามารถระบุแหล่งกำเนิดของฝุ่นได้อย่างชัดเจน จากข้อมูลที่เคยมองไม่เห็น สู่ความเข้าใจที่จับต้องได้ ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

ด้าน รศ. ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ หัวหน้าโครงการ Super Station กล่าวว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นระบบ การพัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์เชิงลึก จะช่วยสนับสนุนการกำหนดมาตรการที่เหมาะสมและการบริหารจัดการคุณภาพอากาศในระยะยาว

“โครงการนี้มุ่งเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายมิติ ทั้งองค์ประกอบทางเคมี ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา และโครงสร้างบรรยากาศ เพื่อให้เข้าใจกลไกการเกิดฝุ่นอย่างครบถ้วน โดยในระยะต่อไป จะสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในการประเมินประสิทธิผลของมาตรการควบคุมฝุ่นตามแหล่งกำเนิด ผ่านการเปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลังการดำเนินมาตรการได้อย่างเป็นรูปธรรม” รศ. ดร.สุรัตน์ กล่าว

การพัฒนา Super Station สะท้อนแนวทางการบริหารจัดการคุณภาพอากาศที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (data-driven) โดยมุ่งสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับการจัดการมลพิษทางอากาศของกรุงเทพมหานครในระยะยาว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน