ไมเดีย – เคปเปล ลงนามความร่วมมือ เสริมสร้างโอกาสการพัฒนาโซลูชันระบบทำความเย็น แบบโมดูลลาร์ที่ผสานระบบ AI สู่ตลาดเอเชีย
24 เมษายน 2569 – ไมเดีย บิลดิ้ง เทคโนโลยี หรือ เอ็มบีที (Midea Building Technologies – MBT) หนึ่งในหน่วยธุรกิจของไมเดียกรุ๊ป ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับแผนกโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท เคปเปล จำกัด หรือ เคปเปล
เพื่อร่วมกันพัฒนาโซลูชันระบบทำความเย็นที่ทั้งประหยัดพลังงานและรองรับปัญญาประดิษฐ์ในตลาดทวีปเอเชีย การลงนามดังกล่าวมี ซินดี้ ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแผนกโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท เคปเปล จำกัด และปีเตอร์ กวน รองประธานไมเดียกรุ๊ปและประธานเอ็มบีทีเป็นสักขีพยาน
ความร่วมมือแบบไม่จำกัดเพียงองค์กรเดียวนี้จะผสานศักยภาพของเอ็มบีที ด้านการผลิตระบบทำความร้อนระบบระบายอากาศ ระบบเครื่องปรับอากาศ รวมไปถึงระบบอาคารอัจฉริยะต่างๆ เข้ากับจุดแข็งด้านบริการระบบทำความเย็นแบบครบวงจร (Cooling-as-a-Service หรือ CaaS) และการเสริมขีดความสามารถด้านดิจิทัลของเคปเปล
เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบทำความเย็นแบบโมดูลลาร์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งการประยุกต์ใช้ระบบทำความเย็นแบบโมดูลลาร์จะดำเนินการผ่านการลงนามข้อตกลงเฉพาะของแต่ละโครงการ โดยเคปเปลและเอ็มบีทีจะร่วมเจรจากับโครงการต่างๆ เป็นรายกรณี
การร่วมพัฒนาระบบทำความเย็นแบบโมดูลลาร์ภายใต้ข้อตกลงนี้ มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาระบบที่มีความยืดหยุ่นและสร้างโซลูชันที่ลดค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนกับสินทรัพย์ถาวร (Capex-Light) ซึ่งสามารถติดตั้งและปรับแต่งให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานของแต่ละกลุ่มธุรกิจ เพื่อช่วยให้การใช้พลังงานเพื่อทำความเย็นมีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดความซับซ้อนของการติดตั้งระบบหน้างาน
การใช้แนวคิดโมดูลลาร์และระบบที่ปรับแต่งมาก่อนการใช้งาน ช่วยให้เคปเปลสามารถผลิตโมดูลทำความเย็นได้ล่วงหน้าก่อนจะนำมาประกอบบริเวณหน้างาน โดยระบบทำความเย็นแบบโมดูลลาร์เหล่านี้จะเชื่อมต่อกับศูนย์โอเอ็นซี (Operations Nerve Centre) ศูนย์ควบคุมระบบอันล้ำหน้าของเคปเปล
ซึ่งทำงานโดยใช้อินฟราสตรักเจอร์อินเทลลิเจนซ์ (Infrastructure Intelligence หรือ II) แพลตฟอร์มดิจิทัลเฉพาะของเคปเปลที่ใช้ทั้ง AI และ Machine Learning เพื่อตรวจสอบระบบแบบเรียลไทม์และวิเคราะห์ระบบได้แบบอัจฉริยะ ช่วยให้ผู้ควบคุมจัดการโมดูลต่างๆ ได้จากระยะไกลและสั่งการได้ตลอดเวลา
และเมื่อนำมาผสานกับอุปกรณ์อัจฉริยะ เซ็นเซอร์ IoT และระบบบริหารจัดการอาคารอัจฉริยะต่างๆ ของเอ็มบีที จะทำให้โซลูชันทำความเย็นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประหยัดพลังงาน และลดการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการทำความเย็นได้ตลอดอายุการใช้งานของระบบ
ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันก่อตั้งศูนย์ความเป็นเลิศที่มุ่งเน้นด้าน AI เพื่อเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการทำงานร่วมกันสำหรับการพัฒนาทั้งด้านวิศวกรรมศาสตร์ การสร้างมาตรฐาน การเพิ่มประสิทธิภาพระบบต่างๆ และการจำลองระบบสำหรับโครงการต่างๆ ที่เหมาะสมกับระบบทำความเย็นแบบโมดูลลาร์
รวมถึงศูนย์ข้อมูล โรงงานผลิตขั้นสูงหรือนิคมอุตสาหกรรม สถานพยาบาล สถานศึกษา ศูนย์กลางด้านอากาศยาน โครงการพัฒนาแบบบูรณาการ และโครงการปรับปรุงระบบต่างๆ
ปีเตอร์ กวน รองประธานไมเดียกรุ๊ปและประธานเอ็มบีที กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้เราใช้ AI สำหรับภาคอุตสาหกรรมในระบบทำความเย็นได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยเอ็มบีทีมีกระบวนการผลิตที่รองรับการขยายตัวได้ อุปกรณ์อัจฉริยะ และสถาปัตยกรรมโมดูลลาร์ที่ใช้งานได้จริงซึ่งสามารถผลิตซ้ำได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าจะที่ใดหรือสำหรับอุตสาหกรรมใด
เมื่อผสานกับแพลตฟอร์มการดำเนินงานของเคปเปล เราจะก้าวจากการพัฒนาระบบต่างๆ รายครั้งไปสู่การพัฒนาโซลูชันที่ครอบคลุมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ช่วยให้เข้าถึงระบบทำความเย็นที่มีความยั่งยืนได้ง่ายยิ่งขึ้นและมีราคาที่เป็นมิตรมากขึ้นสำหรับการใช้งานเชิงปริมาณ”
โปห์ เตียง เค็ง ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มธุรกิจระบบพลังงานแบบครบวงจร เคปเปล กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยเสริมขีดความสามารถในการพัฒนาและนำเสนอโซลูชันระบบทำความเย็นรุ่นใหม่ในตลาดทวีปเอเชีย การผสานศูนย์โอเอ็นซี
รวมไปถึงขีดความสามารถของเคปเปล ด้านการทำงานเชิงลึกเข้ากับจุดแข็งด้านวิศวกรรมและกระบวนการผลิตของไมเดีย จะมีส่วนช่วยให้เราผลักดันการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่มี AI ให้ครอบคลุมได้มากขึ้นในหลากหลายภาคธุรกิจ
เราหวังว่าความร่วมมือระหว่างเรากับไมเดียจะช่วยให้เราสามารถสร้างสิ่งใหม่ๆ หรือโครงการใหม่ๆ ได้ ซึ่งรวมไปถึงโครงการระบบทำความเย็นส่วนกลางสำหรับอาคารที่อยู่อาศัยของคณะกรรมการการเคหะประเทศสิงคโปร์ที่เขตเท็นก้า (Tengah)”