เลือกกันแดด ปกป้องผิว

อุณหภูมิของโลกพุ่งสูงขึ้นจนก้าวข้ามภาวะโลกร้อน เข้าสู่ยุค “โลกเดือด” อย่างเป็นทางการ ประเทศไทยเองก็ต้องเผชิญกับค่ารังสียูวีที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งอยู่ในระดับที่อันตรายต่อผิว หากต้องสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน เพราะรังสียูวีเป็นตัวการสำคัญที่คอยทำลายคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้เกิดฝ้า กระ ริ้วรอย การทากันแดดจึงเป็นเกราะป้องกันผิวหน้าที่ทุกคนขาดไม่ได้

ไขรหัสบนฉลากกันแดด SPF และ PA บอกอะไรกับเราบ้าง?

หลายคนเคยชินกับการหยิบครีมกันแดดแบบไหนก็ได้มาใช้ แต่ในยุคที่รังสียูวีพุ่งเกินพิกัด การอ่านฉลากและเลือกให้เป็นก่อนตัดสินใจซื้อเป็นเรื่องสำคัญ

  • SPF หรือ Sun Protection Factor ค่าที่บ่งบอกถึงความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสี UVB ที่ทำให้ผิวไหม้แดด สำหรับแดดเมืองไทย ควรเลือกใช้ที่มี SPF 50 หรือ 50+ ขึ้นไป
  • PA หรือ Protection Grade of UVA ค่าปกป้องผิวจากรังสี UVA ที่สามารถทะลวงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ ทำลายคอลลาเจนและทำให้เกิดริ้วรอย ควรเลือกที่มี PA++++ (4 บวกเท่านั้น) เพื่อการปกป้องสูงสุด

แชร์ 3 เทคนิคเลือกใช้ครีมกันแดด ทาแบบไหนปกป้องผิวได้ดีที่สุด?

1.ต้องมีคำว่า Broad-Spectrum

เพื่อการปกป้องอย่างครอบคลุม ทั้งรังสี UVA และ UVB และที่สำคัญ ต้องสามารถปกป้องผิวจากแสงสีฟ้าและมลภาวะได้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคนี้ได้อย่างดีเยี่ยม

2.เลือกเนื้อสัมผัสให้เข้ากับสภาพอากาศและสภาพผิว

ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนชื้นของเมืองไทย หากใช้เนื้อครีมที่หนักเกินไปอาจทำให้หน้าเยิ้มระหว่างวันและเสี่ยงต่อการอุดตันรูขุมขน นอกจากนี้ การเลือกให้ตรงกับสภาพผิวก็สำคัญ

  • คนผิวมันเป็นสิว ควรเลือกเนื้อฟลูอิด เนื้อเจล หรือเซรั่มที่ซึมไว
  • คนผิวแห้ง ควรเลือกใช้แบบครีม เพื่อล็อกความชุ่มชื้นและป้องกันได้ทั้งวัน

3.ปริมาณการทาคือหัวใจสำคัญ

แม้คุณจะซื้อรุ่นหรือยี่ห้อที่มีราคาแพง แต่ถ้าทาในปริมาณน้อยเกินไป ประสิทธิภาพก็อาจลดฮวบ ซึ่งปริมาณที่แพทย์ผิวหนังแนะนำให้ทา คือการบีบเนื้อครีมยาวเต็ม 2 ข้อนิ้วชี้ และทาซ้ำทุก ๆ 2-3 ชั่วโมงหากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง

ในยุคที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว และแสงแดดทำร้ายผิวได้ง่ายกว่าปกติ การลงทุนกับกันแดดคุณภาพดีที่เหมาะกับสภาพผิว คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เริ่มต้นปกป้องผิวคุณวันนี้ อย่ารอให้ปัญหาผิวบานปลายจนแก้ยาก เพื่อรักษาผิวสวยไร้ริ้วรอยให้อยู่กับเราไปนาน ๆ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน