GISTDA จับมือ ICEYE ฟินแลนด์ ยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีอวกาศของไทยสู่ระดับสากล พร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เปิดประชุมเชิงปฏิบัติการ “GISTDA – ICEYE EO Satellite Joint Development Workshop” ซึ่งเป็นคววมมือกับ ICEYE ผู้นำเทคโนโลยีดาวเทียมเรดาร์ระดับโลกจากฟินแลนด์ เพื่อเดินหน้ายกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีอวกาศของไทยสู่ระดับสากล และรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยมี H.E. Kristiina Kuvaja-Xanthopoulos เอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธี และมี Mr. Dylan Monaghan รองประธานภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ทีมผู้บริหารจาก ICEYE และดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้

ดร.ปกรณ์ กล่าวว่า ในอดีต ประเทศไทยมักประสบปัญหาในการติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติในช่วงฤดูฝน เนื่องจากดาวเทียมระบบ Optical (ภาพถ่ายเชิงแสง) ไม่สามารถมองทะลุเมฆหรือฝนที่ปกคลุมหนาแน่นได้ แต่เทคโนโลยี SAR (Synthetic Aperture Radar) ได้เข้ามาเป็นคำตอบที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในครั้งนี้ เทคโนโลยี SAR มีความสำคัญต่อเราอย่างมหาศาล เพราะสามารถมองทะลุเมฆและทำงานได้แม้ในความมืดมิด และเทคโนโลยีนี้คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราเฝ้าระวังภัยพิบัติที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ทั้งอุทกภัย การทรุดตัวของแผ่นดิน และการกัดเซาะชายฝั่ง ได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง

การร่วมมือกับ ICEYE ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการให้บริการข้อมูล แต่เป็นส่วนหนึ่งของ “แผนที่นำทาง (Roadmap) การพัฒนาดาวเทียม” ที่ GISTDA วางไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อเป้าหมายในทศวรรษหน้า ซึ่งจะประกอบไปด้วย 1.การสร้างและควบคุมดาวเทียม ประเทศไทยตั้งเป้าดำเนินการสร้างและควบคุมดาวเทียมสำรวจโลกที่หลากหลาย รวมถึงดาวเทียมระบบ SAR ของตนเองในอนาคต 2.อธิปไตยทางอวกาศ จะลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสร้างความมั่นคงทางข้อมูลที่เป็นอิสระ 3. ศูนย์กลางภูมิภาค ก้าวสู่การเป็น Hub ของอาเซียนที่มีศักยภาพครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การประมวลผล ไปจนถึงการส่งต่อข้อมูลอัจฉริยะ และ 4.ตอบโจทย์ National Agenda ไปจนถึงเศรษฐกิจดิจิทัลอีกด้วย
นอกจากการจัดการภัยพิบัติแล้ว ข้อมูลจากดาวเทียม SAR ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการเกษตร ที่สามารถประเมินความชื้นในดินได้อย่างแม่นยำแม้ในฤดูฝน รวมถึงการเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล ในการติดตามการเคลื่อนที่ของเรือเพื่อป้องกันการทำประมงผิดกฎหมายและการรุกล้ำน่านน้ำ รวมทั้งในเรื่องความมั่นคงของประเทศ

“การประชุมเชิงปฏิบัติการในวันนี้คือการผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกเข้ากับโครงการดาวเทียมของไทย เพื่อสร้างโซลูชันที่นำไปใช้งานได้จริงและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป ความร่วมมือดังกล่าวได้รับการสนับสนุนของ จาก ฯพณฯ เอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศที่มุ่งเน้นนวัตกรรมขั้นสูง โดย ICEYE พร้อมจะถ่ายทอดเทคโนโลยีและร่วมพัฒนานวัตกรรมกับหน่วยงานไทย เพื่อออกแบบการบริการข้อมูลที่ตอบโจทย์บริบทของประเทศไทยมากที่สุด” ผอ.จิสด้า กล่าวย้ำ