กรมลดโลกร้อน จับมือ ปตท. เดินหน้างานวิจัย นวัตกรรม พัฒนากลไก หนุนเทคโนโลยีรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions

​เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) นายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีสส. ร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) นำโดย นายรัฐกร กัมปนาทแสนยากร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ความยั่งยืนองค์กร ร่วมประชุมคณะทำงานด้านความร่วมมือในการดำเนินงานด้านวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนากลไก สนับสนุนเทคโนโลยีทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 1/2569

​การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้บันทึกความเข้าใจความร่วมมือด้านการดำเนินงานวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนากลไกสนับสนุนเทคโนโลยีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระหว่าง สส. และ ปตท. ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงเจตจำนงร่วมกันของทั้งสองหน่วยงานในการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือด้านงานวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงการพัฒนากลไกสนับสนุนเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาทิ เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS/CCUS) เทคโนโลยีไฮโดรเจน และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการพัฒนานโยบาย กลไก และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางรากฐานการขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศให้มีความชัดเจนและเกิดผลเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) และการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

​สาระสำคัญของการประชุม ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ ได้รายงานความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานร่วมกันระหว่างสองหน่วยงานในปี 2568 ประกอบด้วยการประชุมหารือแนวทางการยกระดับการพัฒนากฎหมายการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CCS/CCUS เพื่อสนับสนุน NDC 3.0 ของประเทศไทย ทั้งในระดับนโยบาย และการศึกษาผลกระทบของคาร์บอนไดออกไซด์ต่อระบบนิเวศของประเทศไทย ตลอดจนการเชื่อมโยงข้อมูลจากเครื่องมือตรวจวัดค่าความร้อน (Heat index) กับดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platforms)

นอกจากนี้ คณะทำงานฯ ได้ร่วมกันพิจารณากรอบแนวทางการดำเนินงานประจำปี 2569 โดย ปตท. จะเป็นหน่วยงานสนับสนุนข้อมูลเชิงเทคนิค ความรู้ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องสำหรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CCS/CCUS ในประเทศไทย ร่วมกับ สส. ที่จะขับเคลื่อนในระดับนโยบาย ตลอดจนแผนการแลกเปลี่ยนองความรู้ด้านเทคโนโลยี และนโยบายในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสองหน่วยงาน ให้เกิดเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชนที่สร้างผลสัมฤทธิ์ได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน