‘อัครนันท์’ ไม่ปล่อยผ่าน บุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน หลังข้อมูลชี้เด็กไทยอมควันพุ่ง เครือข่ายฯ จี้ ร.ร.สกัด100%

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 พ.ค.2569 ที่กระทรวงศึกษาธิการ แกนนำเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายครอบครัวปลอดบุหรี่ เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนสังคม เครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง และมูลนิเด็ก เยาวชนและครอบครัว กว่า 60 คน เข้าพบนายนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ (ศธ.) แสดงจุดยืนต่อปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา โดยยื่นข้อเสนอ 4 ข้อเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา และทำกิจกรรมเชิง สัญลักษณ์ “สถานศึกษาต้องปลอดบุหรี่ไฟฟ้า 100%”

นายอัครนันท์ กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการศธ. กำชับให้ตนดูแลในเรื่องนี้ เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าเป็นภัยคุกคามสำหรับเด็ก และเยาวชน ศธ.จะออกมาตรการที่มีความเข้มงวดให้มากขึ้น โดยให้ผู้อำนวยการโรงเรียนและคุณครูช่วยกันดูแลเด็กและเยาวชน และให้อำนาจกับทุกโรงเรียน สามารถใช้มาตรการเด็ดขาดได้อย่างเต็มที่ ทางศธ.จะไม่ปล่อยเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและทำลายสุขภาพ และพยายามจะผลักดัน ซึ่งตนจะไปประสานงานกับหลายภาคส่วน ให้เข้ามาช่วยดูแล

“การที่บุหรี่ไฟฟ้าสามารถเข้าถึงเด็กและเยาวชน ส่งผลกระทบหลายอย่าง เพราะสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญ บางคนไม่ได้สูบบุหรี่ไฟฟ้า แต่กลับได้รับผลกระทบจากควันบุหรี่ ผมจะไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ สถานศึกษาควรจะเป็นสถานศึกษาที่เป็นพื้นที่ปลอดภัย ทั้งด้านจิตใจและด้านสุขภาพ ไม่ควรมีเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมไปถึงกระทรวงสาธารณสุขจะออกแนวทางที่ชัดเจนในการดูแลเด็กและเยาวชนทุกคน” นายอัครนันท์ กล่าว

นางฐาณิชชา ลิ้มพานิช ประธานเครือข่ายครอบครัวปลอดบุหรี่ กล่าวว่า ปัจจุบันการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับผลการสำรวจการบริโภคยาสูบของเยาวชนไทย (Global Youth Tobacco Survey Thailand : GYTS) ปี 2565 โดยกรมควบคุมโรค พบเด็กอายุ 13-15 ปี ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 5.3 เท่า จาก 3.3% ในปี 2558 เป็น 17.6% ในปี 2565

และข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบคนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 11.44 เท่า จาก 78,142 คนในปี 2564 เพิ่มเป็น 900,459 ในปี 2567 แม้มาตรการของภาครัฐจะเข้มงวดมากขึ้น มีข้อกฎหมายที่ชัดเจนบทลงโทษหนักทั้งผู้ครอบครองและผู้จำหน่าย แต่จุดอ่อนสำคัญในปัจจุบัน คือเรื่องการตลาดออนไลน์ที่ยังเป็นปัญหา สามารถเข้าถึงเด็กและเยาวชนได้ง่ายและเร็วมาก

นางฐาณิชชา กล่าวต่อว่า ขอชื่นชมที่ศธ.ได้มีมาตรการเกี่ยวกับการควบคุมป้องกันบุหรี่ไฟฟ้า ทั้ง สร้างการตระหนักรู้ เท่าทันพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า และโทษของบุหรี่ไฟฟ้าทั้งสุขภาพร่างกายและโทษทางอาญา ,สถานศึกษา สถานที่ทำงาน ต้องจัดให้มีเครื่องหมายแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เป็นเขตปลอดบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า ,สอดส่องดูแลป้องกันมิให้ผู้เรียนและบุคลากรเข้าไปเกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งการสูบ จำหน่าย ครอบครอง หรือสนับสนุน และหากตรวจพบถูกร้องเรียน หรือน่าสงสัยว่าบุคลากรเกี่ยวข้อง กับบุหรี่ไฟฟ้า ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัย และยังมีอีกหลายมาตรการตามมาเพื่อปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า

“การออกมาตรการเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่ก็ยังห่วงเรื่องความชัดเจนในอำนาจหน้าที่ของครู ว่าสามารถทำอะไรได้แค่ไหนเมื่อพบบุหรีไฟฟ้า จะดำเนินการต่ออย่างไร” นางฐาณิชชา กล่าว

ด้านนายบดินทร์ชัย บุญปก แกนนำเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวว่า เครือข่ายขอใช้โอกาส เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก (World No Tobacco Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี เพื่อแสดงจุดยืนและยื่นข้อเสนอต่อศธ. ดังนี้

1.เครือข่ายขอบคุณศธ.ต่อมาตรการปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า และให้เป็นสถานศึกษาปลอดบุหรี่ไฟฟ้า 100%

2.ขอให้ศธ.กำหนดให้ทุกโรงเรียนใช้โอกาสในวันปฐมนิเทศนักเรียน และวันประชุมผู้ปกครอง ในการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมทั้งให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์สอดแทรกสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ในกิจกรรมอื่น 7 เช่น วันกีฬาสี ค่ายลูกเสือ เป็นต้น

3.ขอให้ผู้ปกครอง ชุมชน ช่วยกันสอดส่อง ดูแล ให้โรงเรียนและชุมชนปลอดจากบุหรี่ไฟฟ้าโดยร่วมมือเฝ้าระวังแจ้งเบาะแสแก่หน่วยงานภาครัฐ พร้อมทั้งขอให้บุคลากรทางการศึกษาเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน โดยการไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า และลงโทษอย่างจริงจังกับผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง

4.ขอให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นพลังสำคัญ ยืนยันให้บุหรีไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายต่อไป และยังคงกฎหมายการห้ามนำเข้า จำหน่าย และครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อเป็นการปกป้องเด็กและเยาวชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน