DPU เปิดต้นแบบคลินิกแพทย์แผนไทยพรีเมียม ดึงวังรี รีสอร์ทฯ ศึกษาโมเดลสุขภาพองค์รวม ต่อยอดเวลเนสไทย–สมุนไพรไทยสู่ธุรกิจสุขภาพ

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดย รศ.ดร.ภก.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณบดีวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส พร้อมด้วย ดร.พท.คณิศร์ณิชา ชาญภา รองคณบดีฝ่ายการแพทย์แผนไทย และผู้อำนวยการ ดี ซักเซส คลินิกแพทย์แผนไทย ให้การต้อนรับ คุณกมลทิพ พยัฆวิเชียร ผู้บริหารวังรี รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.นครนายก และคณะ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมต้นแบบคลินิกแพทย์แผนไทยพรีเมียม เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาบริการสุขภาพแบบองค์รวม และนำไปต่อยอดสู่การเป็นรีสอร์ทสุขภาพในอนาคต ณ อาคาร 14 ชั้น 1 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

รศ.ดร.ภก.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณบดีวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า การเยี่ยมชม ดี ซักเซส คลินิกแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นคลินิกแพทย์แผนไทยพรีเมียมของ DPU ในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผลต้นแบบบริการแพทย์แผนไทยไปสู่ธุรกิจรีสอร์ทสุขภาพ โดยเฉพาะ วังรี รีสอร์ท แอนด์ สปา ซึ่งมีความสนใจพัฒนาบริการจากสปา การนวดผ่อนคลาย และบริการเวลเนสทั่วไป ไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงลึกที่ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การฟื้นฟูร่างกาย และการดูแลกลุ่มโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs

“จุดแข็งของคลินิกแพทย์แผนไทยพรีเมียม คือการยกระดับบริการจากการผ่อนคลายและการส่งเสริมสุขภาพ ไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงลึก รวมถึงการรักษาโรคบางกลุ่มได้อย่างเหมาะสม เมื่อนำโมเดลดังกล่าวไปเชื่อมโยงกับธุรกิจรีสอร์ท จะช่วยให้ผู้ใช้บริการได้รับประสบการณ์ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการพักผ่อน การท่องเที่ยว การดูแลสุขภาพและการรักษาโรคในเวลาเดียวกัน พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจรีสอร์ทสุขภาพได้ด้วยหลักของแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทยที่มีคุณภาพมาตรฐาน” คณบดีวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าว

รศ.ดร.ภก.สุรพจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันบริการเวลเนสและสปาส่วนใหญ่ยังเน้นการผ่อนคลายเป็นหลัก ขณะที่ความต้องการด้านการดูแลโรคเรื้อรังและปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง DPU จึงพัฒนาคลินิกแพทย์แผนไทยพรีเมียมให้เป็นต้นแบบการบริการสุขภาพที่มีมาตรฐาน โดยใช้จุดแข็งของแพทย์แผนไทย ทั้งด้านสมุนไพรไทย การนวดรักษา การนวดส่งเสริมสุขภาพ และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

สำหรับแนวทางการขยายผล มหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบแฟรนไชส์คลินิกแพทย์แผนไทยพรีเมียม โดยมีเป้าหมายในการนำต้นแบบคลินิกของ DPU ไปประยุกต์ใช้หรือให้บริการภายในรีสอร์ท และ สถานประกอบการด้านสุขภาพ ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ทั้งด้านบุคลากร แพทย์แผนไทย การฝึกอบรม ระบบบริการ ผลิตภัณฑ์ และตำรับยาสมุนไพรชนิดสกัดเข้มข้น เพื่อให้คุณภาพการให้บริการเป็นไปในแนวทางเดียวกับคลินิกต้นแบบ หากความร่วมมือกับ วังรี รีสอร์ท แอนด์ สปา เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จะเป็นต้นแบบสำคัญของการเชื่อมโยงการแพทย์แผนไทย สมุนไพรไทย และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภายใต้เอกลักษณ์ไทยในรูปแบบไทยพรีเมียมเวลเนส – Thai Premium Wellness

รศ.ดร.ภก.สุรพจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า โมเดลคลินิกแพทย์แผนไทยพรีเมียมสามารถต่อยอดได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ หากกฎหมายและข้อกำหนดของแต่ละพื้นที่เอื้ออำนวย โดยนอกจากจะช่วยยกระดับบริการสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแล้ว ยังสามารถสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจในวงกว้าง ทั้งการเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจรีสอร์ท โรงแรม เวลเนส และศูนย์บริการสุขภาพ รวมถึงการสร้างอาชีพด้านแพทย์แผนไทย การขยายตลาดสมุนไพรไทย และการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกสมุนไพรมูลค่าสูงเข้าสู่ระบบการผลิตยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างยั่งยืน

ด้าน คุณกมลทิพ พยัฆวิเชียร ผู้บริหาร วังรี รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.นครนายก กล่าวว่า ปัจจุบัน วังรี รีสอร์ท แอนด์ สปา มีบริการสปา โรงเรียนสอนนวด และการให้บริการนวดอยู่แล้ว โดยเน้นการนวดเพื่อการดูแลและบรรเทาอาการเป็นหลัก เนื่องจากปัจจุบันผู้คนจำนวนมากประสบปัญหาอาการปวดเมื่อย รวมถึงออฟฟิศซินโดรม ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่มคนทำงานเท่านั้น แต่เริ่มพบในกลุ่มเยาวชนมากขึ้นจากพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และอุปกรณ์ดิจิทัลเป็นเวลานาน

ดังนั้น การมาเยี่ยมชมคลินิกแพทย์แผนไทยพรีเมียมต้นแบบของ DPU ครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการศึกษาแนวทางการพัฒนาบริการสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งด้านสมุนไพรไทย การนวดไทย และการยกระดับบุคลากร ผ่านการ Re-skill หรือ การพัฒนาทักษะใหม่ด้านแพทย์แผนไทย โดยเฉพาะศาสตร์การนวดตามแนวเส้นประธานสิบ เพื่อนำไปปรับใช้กับการพัฒนาบริการของ วังรี รีสอร์ท แอนด์ สปา ให้มีความครบถ้วนและตอบโจทย์ผู้ใช้บริการด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น

“สิ่งที่ประทับใจคือ DPU มีความพร้อมทั้งด้านคลินิกแพทย์แผนไทย องค์ความรู้ด้านสมุนไพรไทย และการนวดไทยที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง โดยเฉพาะการพัฒนาสมุนไพรไทยสู่ตำรับยา ซึ่งถือเป็นศักยภาพสำคัญของภูมิปัญญาไทย หากสามารถต่อยอดสู่ธุรกิจสุขภาพและบริการเวลเนสได้อย่างเหมาะสม จะช่วยสร้างทางเลือกใหม่ในการดูแลสุขภาพให้กับผู้ใช้บริการ” ผู้บริหาร วังรี รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.นครนายก กล่าว

คุณกมลทิพ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในอนาคต วังรี รีสอร์ท แอนด์ สปา มีความสนใจที่จะต่อยอดความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ทั้งในด้านการเผยแพร่สมุนไพรไทย การนำผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยไปให้ผู้ใช้บริการได้ทดลองใช้หรือทดลองชิม รวมถึงการพัฒนาทักษะบุคลากรด้านการนวดไทย เพื่อสนับสนุนการพัฒนารีสอร์ทให้เป็นพื้นที่แห่งการดูแลสุขภาพที่เชื่อมโยงการพักผ่อน การฟื้นฟูร่างกาย การรักษาโรค ด้วยภูมิปัญญาไทยเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน