ตัวแทนชาวบ้านออมทอง เร่งรัดแก้ปัญหาที่ดินวัดดังย่านยางปู ยืนยันดำเนินคดีวัด-ขบวนการ ฐานฉ้อโกงถึงที่สุด

วันที่ 18 มิ.ย. 2569 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนชาวบ้านออมทอง น.ส. สุรีย์ญา แสงรอด พร้อมนายภัทรพงษ์ รักข้อง ทนายความ เดินทางเข้าติดตามความคืบหน้าการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเดิมกรณี ปัญหาที่ดินในพื้นที่วัดดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

เนื่องจากชาวบ้านเชื่อว่าทางวัดมีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชนเป็นปกติธุระ หลังมีการนำที่ดินของวัด ดังมาปล่อยขายให้กับชาวบ้านในลักษณะโครงการบ้านจัดสรรและให้สิทธิ์ในการเช่าที่ดินถาวร ตั้งแต่ปี 2537 แต่ภายหลังทางวัดกลับเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในใบเสร็จค่าเช่าที่ดิน ปี2567 ให้เป็นการเช่าอาคาร และนำสัญญาเช่าอาคารที่เป็นโมฆะกรรม ยื่นฟ้องขับไล่ชาวบ้าน หวังยึดอาคารบ้านเรือนของชาวบ้าน รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 150 ล้านบาท

โดยกรณีดังกล่าวชาวบ้านได้แจ้งความวัดและไวยาวัจกรวัด รวมถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดไว้ที่สภ.บางปูแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากตำรวจระบุว่าเป็นคดีแพ่ง ชาวบ้านจึงไปร้องกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อปลายปีที่ผ่านมา จากนั้นพนักงานสอบสวนสภ.บางปู จึงได้เรียกชาวบ้านผู้เสียหายเข้าสอบปากคำ

โดยวันนี้ตัวแทนชาวบ้านได้นำเอกสารหลักฐานมาส่งมอบให้เพิ่มเติม เพื่อเร่งรัดการโอนสำนวนคดีอาญา ที่ชาวบ้านแจ้งความไว้ที่สภ.บางปู ให้ส่งสำนวนคดีมาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและให้ตำรวจสภ.บางปู ยุติการสอบสวน รวมทั้งขอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหรือปปง. เร่งตรวจสอบ เส้นทางการเงิน

ตรวจสอบทรัพย์สินและดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการของเจ้าหน้าที่รัฐ ตัวแทนชาวบ้านยังขอให้ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์เป็นผู้กำหนดเงื่อนไขการเจรจาเพื่อเยียวยาแก้ปัญหา และขอมาตรการคุ้มครองสิทธิ์ผู้เสียหายด้วย

ขณะที่ก่อนหน้านี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เคยมีการจัดประชุมเพื่อหาแนวทางเยียวยาและแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้วแต่ชาวบ้านยืนยันว่าการเจรจาหรือข้อตกลงใดๆที่เกิดขึ้นกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายในการระงับ สละสิทธิ์ หรือหักล้างการดำเนินคดีอาญาและไม่ถือเป็นการตัดสิทธิ์ผู้เสียหายในการเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา พร้อมย้ำว่า ทางวัดและผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำผิดต้องร่วมชดใช้เยียวยาให้กับผู้เสียหายและต้องได้รับโทษตามกฎหมายจนถึงที่สุด โดยชาวบ้านจะไม่มีการยอมความโดยเด็ดขาด

ทั้งนี้มีนางสาวสุวีรยา ทองพิทักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ เป็นผู้รับเรื่อง โดยยืนยันจะเร่งดำเนินการตามที่ชาวบ้านร้องขอ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน