ลองนึกถึงสิ่งของรอบตัวคุณในวันนี้ เบาะรถยนต์ที่นั่งระหว่างเดินทาง ผ้าม่านในออฟฟิศ กระเป๋าที่สะพายออกจากบ้าน หรือแม้แต่วัสดุกันความร้อนในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลพวงของอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เสื้อผ้าอีกต่อไป และในยุคที่ตลาดโลกผันผวน ซัพพลายเชนถูกกดดัน และผู้บริโภคเรียกร้องทั้งคุณภาพ ความยั่งยืน และความโดดเด่น ผู้ประกอบการที่ยึดติดกับการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียวย่อมไม่มีทางรอด
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่จะผลิตอะไร หากแต่เป็น “จะสร้างความแตกต่างอย่างไร” และนั่นคือจุดกำเนิดของงาน GFT 2026 งานแสดงเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตเครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน จัดโดย อาร์เอ็กซ์ ไบเทค ครั้งที่ 26 ต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “ค้นพบ • ออกแบบ • แตกต่าง” เพื่อเปิดประตูให้ผู้ประกอบการทุกขนาด ตั้งแต่ SMEs รายย่อยไปจนถึงโรงงานขนาดใหญ่ ได้ค้นพบนวัตกรรม ซัพพลายเออร์ใหม่ และโซลูชันที่ใช่ เพื่อนำไปออกแบบโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่งและโดดเด่นกว่าคู่แข่ง


“ไม่ว่าสถานการณ์โลกหรือการแข่งขันในตลาดจะท้าทายเพียงใด สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ประกอบการจะต้องค้นหาจุดแข็งและจุดต่างของตนเองให้เจอ การแข่งขันด้านราคาไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืนอีกต่อไป ทุกฝ่ายจึงต้องไม่หยุดนิ่งและพร้อมเปิดรับนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ” นางวราภรณ์ ธรรมจรีย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์เอ็กซ์ ไบเทค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว
ปีนี้งาน GFT 2026 รวมผู้แสดงสินค้ากว่า 250 แบรนด์จากไทยและต่างประเทศ แบ่งเป็นผู้แสดงสินค้าในประเทศ 61% และจากต่างประเทศ 39% ครอบคลุมฮ่องกง เวียดนาม สหรัฐอเมริกา และไต้หวัน

พร้อมพาวิลเลียนพิเศษจากจีนและไต้หวัน โดยแบ่งโปรไฟล์ผู้แสดงงานออกเป็น 7 กลุ่ม ได้แก่ เครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตเครื่องนุ่งห่ม, เทคโนโลยีและวัสดุงานปัก, เทคโนโลยีการพิมพ์, เทคโนโลยีการเย็บ, บริการรับผลิต OEM/ODM ในโซน MyStyle Zone, ผ้าคุณสมบัติพิเศษ และอุปกรณ์เสริมพร้อมซอฟต์แวร์สำหรับการผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

นวัตกรรมและเทคโนโลยีไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด

หนึ่งในความน่าสนใจของงานปีนี้คือความหลากหลายของเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ได้จริงทั้งธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่ Smart Cut GLS Automatic Multi-ply Cutting Systems จาก The Smart Crystal (Thailand) คือเครื่องตัดผ้าอัตโนมัติที่ตัดวัสดุนุ่มได้อย่างแม่นยำสูง เหมาะสำหรับการผลิตปริมาณมากในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ ยานยนต์ กระเป๋า และงาน Outdoor ขณะที่เครื่องตัดผ้าอัตโนมัติอัจฉริยะแบรนด์ Richpeace โดย Hooray Venture (Thailand) นำเสนอโซลูชันแบบบูรณาการที่เชื่อมต่อระบบ CAD/CAM และการเย็บไว้ในขั้นตอนเดียวกัน ลดงาน Manual ลดความผิดพลาด และยกระดับ Workflow ทั้งสายการผลิต ด้วยราคาที่เข้าถึงได้สำหรับธุรกิจขนาดกลางและเล็ก


ด้านเทคโนโลยีการพิมพ์ผ้า มีทั้ง GZ Model Apsaras G4D G4P/G5P โดย SKT. Embroidery ซึ่งเป็นนวัตกรรมเครื่องพิมพ์ตรงลงบนเนื้อผ้าโดยไม่ต้องใช้กระดาษถ่ายโอน รองรับทั้งผ้าคอตตอนและโพลีเอสเตอร์ ให้งานพิมพ์ที่คมชัดและสีสันสดสวย และเครื่องพิมพ์ผ้า DGI Model HERCULES นำเข้าจากเกาหลี โดย Technology 2004 ที่มาพร้อมหน้ากว้างถึง 1.90 เมตร ระบบหัวพิมพ์ I3200 จำนวน 2 หัว ทำความเร็วสูงสุดถึง 97 ตารางเมตรต่อชั่วโมง ตอบโจทย์งานเสื้อผ้ากีฬาและแฟชันยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความเร็วและความละเอียดในการผลิต
สำหรับผู้อยากสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง Premier Mode นำเสนอบริการผลิตผ้าเดนิมครบวงจรแบบ End-to-End ทั้งแบบยืดและไม่ยืด ครอบคลุมวัสดุหลากหลาย ทั้ง Cotton, Tencel และ Coolmax เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการ Original Design โดยไม่ต้องลงทุนตั้งโรงงานเอง ส่วน Perma Corporation นำเสนอนวัตกรรมเส้นใยลดกลิ่น CICLO ที่พัฒนาโดยไม่ใช้สารเคลือบเคมี มุ่งลดปัญหาไมโครพลาสติกและขยะสิ่งทอในกระบวนการผลิต ตอบรับกระแสความยั่งยืนที่ผู้บริโภคทั่วโลกเรียกร้องอย่างจริงจัง
ปิดท้ายด้วยไฮไลต์ที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผู้บริหารโรงงานยุคดิจิทัล คือระบบ iGarment JOS โดย iGarment (Hong Kong) Ltd. ซอฟต์แวร์บริหารจัดการออร์เดอร์และควบคุมการผลิตสำหรับโรงงานเสื้อผ้าบนคลาวด์แบบครบวงจรรายแรกของโลก ตั้งแต่การรับออร์เดอร์ การวางแผนการผลิต ไปจนถึงการตรวจสอบและส่งมอบ ช่วยพลิกโฉมประสิทธิภาพการบริหารโรงงานอย่างก้าวกระโดดในยุคที่ Data คือหัวใจของการแข่งขัน
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีโซนพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและโอกาสทางธุรกิจโดยตรง ได้แก่ โซน Functional Textile นำเสนอนวัตกรรมผ้าคุณสมบัติพิเศษเพื่อการใช้งานเฉพาะด้าน เช่น ผ้าทนไฟ ผ้ายับยั้งเชื้อแบคทีเรีย และผ้าไม่ถักไม่ทอสำหรับอุตสาหกรรมหนัก โซน My Style รวมผู้รับจ้างผลิต OEM และ ODM ครบวงจรสำหรับผู้ต้องการสร้างแบรนด์โดยไม่ต้องลงทุนตั้งโรงงาน โซน Thailand Textiles Tag จัดแสดงผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทยที่ได้รับฉลากคุณภาพมาตรฐานสากล และเวิร์กชอปพิเศษร่วมกับ Bunka Fashion School ที่ชวนผู้เข้าร่วมสร้างสรรค์ถุงหอมจากเศษวัสดุเหลือใช้ตามแนวคิด Circular Economy

เวทีความรู้และเวิร์กชอปจากกูรูระดับแถวหน้า

งาน GFT 2026 ไม่ได้หยุดอยู่แค่การจัดแสดงเครื่องจักรและสินค้า แต่ยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ผ่านเวที GFT Inspire ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วนมาถ่ายทอดประสบการณ์ตรง ในหัวข้อที่สะท้อนความท้าทายที่ผู้ประกอบการไทยเผชิญอยู่จริง เช่น ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ จากสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ จะพูดถึง “กติกาใหม่ที่กำหนดอนาคตสิ่งทอไทย” ในยุค Sustainability Shift รวมถึงคุณพีรพล ตติยมณีกุล กรรมการผู้จัดการแบรนด์ Khaki Bros และคุณชลัมพล โลทารักษ์พงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย จะมาเล่าถึงเส้นทางการต่อยอดจาก OEM สู่การสร้างแบรนด์ของตัวเองที่ประสบความสำเร็จ
หัวข้ออื่นๆ ที่น่าสนใจได้แก่ การส่งออกสินค้าสิ่งทอให้ถึงมาตรฐานสากลโดยคุณนิศาบุษป์ วีรบุตร ผู้อำนวยการจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์, กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลที่วัดผลได้จริงโดยคุณไชยพงศ์ ลาภเลี้ยงตระกูล นายกสมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด, ไปจนถึงมุมมองว่า “เมื่อสินค้าไม่ใช่ความต่าง แต่แบรนด์คือคำตอบ” โดยคุณณัชชา รชตวรภรณ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Keeps & Co. และหัวข้อ Design x OEM จากดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ WONDER ANATOMIE และผู้ร่วมก่อตั้ง More Loop
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีวิทยากรต่างประเทศชั้นนำจากสหรัฐอเมริกาและไต้หวัน อาทิ Mr. William Wilcox ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Clothing Tech จะนำเสนอแนวทาง “ลดระยะเวลา Speed-to-Market จากเดือนให้เหลือแค่นาที” ผ่านระบบ Automation ครบวงจร และ Mr. Justin Huang ประธานสมาพันธ์สิ่งทอไต้หวัน จะแชร์ประสบการณ์การใช้นวัตกรรมและความยั่งยืนเป็นกุญแจเจาะตลาดสากล พร้อมระบบแปลภาษา AI อัจฉริยะสำหรับผู้ฟังชาวไทยภายในงาน

สำหรับผู้ที่อยากลงมือปฏิบัติจริง ยังมีเวิร์กชอปตลอด 4 วันเต็ม ได้แก่ “Think, Make, Change Design Workshop” ชวนผู้เข้าร่วมระดมสมองและนำเสนอแนวคิดผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบร่วมกัน โดยคุณภาริดี โฆษิตจิรนันท์ Global Design Director สายกีฬาและ Fashion Lifestyle, เวิร์กชอป “พิมพ์ลายที่ใช่ เย็บงานที่ชอบ” โดย SKT. Embroidery ที่จะให้ผู้ร่วมกิจกรรมทดลองเย็บปลอกหมอนอิงด้วยเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์รุ่นล่าสุด และเวิร์กชอป “ต่อยอดแรงบันดาลใจ สู่ตัวตนของแบรนด์” โดยคุณปวีร์ ไพฑูรย์รังสฤษดิ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง The CAS design space ที่จะพาผู้เข้าร่วมสำรวจกระบวนการพัฒนาคอลเลกชันแฟชั่นผ่านการสร้าง Mini Fashion Mood Board ด้วยตนเอง

 

พบกันที่งาน GFT 2026

วันที่ 1–4 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00–18.00 น.

ฮอลล์ 100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค

 

คาดมีผู้ประกอบการและผู้ชมงานจากทั่วอาเซียนกว่า 15,000 ราย

ลงทะเบียนเข้าชมงานฟรีภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้เท่านั้น ที่ www.gftexpo.com

โทร. 0 2686 7222 | อีเมล: [email protected]

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน