สปสช. เผยผลสำรวจความคิดเห็นผู้ร่วมงาน Thailand Healthcare 2026 วันที่ 25–28 มิ.ย. 2569 จำนวน 411 ราย พบการรับรู้สิทธิบัตรทองอยู่ในระดับสูง แต่ยังมีช่องว่างด้านความเข้าใจรายละเอียดสิทธิ ช่องทางสายด่วน 1330 และขั้นตอนการใช้บริการ เดินหน้าสื่อสารสิทธิให้เข้าใจง่าย ใช้สิทธิได้สะดวกขึ้น

ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “บัตรทอง 30 บาท” เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยให้คนไทยเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเมื่อเจ็บป่วย ขณะเดียวกัน การทำให้ประชาชน “รู้สิทธิ เข้าใจสิทธิ และใช้สิทธิได้ถูกต้อง” ยังเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สิทธิประโยชน์ที่มีอยู่สามารถไปถึงประชาชนได้จริง

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้สำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้สิทธิ หน้าที่ และความคิดเห็นต่อระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จากผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 411 ราย ในช่วงการจัดงานมหกรรมสุขภาพ Thailand Healthcare 2026 25-28 มิถุนายน 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำข้อมูลไปใช้ปรับปรุงและพัฒนาการสื่อสาร รวมถึงการให้บริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผลสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่รับรู้และรู้จักระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในระดับสูง โดย 96.4% ระบุว่ารู้จักสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทอง/สิทธิ 30 บาท และ 92.7% ทราบว่าคนไทยมีสิทธิหลักประกันสุขภาพที่รัฐจัดให้ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิข้าราชการ สิทธิประกันสังคม หรือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ขณะเดียวกัน 86.1% ของผู้ตอบแบบสำรวจทราบว่า สปสช. เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สะท้อนว่า ประชาชนจำนวนมากสามารถเชื่อมโยงสิทธิบัตรทองกับบทบาทของ สปสช. ได้

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางส่วนที่เข้าใจคลาดเคลื่อนหรือไม่ทราบว่าหน่วยงานใดเป็นผู้ดูแลสิทธินี้ จึงเป็นประเด็นที่ต้องสื่อสารซ้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบทบาทของ สปสช. ในการดูแลสิทธิประโยชน์ รับเรื่องร้องเรียน ประสานคุ้มครองสิทธิ และสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงบริการตามสิทธิ

ประเด็นที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ ช่องทางติดต่อ สปสช. ผ่านสายด่วน 1330 ผลสำรวจพบว่า 69.3% ของผู้ตอบแบบสำรวจตอบถูกว่า หากต้องการติดต่อเรื่องสายด่วนบัตรทอง ตรวจสอบสิทธิ สอบถามสิทธิประโยชน์ หรือร้องเรียน/ร้องทุกข์ ต้องติดต่อที่สายด่วน 1330 แต่ยังมีผู้ตอบอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ทราบหรือสับสนกับเบอร์สายด่วนอื่น เช่น 1669 ซึ่งเป็นสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน

ข้อมูลนี้สะท้อนว่า แม้สายด่วน 1330 จะเป็นช่องทางสำคัญที่ประชาชนรู้จักและใช้งานมากที่สุดช่องทางหนึ่ง แต่ยังจำเป็นต้องประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจนและจำง่ายยิ่งขึ้นว่า “เรื่องสิทธิบัตรทอง ตรวจสอบสิทธิ สอบถามสิทธิประโยชน์ หรือร้องเรียนเรื่องการใช้สิทธิ โทร. สายด่วน สปสช. 1330”

สำหรับช่องทางการรับรู้ข้อมูลของ สปสช. ผลสำรวจพบว่า ช่องทางที่ผู้ตอบแบบสำรวจเคยใช้บริการหรือเคยได้รับข้อมูลมากที่สุด ได้แก่ สายด่วน สปสช. 1330 จำนวน 51.3% รองลงมาคือ LINE Official Account “สปสช.” 49.1% โทรทัศน์ 46.5% เว็บไซต์ สปสช. 45.5% คู่มือ หนังสือ แผ่นพับ โปสเตอร์ หรือสื่อสิ่งพิมพ์ 44.8% และเฟซบุ๊ก “สปสช.” 42.3%

ผลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การสื่อสารเรื่องสิทธิบัตรทองยังควรใช้หลายช่องทางควบคู่กัน ทั้งช่องทางดิจิทัล ช่องทางโทรศัพท์ สื่อสังคมออนไลน์ สื่อกระแสหลัก และสื่อประชาสัมพันธ์ในพื้นที่บริการ เพราะกลุ่มผู้รับสารมีความหลากหลาย ทั้งด้านอายุ พฤติกรรมการใช้สื่อ และความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูล

ในด้านความรู้ความเข้าใจต่อสิทธิและหน้าที่ของผู้มีสิทธิบัตรทอง พบว่า ประเด็นที่ผู้ตอบแบบสำรวจรับรู้สูง ได้แก่ การต้องแสดงบัตรประชาชนเพื่อยืนยันการใช้สิทธิ 90.3% การที่คนไทยทุกคนมีสิทธิรับบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เช่น วัคซีนเด็ก ฝากครรภ์ คุมกำเนิด ตรวจเบาหวาน ความดันโลหิต ตรวจมะเร็งปากมดลูก และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลสำหรับกลุ่มเสี่ยง 81.3% รวมถึงกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติถึงแก่ชีวิตตามหลักเกณฑ์ UCEP สามารถเข้ารับการรักษาที่หน่วยบริการใกล้ที่สุดได้ 79.6%

นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจจำนวนมากยังรับรู้สิทธิกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุทั่วไป การเข้ารับบริการที่หน่วยบริการซึ่งเข้าร่วมกับ สปสช. กรณีมีความจำเป็นแม้ไม่ใช่หน่วยบริการตามสิทธิ รวมถึงสิทธิรักษาโรคที่ต้องผ่าตัดหรือโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ โรคสมอง และโรคไตวาย

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจยังสะท้อนช่องว่างด้านความเข้าใจในบางประเด็น โดยเฉพาะรายละเอียดสิทธิที่มีเงื่อนไขหรือเกี่ยวข้องกับขั้นตอนการใช้บริการ เช่น การเปลี่ยนหน่วยบริการประจำได้ 4 ครั้งต่อปี ซึ่งมีผู้ตอบว่า “ไม่ทราบ” 35.0% การเปลี่ยนหน่วยบริการแล้วใช้สิทธิได้ทันที มีผู้ตอบว่า “ไม่ทราบ” 33.3% สิทธิรับบริการแพทย์แผนไทย เช่น ยาสมุนไพร นวด อบ และประคบสมุนไพรเพื่อการรักษา มีผู้ตอบว่า “ไม่ทราบ” 32.1% และสิทธิยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีได้รับความเสียหายจากการรักษา มีผู้ตอบว่า “ไม่ทราบ” 31.9%

ประเด็นเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนาการสื่อสารของ สปสช. เพราะสะท้อนว่า การที่ประชาชนรู้จัก “บัตรทอง” แล้ว อาจยังไม่เพียงพอ หากยังไม่เข้าใจรายละเอียดการใช้สิทธิ ขั้นตอนการขอรับบริการ ช่องทางการติดต่อ หรือสิทธิประโยชน์บางรายการที่สามารถใช้ได้จริงในระบบ

ด้านความพึงพอใจภาพรวมต่อการดำเนินงานระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผู้ตอบแบบสำรวจให้คะแนนเฉลี่ย 8.0 จาก 10 คะแนน โดย 66.7% ให้คะแนนความพึงพอใจอยู่ในระดับ 8–10 คะแนน และ 33.6% ให้คะแนนเต็ม 10 คะแนน สะท้อนว่าผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อระบบในภาพรวมค่อนข้างสูง

ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ตอบแบบสำรวจบางส่วนที่ให้ข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาระบบ โดยประเด็นที่พบซ้ำ ได้แก่ ต้องการให้การใช้สิทธิมีความสะดวกขึ้น ลดขั้นตอนเรื่องใบส่งตัวหรือการส่งต่อ เพิ่มการประชาสัมพันธ์สิทธิประโยชน์ให้เข้าใจง่ายและต่อเนื่อง ลดระยะเวลารอคอยในโรงพยาบาล รวมถึงจัดระบบการให้บริการหรือการให้ข้อมูลในงานกิจกรรมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เสียงสะท้อนเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญที่ สปสช. จะนำไปใช้ประกอบการพัฒนางานสื่อสารและการคุ้มครองสิทธิประชาชน โดยเฉพาะการทำให้ข้อมูลสิทธิประโยชน์มีความชัดเจน เข้าใจง่าย และเข้าถึงประชาชนแต่ละกลุ่มได้เหมาะสมมากขึ้น

สปสช. ยืนยันเดินหน้าสื่อสารข้อมูลสิทธิบัตรทองอย่างต่อเนื่อง ผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งสายด่วน 1330 เว็บไซต์ สปสช. LINE Official Account “สปสช.” เฟซบุ๊ก สื่อสิ่งพิมพ์ และเครือข่ายหน่วยบริการ เพื่อให้ประชาชนรู้สิทธิ ใช้สิทธิได้ถูกต้อง และมั่นใจว่าเมื่อเจ็บป่วยหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิบัตรทอง จะมีช่องทางที่สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำและความช่วยเหลือได้

ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลสิทธิบัตรทอง ตรวจสอบสิทธิ สอบถามสิทธิประโยชน์ หรือร้องเรียน/ร้องทุกข์เกี่ยวกับการใช้สิทธิ ได้ที่สายด่วน สปสช. 1330 หรือช่องทางออนไลน์ของ สปสช.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน