กอ.รมน. – มูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ เดินหน้าช่วยทหารแนวชายแดน มอบเงินเยียวยาครอบครัว ผู้เสียสละ-หนุนเครื่องมือแพทย์เกือบล้าน
13 กรกฎาคม 2569 – ที่สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. (สมท.กอ.รมน.) โดย พล.ท.ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. พร้อมคณะกรรมการมูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ
ลงพื้นที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี เข้าพบ พล.ท.อดุลย์ จันทร์มา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เพื่อหารือแนวทางการช่วยเหลือและสนับสนุนกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคง

โดยได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์ข้อพิพาทตามแนวชายแดน ครั้งที่ 2 จำนวน 4 ครอบครัว ครอบครัวละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 40,000 บาท พร้อมมอบพัดลม Hatari Cyclone Max ขนาด 8 นิ้ว รุ่น PS8M1 จำนวน 4 เครื่อง และแจกขนมปังจำนวน 500 ชิ้น ให้แก่บุตรของกำลังพลผู้เสียชีวิตที่เดินทางมาร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียสละ
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สมท.กอ.รมน. ได้ร่วมกับมูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ และมูลนิธิผึ้งหลวงอัศวิน สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อใช้ดูแลกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ข้อพิพาทตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยทั้งสองมูลนิธิร่วมบริจาคเครื่องช่วยหายใจจำนวน 2 เครื่อง มูลค่ารวม 900,000 บาท เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤตของหน่วยแพทย์ทหาร
นอกจากนี้ ยังมอบเงินช่วยเหลือกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 35 นาย นายละ 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 105,000 บาท รวมทั้งมอบเงินเยียวยาครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิตอีก 27 ครอบครัว ครอบครัวละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 270,000 บาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ
พร้อมกันนี้ ยังสนับสนุนงบประมาณจัดซื้อเครื่องเก็บพลังงานสำรอง (Power Box) จำนวน 100 เครื่อง เครื่องละ 1,500 บาท รวมวงเงิน 150,000 บาท มอบให้กองทัพภาคที่ 2 เพื่อใช้สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลพื้นที่ตามแนวชายแดน
พล.ท.ธนาธิป ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมในการร่วมดูแล เยียวยา และสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลและครอบครัวผู้เสียสละ ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าจะบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป
