‘ไทย’ รักษามาตรฐานการอนุรักษ์มรดกโลก ยืนยันชัดบนเวที UNESCO ไม่มีแหล่งใดขึ้นบัญชีมรดกโลก ในภาวะอันตราย ชี้ไทยรักษาแหล่งมรดกโลกไว้เป็นอย่างดี

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ประเทศไทยได้รับข่าวดี เนื่องจากไม่มีแหล่งมรดกโลกของไทยแห่งใดถูกเสนอให้บรรจุในบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย (List of World Heritage in Danger) สะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ การบริหารจัดการพื้นที่ และการติดตามสถานภาพแหล่งมรดกโลกของประเทศไทย ยังคงเป็นไปตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก และสามารถรักษาคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลของแหล่งมรดกโลกไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการขับเคลื่อนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยนโยบายจาก นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. และ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดทส. ที่มุ่งยกระดับการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะหน่วยงานประสานงานกลางอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของประเทศไทย ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการติดตาม เฝ้าระวัง และประเมินสถานภาพการอนุรักษ์ของแหล่งมรดกโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมผลักดันมาตรการบริหารจัดการพื้นที่ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อธำรงรักษาคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value : OUV) ของแหล่งมรดกโลกให้คงอยู่สืบไป

 

ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ได้มีการพิจารณาวาระที่ 7A เรื่อง รายงานสถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย (State of Conservation of World Heritage Properties Inscribed on the List of World Heritage in Danger) ซึ่งเป็นวาระสำคัญของการประชุมที่ใช้ติดตามสถานภาพของแหล่งมรดกโลกทั่วโลกที่กำลังเผชิญภัยคุกคามซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

อย่างไรก็ตาม การได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกไม่ได้หมายความว่าภารกิจจะสิ้นสุดลง แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความรับผิดชอบในการดูแลรักษาแหล่งมรดกโลกในระยะยาว รัฐภาคีและหน่วยงานที่รับผิดชอบจำเป็นต้องจัดทำแผนบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งด้านการอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างเหมาะสม การบริหารจัดการการท่องเที่ยว การจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ การมีส่วนร่วมของชุมชน ตลอดจนการติดตามและรายงานสถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลไว้ หากรัฐภาคีไม่สามารถบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกได้อย่างเหมาะสม หรือปล่อยให้คุณค่าของแหล่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง คณะกรรมการมรดกโลกอาจพิจารณาบรรจุแหล่งดังกล่าวไว้ในบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย และหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นจนส่งผลให้คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลสูญเสียไปอย่างไม่อาจฟื้นคืนได้ คณะกรรมการมรดกโลกสามารถพิจารณาถอดถอนแหล่งนั้นออกจากบัญชีมรดกโลกได้

ที่ผ่านมา มีตัวอย่างแหล่งมรดกโลกที่ถูกถอดถอนจากบัญชีมรดกโลกแล้ว ได้แก่ Dresden Elbe Valley ประเทศเยอรมนี ซึ่งถูกถอดถอนในปี พ.ศ. 2552 จากการก่อสร้างสะพานคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ตัดผ่านภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมของหุบเขา ส่งผลให้ความสมบูรณ์และคุณค่าของภูมิทัศน์ดั้งเดิมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือ Liverpool – Maritime Mercantile City ประเทศสหราชอาณาจักร ซึ่งถูกถอดถอนในปี พ.ศ. 2564 เนื่องจากการพัฒนาโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่บริเวณริมน้ำ รวมถึงสนามฟุตบอลแห่งใหม่ ส่งผลกระทบต่อความเป็นของแท้และความสมบูรณ์ของแหล่งมรดกโลก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน