กมธ.ศาสนาฯ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเวทีใหญ่เมืองน่าน เร่งสืบสาน “ผ้าทอล้านนา” หวั่นภูมิปัญญาหลายชั่วอายุคนสูญหาย หลังช่างทอสูงวัย-เยาวชนห่างเหินวิถีดั้งเดิม
วันที่ 25 ก.ค. 2569 ที่นาน้อยรีสอร์ท ตำบลนาน้อย อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร มอบหมายให้ นายประสิทธิ์ โนทะ รองประธานคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ คนที่สอง เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนา “ผ้าทอล้านนา สืบสานภูมิปัญญา สร้างคุณค่าสู่อนาคต” ซึ่งคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ จัดขึ้น เพื่อปลุกพลังการอนุรักษ์และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นของภาคเหนือให้คงอยู่กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ภายในงานมี นายทวีศักดิ์ พุ่มมรดก นายอำเภอนาน้อย พร้อมกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง ปราชญ์ชาวบ้าน แม่ครูทอผ้า นักเรียน เยาวชน กลุ่มสตรี ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนกว่า 400 คน เข้าร่วมอย่างคึกคัก สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น
นายประสิทธิ์ กล่าวว่า “ผ้าทอล้านนา” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องนุ่งห่ม หากแต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่บอกเล่าเรื่องราวของวิถีชีวิต ความเชื่อ ประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาของผู้คนในดินแดนล้านนาที่สั่งสมและถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมานานหลายร้อยปี ทุกลวดลาย ทุกสีสัน และทุกเส้นใย ล้วนสะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นที่ไม่สามารถทดแทนได้
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกระแสการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจได้ส่งผลกระทบต่อการสืบทอดภูมิปัญญาการทอผ้าพื้นเมืองอย่างชัดเจน ผู้สืบทอดองค์ความรู้มีจำนวนลดลง เยาวชนรุ่นใหม่มีโอกาสเรียนรู้วิชาทอผ้าน้อยลง ขณะที่ครูช่างและปราชญ์ชาวบ้านจำนวนมากกำลังก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ ทำให้เกิดความเสี่ยงที่องค์ความรู้อันล้ำค่าอาจสูญหาย หากไม่มีการถ่ายทอดอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
รองประธานคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ ย้ำว่า การจัดสัมมนาในครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสร้างการเรียนรู้ เชื่อมโยงคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้เยาวชนได้สัมผัสภูมิปัญญาท้องถิ่นจากครูช่างตัวจริง พร้อมต่อยอดผ้าทอล้านนาให้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมที่สามารถแข่งขันได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการการศาสนาฯ ยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาภูมิปัญญาผ้าทอล้านนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทยได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และยังคงเป็นรากฐานสำคัญของอัตลักษณ์ชาติ ตลอดจนเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป


