อก. ดัน GMT SMEs By DIPROM ยกระดับ SMEs ไทยด้วยมาตรฐานระดับสากล พร้อม ผนึก ...” ต่อยอดรับแรงแข่งขันการค้าโลก

กรุงเทพฯ 24 กรกฎาคม 2569 – กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการ SMEs ไทย ด้วยมาตรฐานที่ตรวจสอบได้ผ่านการผลักดัน “Good Manufacturing of Thailand for SMEs : GMT SMEs (GMT By DIPROM)” มาตรฐานการผลิตสำหรับ SMEs ไทย ครอบคลุมการประเมิน 5 ด้านสำคัญ ตั้งแต่การบริหารจัดการองค์กร กระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย จนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่ม
ในประเทศ พร้อมผนึกกำลัง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ขยายผลสู่ผู้ประกอบการทั่วประเทศเพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การค้าโลกในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพสินค้าไปสู่การแข่งขันด้าน “มาตรฐาน” และ “ความน่าเชื่อถือของกระบวนการผลิต” โดยประเทศคู่ค้าสำคัญต่างยกระดับมาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีควบคู่กับการกำหนดข้อกำหนดด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม การตรวจสอบย้อนกลับ การพิสูจน์แหล่งกำเนิดสินค้า และการป้องกันการสวมสิทธิ์ทางการค้ามากยิ่งขึ้น

ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงระบบการผลิตที่มีมาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบได้ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ได้กลายเป็น “แต้มต่อ” สำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SMEs กว่า 3.2 ล้านราย ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่ผู้ประกอบการจำนวนมากยังเผชิญข้อจำกัดด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และการพัฒนาระบบการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ตลาดโลกให้การยอมรับ

ส่งผลให้ผู้ประกอบการยังไม่สามารถต่อยอดธุรกิจและสร้างโอกาสทางการค้าได้อย่างเต็มศักยภาพ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้ผลักดัน GMT SMEs เพื่อเป็นมาตรฐานการผลิตที่เหมาะสมกับบริบทของผู้ประกอบการ SMEs ไทย ช่วยให้สถานประกอบการสามารถประเมินศักยภาพของตนเอง ยกระดับการบริหารจัดการ และกระบวนการผลิตได้อย่างเป็นระบบ

พร้อมวางรากฐานในการต่อยอดสู่มาตรฐานระดับประเทศและสากล ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้า เพิ่มโอกาสทางการตลาด และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

ดร.ณัฐพล กล่าวต่อว่า การผลักดัน “GMT SMEs” By DIPROM เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ที่มุ่งบูรณาการการทำงานเพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม การเพิ่มประสิทธิภาการผลิต การยกระดับมาตรฐาน การเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ การเข้าถึงแหล่งทุน และการขยายโอกาสทางการตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้ทันต่อบริบทเศรษฐกิจโลก
ที่เปลี่ยนแปลง และพร้อมเข้าสู่กติกาการค้าใหม่

ด้าน นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในมุมของภาคเอกชน SMEs ไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจขนาดเล็ก หรือขนาดกลาง แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบภาคอุตสาหกรรมไทย เพราะอยู่ในทุกช่วงของห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้รับจ้างผลิต ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ให้บริการ ไปจนถึงผู้ประกอบการที่พัฒนาสินค้าของตนเองเข้าสู่ตลาด

ดังนั้น การยกระดับ SMEs ให้มีระบบ มีหลักฐานและสามารถสื่อสารศักยภาพของตนเองให้คู่ค้าเห็นได้อย่างชัดเจน จึงเป็นเรื่องสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยทั้งระบบ

“สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเห็นว่า “GMT SMEs” By DIPROM เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนความสามารถที่มีอยู่จริงของ SMEs ไทย ให้กลายเป็นข้อมูล หลักฐาน และระบบที่คู่ค้าเชื่อมั่นได้ โดยเฉพาะเมื่อประสานกับกลไก Made in Thailand หรือ MiT ซึ่งช่วยยืนยันสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยจะยิ่งทำให้ผู้ประกอบการไทยที่ผลิตจริง ลงทุนจริง จ้างงานจริง และสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศจริง มีแต้มต่อมากขึ้นในตลาดและห่วงโซ่อุปทาน”

สำหรับการเชื่อมโยง “GMT SMEs” By DIPROM กับกลไกภาคเอกชน เช่น MiT จะช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องและเป็นธรรม ขณะเดียวกันยังช่วยลดช่องว่างของการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากกิจกรรม ทางเศรษฐกิจที่ใช้ประเทศไทยเป็นเพียงทางผ่าน หรือไม่ได้สร้างคุณค่าต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมไทยอย่างแท้จริง

โดยในอนาคตการส่งเสริมสินค้าไทยไม่ควรหยุดอยู่เพียงการบอกว่าเป็นสินค้าไทยเท่านั้น แต่ควรทำให้ตลาดเห็นด้วยว่าสินค้าไทยมาจากผู้ผลิตที่มีระบบ มีความรับผิดชอบ และมีศักยภาพที่จะเติบโตไปพร้อมกับคู่ค้า

ด้าน นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า “GMT SMEs” By DIPROM ได้รับการพัฒนาขึ้นจากการศึกษาหลักเกณฑ์และมาตรฐานด้านการผลิตที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมนำผลการศึกษามาวิเคราะห์และออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทของผู้ประกอบการ SMEs ไทย

ก่อนนำไปหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภาคอุตสาหกรรมแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มาตรฐานดังกล่าวสามารถนำไปใช้ได้จริง มีความเหมาะสมกับศักยภาพของผู้ประกอบการ และเป็นแนวทางในการยกระดับสถานประกอบการอย่างเป็นระบบ

การดำเนินงาน “GMT SMEs” By DIPROM เป็นกระบวนการพัฒนาที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้วิเคราะห์ศักยภาพของตนเอง พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการจัดทำแผนพัฒนา เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการ การผลิต และการควบคุมคุณภาพให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยการประเมินภายใต้ “GMT SMEs” By DIPROM ครอบคลุม 5 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย

1. การบริหารจัดการองค์กร เพื่อยกระดับระบบการบริหารและการวางแผนการดำเนินธุรกิจ

2. การบริหารจัดการกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดความสูญเสีย

3. การควบคุมคุณภาพ เพื่อสร้างความสม่ำเสมอของสินค้าและเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า

4. การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และอาชีวอนามัย เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและเป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

5. การสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงกับการใช้วัตถุดิบ แรงงาน บริการ และทรัพยากรภายในประเทศ รวมถึงการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อสร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน โดยผู้ประกอบการจะได้รับการประเมินศักยภาพ พร้อมข้อเสนอแนะ และแนวทางจัดทำแผนพัฒนา เพื่อยกระดับมาตรฐาน การดำเนินธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง นางสาวณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน