DPU จับมือ สพม.นครศรีธรรมราช ยกระดับครูแนะแนว 71 โรงเรียน สู่ “โค้ชชีวิต” ปลุกศักยภาพเด็กยุค AI ผ่าน 6 มิติ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช (สพม.นครศรีธรรมราช) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาศักยภาพการเป็นครูแนะแนวที่ดี ด้วยกระบวนการ Coaching เพื่อมุ่งพัฒนาผู้เรียนผ่าน 6 มิติสำคัญ” ยกระดับครูแนะแนวจาก 71 โรงเรียนในสังกัด สู่บทบาท “โค้ชชีวิต” ที่สามารถรับฟัง เข้าใจ และช่วยให้นักเรียนค้นพบศักยภาพของตนเอง พร้อมประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์ความสนใจ วางแผนการศึกษาและอาชีพ ตลอดจนเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช
การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้แก่ระบบงานแนะแนว การชี้แนะด้วยกระบวนการ Coaching และการดูแลสุขภาพจิตของผู้เรียน ตลอดจนพัฒนาครูให้สามารถสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการพูดคุยและรับฟังนักเรียนอย่างเข้าใจ สอดคล้องกับนโยบายขับเคลื่อนงานแนะแนวและระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
ในโอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.สุธีรุจ อุปถัมภ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดการประชุม โดยมี นางจิรา ชูช่วย ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา กล่าวรายงานถึงแนวทางและเป้าหมายของการพัฒนาครูแนะแนวให้สามารถดูแลผู้เรียนได้อย่างรอบด้าน
การอบรมมุ่งเปลี่ยนมุมมองของครูแนะแนวจากการเป็นเพียงผู้ให้ข้อมูล หรือ Information Provider ไปสู่การเป็น “โค้ชผู้จุดประกาย” ที่ไม่ตัดสินหรือกำหนดคำตอบแทนนักเรียน แต่ใช้กระบวนการตั้งคำถาม การรับฟังอย่างลึกซึ้ง และการสร้างความไว้วางใจ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนรู้จักตนเอง มองเห็นจุดแข็ง และสามารถออกแบบเส้นทางชีวิตที่เหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละคน
กิจกรรมใน Module 1 : กระบวนการ Coaching ขั้นพื้นฐานสำหรับครูแนะแนว ถ่ายทอดโดย นายภัฏ เตชะเทวัญ ผู้อำนวยการ Corporate Strategy & Planning และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายแนะแนวการศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เน้นทำความเข้าใจบทบาทของครูแนะแนวในฐานะ “Coach” ซึ่งไม่ใช่เพียงผู้บอกทาง แต่เป็นผู้สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้นักเรียนกล้าเปิดเผยความคิด ความกังวล และความต้องการของตนเอง พร้อมฝึกทักษะการฟังอย่างลึกซึ้ง หรือ Active Listening เพื่อให้ครูสามารถเข้าถึงความรู้สึกและความต้องการที่แท้จริงของผู้เรียน
ต่อด้วย อาจารย์สุดถนอม รอดสว่าง วิทยากรจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งนำครูเข้าสู่ Module 2 :การปลุกศักยภาพด้วยแนวคิด POTENTIALIGENCE ผ่านกระบวนการค้นพบ ปลดล็อก และพัฒนาศักยภาพรายบุคคล เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้วิธีช่วยนักเรียนสำรวจสิ่งที่ตนเองชอบ สิ่งที่ถนัด และบุคลิกภาพที่สัมพันธ์กับเส้นทางอาชีพ โดยนำกิจกรรม “ติดเกาะวันแรก” แนวคิดบุคลิกภาพ RIASEC และเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการจำลองอาชีพและวิเคราะห์ความสนใจของนักเรียน
สำหรับ Module 3 : การตัดสินใจและการวางแผนสำรอง ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่าน “คู่มือผจญภัย” ซึ่งออกแบบให้ครูสามารถนำไปใช้ฝึกกระบวนการคิดและการตัดสินใจกับนักเรียน ตั้งแต่การพิจารณาทรัพยากรและน้ำหนักความสำคัญของสิ่งต่าง ๆ ไปจนถึงการกำหนด “เกณฑ์การเลือกอาชีพ” โดยใช้ตัวกรองและระบบให้คะแนนเพื่อเปรียบเทียบอาชีพที่สนใจ ก่อนคัดเลือกหนึ่งทางเลือกหลักและสองทางเลือกสำรอง ภายใต้แนวคิด “เพราะชีวิตต้องคิดเผื่อเสมอ” เพื่อให้นักเรียนพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนและปรับเปลี่ยนแผนชีวิตได้อย่างมีเหตุผล
จากนั้น ใน Module 4 : Workshop ฝึกทักษะ Coaching ครูแนะแนวได้จับคู่ฝึกปฏิบัติจริงผ่านการสวมบทบาท หรือ Role-play ฝึกตั้งคำถามแบบ Coaching ตามสถานการณ์ในคู่มือผจญภัย พร้อมเรียนรู้การใช้ Interactive E-Learning ของ DPU เพื่อทบทวนองค์ความรู้ ประเมินความเข้าใจ และนำทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้กับนักเรียนในโรงเรียนของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม
ปิดท้ายด้วย นายปวรุตม์ แคล้วรบ ผู้จัดการศูนย์รับสมัครนักศึกษาใหม่ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในหัวข้อ “เปลี่ยนการผจญภัยเป็น Portfolio ที่มหาวิทยาลัยต้องการ” ถ่ายทอดมุมมองการจัดทำแฟ้มสะสมผลงานที่ไม่ได้เน้นเพียงจำนวนกิจกรรมหรือความสวยงาม แต่ให้ความสำคัญกับการสะท้อนตัวตน กระบวนการเรียนรู้ และพัฒนาการของผู้เรียน โดยนำเทคนิค Storytelling มาใช้เปลี่ยนประสบการณ์ ความสนใจ และบทเรียนจากการลงมือทำ ให้กลายเป็นเรื่องราวที่แสดงศักยภาพและเชื่อมโยงกับสาขาวิชาที่ต้องการศึกษาต่อ




