สสส. ยืนยันซื้อสื่อตรงกับเจ้าของพื้นที่ ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง คุ้มงบประมาณ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนเห็นเยอะ ขอบคุณพันธมิตร อาทิ MRT-BTS-กทม. เปิดพื้นที่ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ
ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีมีการส่งต่อข้อมูลพร้อมภาพป้ายโฆษณากลางแจ้งของ สสส. ประเด็นบุหรี่ไฟฟ้า ที่ระบุว่า การซื้อพื้นที่โฆษณานั้น สสส. ไม่ได้จ่ายเงินตรงให้กับบริษัทเจ้าของจอ แต่จ่ายให้กับมูลนิธิ องค์กร หน่วยงานที่ขอรับทุน ไปดำเนินการจึงไม่อยู่ในขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ
โดยระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง สสส. จัดซื้อจัดจ้างตรงกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM โดยผ่านกระบวนการถูกต้อง ทำให้ได้พื้นที่รณรงค์บริเวณรถไฟฟ้า บริเวณป้าย Bangkok Pier ตอม่อ และพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง โดยพื้นที่บริเวณ ตอม่อ เป็นพื้นที่เสริมไม่คิดมูลค่า จำนวน 18 ป้าย ระยะเวลาเผยแพร่ 12 เดือน เพื่อคำนึงถึงประโยชน์ร่วมกันในการสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้น
ดร.ประกาศิต กล่าวต่อว่า สื่อรณรงค์ทุกชนิด ของ สสส. ดำเนินการผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 100% ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ของกรมบัญชีกลาง มีคณะกรรมการร่างขอบเขตงานจ้าง คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติผู้เสนองาน คณะกรรมการพิจารณาผลการคัดเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่กำหนดทั้งในแง่ราคาและข้อเสนอด้านเทคนิค รวมทั้งมีคณะกรรมการตรวจรับถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ
ในแต่ละปี สสส. ใช้งบรณรงค์ไม่ถึง 5% ของงบประมาณทั้งหมด แต่การที่ประชาชนได้รับชมสื่อรณรงค์อย่างกว้างขวาง ต้องขอบคุณพันธมิตร ที่ให้ข้อเสนอราคาพิเศษที่ต่ำกว่าภาคเอกชน ทั้ง สื่อมวลชน ที่ร่วมกันประชาสัมพันธ์ และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เปิดพื้นที่ให้สื่อสารรณรงค์
อาทิ กรมท่าอากาศยาน ให้พื้นที่ในการสื่อสารรณรงค์ภายในสนามบิน 22 จังหวัดทั่วประเทศ, กรุงเทพมหานคร ให้พื้นที่ศาลาที่พักรอรถประจำทางสาธารณะในสังกัด, MRT, BTS และพันธมิตรอื่นๆ ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน
การประเมินมูลค่าการใช้สื่อของ Nielsen Media Monitor ในปี 2568 พบว่า สสส. มีมูลค่าการประชาสัมพันธ์สูงถึง 1,703 ล้านบาท ขณะที่ สสส. ใช้งบประมาณสื่อสารรณรงค์ผ่านสื่อทุกประเภทราว 220 ล้านบาท/ปี และการประเมินประสิทธิภาพของแคมเปญรณรงค์ พบว่า แคมเปญในปี 2568-2569 ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านทัศนคติและพฤติกรรม ถึง 84.59 %
“จึงขอยืนยันเจตนารมณ์การทำงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมุ่งใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าเพื่อสุขภาวะที่ดีของคนไทยทุกคน และ สสส. เป็นองค์กรเพื่อสังคม ย่อมต้องรับฟังคำวิจารณ์ และข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาปรับปรุง พัฒนาการทำงาน แต่หากเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ปราศจากข้อเท็จจริง จะด้วยความเข้าใจผิดหรือเจตนาอื่นใด ในฐานะเจ้าหน้าที่ สสส. ที่รับผิดชอบงานด้านการสื่อสารจึงต้องขอชี้แจง” ดร.ประกาศิต ระบุ