มก.จัดพิธีรับพระบรมราชโองการฯ แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คนที่ 16
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง เมื่อวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมสุธรรม อารีกุล อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โอกาสนี้ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประธานในพิธี ประกอบพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ก่อนอ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ น.สพ. ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
จากนั้น ผศ. น.สพ. ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถวายธูปเทียนแพ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ และรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมแสดงความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีด้วยความรับผิดชอบและความตั้งใจอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม เพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้ก้าวหน้า สร้างประโยชน์ต่อวงการศึกษา สังคม และประเทศชาติ
ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คนที่ 16 กล่าวมอบนโยบายการบริหารมหาวิทยาลัยแก่ผู้บริหารและบุคลากรว่า
“ผมในฐานะอธิการบดีพร้อมกับผู้บริหาร เราจะทำงานในลักษณะเดียวกันคือ ทำงานร่วมกัน หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ผมเชื่อว่า พลังของ มก. จะมีมากขึ้นและสามารถฟันฝ่าอุปสรรคได้ถ้าเราร่วมมือกัน ร่วมมือกันฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ผมเชื่อมั่นว่า ผู้บริหารทุกท่านมีความพร้อมและความเต็มที่ที่จะทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วน แนวนโยบายเกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของทุกท่าน เราพยายามสร้างพิมพ์เขียวคือ แผนยุทธศาสตร์ มก. 20 ปี ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่อาศัยความร่วมมือระหว่างกัน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เรามีของดีมาก และขณะเดียวกันก็มีโจทย์ท้าทายที่ต้องผ่านไปให้ได้ ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงต่อไปนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่จะนำสิ่งดีๆ มาให้กับสังคมไทย ผมเชื่อว่า มก. มีส่วนอย่างมากที่จะเป็นผู้กำหนดประเทศไทยในอนาคตโดยเฉพาะภาคการเกษตรและสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
“มีคำสามคำที่ผมใช้เป็นหลักในการทำงาน คำแรก Syntegration การทำงานร่วมกัน ในบริบทปัจจุบันต้องการการทำงานร่วมกัน การเป็นผู้นำร่วมกัน ทุกท่านมีจิตวิญญาณในการเป็นอธิการบดีร่วมกัน เพราะเรามีเป้าหมายเดียวกัน การทำงานร่วมกัน การใช้ทรัพยากรร่วมกัน ลดความเป็นตัวตนของตัวเอง ลดกรอบของหน่วยงานลง ลดกรอบที่มองเฉพาะรอบตัวเองแล้วขยับกรอบเป็นการมองภาพมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วยกัน มองภาพรวมของประเทศไทยด้วยกัน
“วันนี้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีทรัพยากรที่ดีเยอะมาก ทรัพยากรที่ดีที่สุดคือคนเก่งของ มก. หลักการคิดและหลักการทำงาน ผมใช้คำหนึ่งคือ Glocalization เราต้องคิดระดับโลก มองว่าโลกนี้เปลี่ยนแปลงอย่างไร โลกต้องการอะไร โจทย์ปัญหาของโลกคืออะไร และ มก.อยู่ตำแหน่งไหนของโลกใบนี้ เพื่อทำให้เราสามารถตอบโจทย์ปัญหาของโลกได้ สิ่งที่เราต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้ง คือ เข้าใจความเป็นไทย เข้าใจปัญหาของประเทศไทย ช่วยแก้ไขปัญหาของชุมชน มีความเข้าใจใน local ให้ลึกซึ้ง
“มีการคิดระดับโลกแล้ว มีความเข้าใจท้องถิ่น เราต้อง action ให้เป็นมาตรฐานสากล เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเดินบนเวทีนานาชาติ เราอาจไม่ค่อยได้ส่งเสียงดังระดับนานาชาติ จากนี้ต่อไปอีกสี่ปี เราต้องลุกขึ้นมายืนบนเวทีและทำให้เสียงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดังไประดับนานาชาติ Glocalization จึงเป็นแนวนโยบายที่สำคัญอันหนึ่ง
“คำที่สาม Sustainability การพัฒนาอะไรก็ตามหากไม่คำนึงถึงความยั่งยืนก็คงเป็นการพัฒนาที่ฉาบฉวย ไม่สามารถสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรได้ เราจะให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืน คำนึงถึงเรื่องความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหาร ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม เรื่องเหล่านี้มีความสำคัญ
“ผมขอฝากแนวทางการทำงานบูรณาการร่วมกัน คิดใหญ่ระดับโลก เข้าใจท้องถิ่น มีการปฏิบัติที่เป็นนานาชาติ และคำนึงถึงความยั่งยืน เป็นแนวนโยบายสี่ปีนี้ที่จะลงสู่การปฏิบัติในแต่ละด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ การบริหาร ผมเชื่อมั่นว่าด้วยพลังของทุกท่าน การทำงานร่วมกันในทุกวิทยาเขต ทุกสถานีวิจัย ทุกสำนักเพื่อส่งมอบคุณค่าความเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสังคมและประเทศชาติ สิ่งที่กำลังทำอยู่และที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะทำให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้น เศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้น ทั้งหมดคือความหมายของคำว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่จะสร้างสรรค์ศาสตร์ของแผ่นดิน ทำให้คนไทยมีความกินดีอยู่ดี ผมขออนุญาตเป็น conductor จากนี้ไปอีกสี่ปี เพื่อบรรเลงเพลงไพเราะที่สุดคือ เพลงความเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และส่งมอบคุณค่าให้กับแผ่นดินไทยต่อไป”



