สสส.พร้อมร่วมงาน รพ.ชุมชน ตามนโนบาย รมว.สาธารณสุข ยึดเป้าหมายเดียวกัน สร้างเสริมสุขภาพ-ป่วย-เจ็บ น้อยลง อายุคาดเฉลี่ยเพิ่ม ลดงบรักษา

จากกรณีที่ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข กล่าวในงานประชุมวิชาการโรงพยาบาลชุมชน ให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำงานร่วมกับโรงพยาบาลชุมชน และระบบบริการปฐมภูมินั้น

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. ยินดีทำงานร่วมกับ รพ.ชุมชน หารือเบื้องต้นกับ นพ.ปวิตร วณิชชานนท์ ประธานชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย

โดยมีเป้าหมายตรงกันว่า จะร่วมกันเดินหน้าทำงานสร้างเสริมสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชน ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดการสูบบุหรี่ เพิ่มการออกกำลังกาย ควบคู่ไปกับการดูแลการบริโภคตามหลักโภชนาการ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยลดจำนวนคนเจ็บป่วยจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ที่เป็นสาเหตุทำให้คนไทยเสียชีวิตมากเป็นอันดับหนึ่งอยู่ที่ 74% ของการเสียชีวิตทั้งหมด

“โรงพยาบาลชุมชนเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ ที่จะร่วมกันทำงานสร้างเสริมสุขภาพ ช่วยให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี เพราะใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่ สสส. จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งในแง่การใช้ข้อมูล (Data- driven) ร่วมกับ สปสช. ที่เหมาะกับบริบทของพื้นที่นั้นๆ วิเคราะห์ค่าใช้จ่ายลดจำนวนผู้ป่วย เช่น อำเภอไหนมีค่าใช้จ่ายและผู้ป่วยไตวายเรื้อรังต้องล้างไต สูงสุดต่อประชากร พื้นที่ไหนมีปัญหาแบบใด ให้แก้ไขได้ตรงจุด เพื่อร่วมกันวางระบบให้เข้มแข็ง ซึ่งงบประมาณ สสส. คิดเป็นเพียง 0.5% ของงบด้านสุขภาพทั้งประเทศ การลดงบประมาณการรักษาพยาบาล จึงต้องป้องกันตั้งแต่ต้นน้ำ คือลดอัตราการป่วยเจ็บ เพราะพันธกิจและงบประมาณ สสส. ต้องใช้ไปกับการสร้างเสริมสุขภาพ” นพ.พงศ์เทพ กล่าว

นพ.พงศ์เทพ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันค่าใช้จ่ายสุขภาพคนไทยอยู่ที่ 5% ของ GDP และแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยผลสำรวจอายุคาดเฉลี่ยทั่วโลกในปี 2569 ของ www.worldometers.info พบคนไทยอายุยืนยาวขึ้นเฉลี่ย 77.1 ปี แต่ช่วงชีวิตที่อยู่กับสุขภาพที่ไม่ดียาวนานถึง 6.9 ปี โดยมีค่ารักษาพยาบาลในช่วง 2 ปีก่อนเสียชีวิต มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 119,318 บาทต่อคน คิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของ GDP จึงเป็นปัจจัยสำคัญทำให้โครงสร้างรายจ่ายสุขภาพยังเทไปที่การรักษา

ทั้งนี้ การทำงานร่วมกับ รพ.ชุมชน ตั้งเป้าให้ภายใน 1-2 ปี สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน ช่วยลดผู้ป่วย NCDs รายใหม่ และส่งผลให้ค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลภายใน 3-5 ปีข้างหน้า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน