ร่วมขับเคลื่อน “The Wellness Shift” เชื่อม Business–Innovation–Wellness บนเวที H.E.A.T. International Congress 2026
H.E.A.T. Academy จัดงาน The 10th H.E.A.T. International Congress on Wellness Management 2026 ระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม 2569 (2026) ณ The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok ภายใต้แนวคิด “Self-Mastery of Longevity and Wellness” ซึ่งงานนี้เป็นเวทีประชุมวิชาการนานาชาติที่รวบรวมแพทย์ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญจากประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางใหม่ด้าน Longevity Medicine, Lifestyle Medicine, Biohacking, Culinary Nutrition, Cancer, Biology of Aging และ Aesthetic Medicine โดยมี ผศ. ดร. นพ. พัฒนา เต็งอำนวย (Asst. Prof. Dr. Patana Teng-umnuay) Founder & President, H.E.A.T. Academy พร้อมด้วยคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ร่วมปาฐกถา และ บรรยาย
ทั้งนี้อาจารย์จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมขับเคลื่อนมุมมองใหม่ของอุตสาหกรรม Wellness บนเวที The 10th H.E.A.T. International Congress on Wellness Management 2026 ผ่าน Session “The Wellness Shift: The New Rules of Influence, Innovation & Expansion” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุลบุตร โกเมนกุล ผู้อำนวยการหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (สำหรับผู้บริหาร) และหัวหน้าหลักสูตรการเงิน การลงทุน และเทคโนโลยีการเงิน คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมกับ ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ นายกสมาคมนักศึกษาเก่า มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และอาจารย์ประจำหลักสูตร วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ ทำหน้าที่ Co-Chair เชื่อมองค์ความรู้ด้านสุขภาพ เทคโนโลยี นวัตกรรม และโมเดลธุรกิจ เพื่อมองโอกาสใหม่ของ Wellness Economy ที่กำลังเติบโตในระดับโลก
Session ดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ภายใต้แนวคิดใหญ่ของการประชุม “Self-Mastery of Longevity and Wellness” โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของ Longevity และ Wellness
สำหรับ “The Wellness Shift: The New Rules of Influence, Innovation & Expansion” มุ่งนำประเด็น Wellness ออกจากกรอบของการดูแลสุขภาพเพียงมิติเดียว สู่การมองในฐานะระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยง Medical Wellness, Technology, Data, Community, Business Model และ International Expansion เข้าด้วยกัน ท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภค เทคโนโลยี และความต้องการด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
จาก Community-Driven Wellness สู่ Wellness Ecosystem รูปแบบใหม่
เปิดมุมมองโดย Mr. Anthony Jude Tan, Founder of AJT Wellity Asia Co., Ltd. ผู้มีประสบการณ์กว่า 40 ปีในอุตสาหกรรม Hospitality, Healthcare, Biomedical Sciences, Wellness และ Real Estate กับประเด็น “Redefining Medical Wellness: The New Wave of Community-Driven Wellness” แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของ Wellness จากบริการหรือกิจกรรมเฉพาะบุคคล ไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมและ Community ที่เอื้อต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยเชื่อมโยง Wellness เข้ากับ Lifestyle, Healthspan และการพัฒนา Real Estate เพื่อสร้างระบบนิเวศที่สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพและความเป็นไปได้ทางธุรกิจ
“Scaling Smart” เมื่อธุรกิจ Wellness ต้องคิดไกลกว่าการเติบโตในประเทศ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ “Scaling Smart: Franchise Models Linking Asia to the Middle East” โดย Dr. Abdallah Elias ผู้เชี่ยวชาญด้าน Franchise Strategy และ Business Growth ซึ่งมีประสบการณ์กว่า 26 ปีในตลาด GCC, Levant, Africa และ Europe
เนื้อหามุ่งไปที่โจทย์สำคัญของผู้ประกอบการ Wellness และ Healthcare ว่า เมื่อโมเดลธุรกิจประสบความสำเร็จในตลาดหนึ่งแล้ว จะสามารถขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศอย่างไร โดยยังรักษามาตรฐาน คุณภาพ และอัตลักษณ์ของธุรกิจไว้ได้ การขยายธุรกิจจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการเพิ่มจำนวนสาขา แต่ต้องสร้าง Scalable Business Model ตั้งแต่ Franchise Architecture, Operational Framework, Business Model Optimization ไปจนถึง Leadership Alignment เพื่อเปลี่ยนธุรกิจที่พึ่งพาผู้ก่อตั้งให้สามารถเติบโตผ่านระบบที่มีมาตรฐานและรองรับตลาดที่มีบริบทแตกต่างกัน
AI และ CGM เมื่อ Wellness เปลี่ยนจาก “One Size Fits All” สู่ Personalized Health
มิติด้าน Technology และ Data ถูกนำเสนอผ่านหัวข้อ “Glucose Spikes in Non-Diabetics: Using AI and CGM to Personalize Nutrition for Healthy Aging” โดยMs. Bude Sethaputra-Piccin, Founder & CEO of Tastermonial แพลตฟอร์มจาก Silicon Valley ที่นำ Continuous Glucose Monitoring (CGM) และ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อแปลงข้อมูลระดับน้ำตาลให้เป็น Personalized Metabolic Insights
ประเด็นดังกล่าวสะท้อนหนึ่งในทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรม Wellness คือการเคลื่อนจากคำแนะนำด้านสุขภาพแบบอิงค่าเฉลี่ยของประชากร ไปสู่แนวทางที่สามารถทำความเข้าใจการตอบสนองของแต่ละบุคคลต่ออาหาร ช่วงเวลาการรับประทาน และรูปแบบการใช้ชีวิตได้ละเอียดขึ้น
เมื่อ Data, AI และเทคโนโลยีติดตามสุขภาพสามารถทำงานร่วมกันได้ Wellness ในอนาคตจึงมีแนวโน้มเปลี่ยนจาก Generalized Recommendation ไปสู่ Personalized and Measurable Wellness มากขึ้น
DPU เชื่อมมุมมอง “Business x Wellness” สู่โจทย์การเติบโตยุคใหม่
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุลบุตร โกเมนกุล ในฐานะ Co-Chair ของ Session กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม Wellness เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของโลกธุรกิจยุคใหม่ที่ศาสตร์เพียงด้านเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างการเติบโต ผู้บริหารจำเป็นต้องเชื่อมความเข้าใจด้านสุขภาพเข้ากับ Business Strategy, Finance, Technology, Consumer Behavior และ Innovation “Wellness ในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการดูแลสุขภาพ แต่กำลังพัฒนาเป็น Ecosystem ที่มีทั้งเทคโนโลยี ข้อมูล ชุมชน โมเดลธุรกิจ และโอกาสในการขยายตลาดระดับนานาชาติ สิ่งสำคัญสำหรับผู้บริหารจึงไม่ใช่เพียงการมองเห็น Trend แต่ต้องสามารถเปลี่ยน Trend ให้เป็น Business Model ที่สร้างคุณค่า ขยายได้ และเติบโตอย่างยั่งยืน”
ด้าน ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ ในฐานะ Co-Chair ร่วมเชื่อมโยงมิติทางการแพทย์และสุขภาพเข้ากับการอภิปราย เพื่อสะท้อนความสำคัญของการบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างศาสตร์ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม Wellness ที่การสร้างนวัตกรรมและโมเดลธุรกิจจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับองค์ความรู้และมาตรฐานด้านสุขภาพ “Insight 360” รวมผู้เชี่ยวชาญมองอนาคต Wellness ทุกมิติ ช่วงท้ายต่อยอดสู่ “Insight 360 – Wellness Reimagined: Intelligence, Community & Scalable Growth” โดยนำผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขามาร่วม Panel Discussion ได้แก่ Mr. Anthony Jude Tan, Dr. Filippo Ongaro, Dr. Abdallah Elias, Mr. Vasu Surattiantra, Ms. Bude Sethaputra-Piccin และ Assoc. Prof. Dr. Wean Sin Cheow
เวทีดังกล่าวเชื่อมประเด็นจากแต่ละ Session เข้าด้วยกัน เพื่อมองอนาคตของ Wellness แบบองค์รวม ตั้งแต่ Longevity, Personalized Health, AI และ Data ไปจนถึง Community, Entrepreneurship และ International Business Expansion ภายใต้โจทย์ว่า จะทำอย่างไรให้นวัตกรรมด้านสุขภาพสามารถสร้างทั้งผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้คนและการเติบโตที่ยั่งยืนในเชิงธุรกิจ
การมีส่วนร่วมของบุคลากรจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) บนเวทีครั้งนี้จึงสะท้อนแนวทางการบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ระหว่างBusiness, Finance, Technology, Innovation และ Integrated Medicine ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นต่อการพัฒนาผู้บริหารและผู้ประกอบการในยุคที่อุตสาหกรรมสุขภาพกำลังเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการลงทุนอย่างใกล้ชิด The Wellness Shift จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสุขภาพ แต่ยังสะท้อน“กติกาใหม่ของการเติบโต” ที่องค์กรต้องเข้าใจทั้งผู้บริโภค เทคโนโลยี ข้อมูล ชุมชน และความสามารถในการขยายธุรกิจไปพร้อมกัน เพื่อเปลี่ยนจาก Wellness Trend สู่ Sustainable Wellness Economy ในอนาคต



