ชีวิตของฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ช่างภาพอิสระ หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ คือความอิสระที่หลายคนในยุคนี้ใฝ่ฝัน เพราะสามารถจัดสรรเวลาทำงานได้ตามไลฟ์สไตล์และรับรายได้แบบไม่จำกัดเพดานความสามารถ แต่เมื่อถึงจุดที่สายงานเริ่มเติบโต ต้องการเงินทุนก้อนใหม่มาซื้อคอมพิวเตอร์สเปกแรงขึ้น อัปเกรดกล้องและเลนส์ชุดใหม่ หรือขยายโกดังสต็อกสินค้าเพื่อรองรับออเดอร์

ปัญหาคลาสสิกที่คนกลุ่มนี้ต้องเจอคือการไม่มีสลิปเงินเดือนประจำมาการันตีความมั่นคง ทำให้เวลาเดินเข้าธนาคารเพื่อยื่นเรื่องทีไรมักจะโดนปฏิเสธกลับมาจนเสียเซลฟ์ แต่ข้อเท็จจริงคือการขอสินเชื่อสำหรับคนประกอบอาชีพอิสระไม่ได้เป็นเรื่องที่ถูกปิดประตูตาย หากคุณเข้าใจเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงของสถาบันการเงิน และเตรียมตัวจัดระเบียบเอกสารหลังบ้านให้เป๊ะตั้งแต่เนิ่นๆ

  1. ปั้นสเตทเมนต์ให้สวยด้วยวินัยการนำฝากที่สม่ำเสมอ

แฟกต์แรกที่คนทำงานอิสระต้องจำให้ขึ้นใจคือ ธนาคารไม่ได้มองหาคนที่หาเงินได้ครั้งละหลักแสนแต่ขาดช่วงไปหลายเดือน เขามองหาคนที่มีกระแสเงินสดหมุนเวียนสม่ำเสมอต่างหาก ข้อผิดพลาดที่ทำให้การขอสินเชื่อของฟรีแลนซ์มักจะตกม้าตาย คือการรับเงินสดแล้วนำไปใช้จ่ายทันที หรือปล่อยให้ลูกค้าโอนเข้าบัญชีสะเปะสะปะแยกกันหลายธนาคารจนดูยอดรวมลำบาก

เทคนิคที่มืออาชีพใช้คือการกำหนดบัญชีหลักขึ้นมาหนึ่งบัญชี เมื่อได้รับค่าจ้าง ให้โอนยอดทั้งหมดเข้าบัญชีนี้ก่อนเสมอ ทิ้งไว้ให้เกิดยอดค้างคืนสักพักแล้วค่อยถอนออกไปใช้จ่ายส่วนตัว การสร้างพฤติกรรมเดินบัญชีแบบนี้ติดต่อกันอย่างน้อย 6 ถึง 12 เดือน จะช่วยปั้นตัวเลขในสเตทเมนต์ให้ดูมีเสถียรภาพ และสะท้อนถึงความสามารถในการผ่อนชำระหนี้รายเดือนได้อย่างเป็นรูปธรรม

  1. หลักฐานการเสียภาษีคือใบเบิกทางที่ทรงพลังที่สุด

หลายคนพยายามหลีกเลี่ยงการยื่นภาษีประจำปีเพราะไม่อยากเสียเงินก้อน หรือคิดว่ารายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องจ่าย แต่รู้หรือไม่ว่าในมุมมองของสถาบันการเงิน เอกสารการเสียภาษีอย่างถูกต้องคือหลักฐานยืนยันรายได้ที่มีความน่าเชื่อถือระดับสูงสุด ยิ่งกว่าภาพแคปหน้าจอแชทคุยงานหรือสมุดจดคิวงานหลายร้อยเท่า การที่คุณมีเอกสารหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือทวิ 50 ที่ผู้ว่าจ้างออกให้

รวมไปถึงการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90 แบบถูกต้องครบถ้วนทุกปี จะเป็นตัวช่วยยืนยันว่าคุณมีรายได้เกิดขึ้นจริงและมีตัวตนในระบบเศรษฐกิจ เมื่อถึงเวลาที่คุณต้องยื่นเรื่องขอสินเชื่อขอสินเชื่อ เอกสารชุดนี้จะทำหน้าที่แทนสลิปเงินเดือนของพนักงานประจำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยเพิ่มเครดิตสกอร์ของคุณ และขจัดความกังวลของเจ้าหน้าที่สินเชื่อเรื่องที่มาของรายได้ไปจนหมดสิ้น

  1. รวบรวมสัญญาจ้างและใบแจ้งหนี้ให้เป็นระบบระเบียบ

นอกจากตัวเลขในสมุดบัญชีและเอกสารทางภาษีแล้ว สิ่งที่จะช่วยประเมินศักยภาพในการรับงานของคุณในอนาคตคือเอกสารเชิงพาณิชย์ต่างๆ การตกลงรับงานแบบปากเปล่าอาจจะสะดวกและรวดเร็ว แต่เมื่อต้องใช้เป็นหลักฐานทางนิติกรรม มันกลับไม่มีน้ำหนักเพียงพอ คุณควรเริ่มปรับระบบการทำงานให้ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น

ด้วยการออกใบเสนอราคา ทำสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และออกใบแจ้งหนี้หรือใบเสร็จรับเงินให้ลูกค้าทุกครั้ง การเก็บรวบรวมเอกสารเหล่านี้ควบคู่ไปกับพอร์ตโฟลิโอผลงาน จะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยให้ธนาคารเห็นภาพรวมความมั่นคงในอาชีพของคุณชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้การอนุมัติขอสินเชื่อ เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนขยายกิจการทำได้ง่ายดายและราบรื่นกว่าที่เคย

การเลือกเดินเส้นทางนายตัวเองย่อมมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ต้องเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเรื่องระเบียบวินัยทางการเงิน การวางแผนเพื่อขอสินเชื่อในกลุ่มคนไร้สลิปเงินเดือนจึงไม่ใช่เรื่องที่สามารถเตรียมตัวได้ในข้ามคืน แต่ต้องอาศัยวินัยและการสร้างโปรไฟล์ทางการเงินให้แข็งแกร่งล่วงหน้าเป็นปี หากคุณเริ่มต้นจัดการกระแสเงินสดและเอกสารรายได้ให้เป็นระบบระเบียบตั้งแต่วันนี้ โอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายดายและคุ้มค่ากับความพยายามอย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน