2 พ.ค. เว็บไซต์ข่าวเดอะซัน รายงานข่าว เรื่องราวของชีวิตหญิงสาวที่ป่วยโรคคลั่งผอม
เอ็มมา โอนีล วัย 28 ปี ต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานจากการป่วยเป็นโรคอะนอเร็กเซีย (Anorexia) หรือที่เรียกกันว่า “โรคคลั่งผอม” ตั้งแต่เธอมีอายุเพียง 14 ปี และเคยอดอาหารมากถึง 10 วันเพื่อให้น้ำหนักของตัวเองลดลง ในที่สุดเธอก็สามารถเอาชนะต่ออาการคลั่งผอมได้ เนื่องจากหากไม่รับการรักษาการคลั่งผอมโดยเร็ว ก็อาจส่งผลต่อสภาพร่างกายทำให้ไม่สามารถมีลูกได้
ตอนนี้เอ็มมากับสามีชื่อนายโจนาธานมีลูกด้วยกัน 2 คน คนแรกเป็นลูกสาววัย 2 ขวบ ชื่ออินเดียโรส และคนที่สองชื่อเจนสัน วัย 4 สัปดาห์ อาศัยอยู่ที่บ้านในสกอตแลนด์ โดยปัจจุบันเธอมีน้ำหนัก 50.8 ก.ก. และมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดี เอ็มมาเปิดใจว่า..
“สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันสามารถเอาชนะโรคคลั่งผอมได้ ก็คือความกลัว ฉันกลัวเป็นอย่างมากว่าฉันจะไม่สามารถมีลูกได้เพราะตอนนั้นฉันมีคู่หมั้น ฉันรู้ว่าเขาเองก็อยากมีลูก ซึ่งฉันจะปล่อยให้โรคนี้ทำลายอนาคตของเราสองคนไม่ได้ ”
“ในช่วงตั้งท้องมันทำให้ฉันรู้สึกไม่มั่นใจกับร่างกายของตัวเองมาก เพราะว่าร่างที่เคยผอมมันโตขึ้นเร็วมากจริงๆ แต่โจนาธานก็พยายามที่จะทำให้ฉันมีสุขภาพดีขึ้นและกินอาหารปกติได้อีกครั้ง เขาเป็นคนทำมื้อค่ำให้ฉันทาน มื้อใหญ่เลยล่ะ จากนั้นฉันก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะกินได้มากขึ้น”
“และด้วยฮอร์โมนก็ทำให้ฉันกินมากขึ้น การมีลูกมันเป็นสิ่งที่สุดเศษที่สุดในชีวิตฉัน ตอนนี้ฉันอยากจะช่วยทุกๆคนที่ป่วยเป็นโรคคลั่งผอม อยากให้ทุกคนรู้ว่าคุณสามารถกลับมามีชีวิตปกติได้อีกครั้ง”
ตอนอายุ 14 ปี เอ็มมาเคยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลังจากเธอมีน้ำหนักไม่ถึง 19 ก.ก. จนทำให้กระดูกซี่โครงเสียดสีกับผิวหนังจนเกิดรอยฟกช้ำ เธอกล่าวว่า..
“ในตอนนั้นฉันยังเด็กมาก ฉันเพียงแต่อยากผอม โดยไม่ได้นึกถึงผลที่อาจตามมาในอนาคต ฉันต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพราะว่ากระดูกซี่โครงแทบจะแทงออกมาจากผิวหนัง มันทำให้ผิวฉันฟกช้ำไปหมดและร่างกายก็อ่อนแอมาก จนกระทั่งฉันรู้ตัวว่าฉันอยากมีลูกและยังมีโอกาสอีกนิดหน่อยที่จะรักษาตัวได้ทัน มันเป็นเหมือนการกดสวิตซ์ที่บอกให้ตัวฉันรู้ว่าฉันจะต้องทำอะไรสักอย่างให้ร่างกายฟื้นตัวโดยเร็วที่สุด”
“ตอนตั้งท้องลูกคนแรกอินเดียโรส และลูกคนที่ 2 น้ำหนักฉันขึ้นมาก 44 ก.ก. ซึ่งมันก็ดีขึ้นตามคาด ฉันแพ้ท้องมากในตอนเช้าจนกระทั่งอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ ฉันก็พยายามที่จะกินอาหารให้ได้มากขึ้น เพื่อให้ลูกของฉันมีสุขภาพดีและปลอดภัยที่สุด ฉันจะต่อสู้กับมันให้ถึงที่สุด หลังจากลูกคลอดออกมามันทำให้รู้ว่าความพยายามของฉันมันคุ้มค่ามากๆ”



