เครือข่ายนานาชาติ INHPF ออกแถลงการณ์ชู สสส. เป็นตัวอย่างกลไกการเงินเฉพาะเพื่อป้องกันโรค ลดภาระสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ หนุนการลงทุนสร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของเงินทุนที่ยั่งยืน-ธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง เพื่อสุขภาพประชาชนในระยะยาว
เครือข่ายกองทุนสร้างเสริมสุขภาพนานาชาติ (International Network of Health Promotion Foundations: INHPF) ออกแถลงการณ์เน้นย้ำความสำคัญของระบบการเงินที่ยั่งยืนเพื่อสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ท่ามกลางภาระโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล และความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมสนับสนุนการรักษาการลงทุนด้านการสร้างเสริมสุขภาพในประเทศไทยให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยยกประสบการณ์ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ประเทศไทย ในฐานะเลขานุการของเครือข่าย INHPF ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ เป็นตัวอย่างของกลไกการเงินเฉพาะที่ช่วยสนับสนุนการป้องกันโรค การพัฒนานวัตกรรม และการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายมาเป็นเวลากว่าสองทศวรรษ
แถลงการณ์ระบุว่า การสร้างเสริมสุขภาพมีบทบาทสำคัญในการจัดการปัจจัยเสี่ยงของโรคที่สามารถป้องกันได้ ทั้งการใช้ยาสูบ การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ก่อให้เกิดอันตราย การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ตลอดจนปัจจัยกำหนดสุขภาพทางสังคมและเชิงพาณิชย์ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในระยะยาว การมีเงินทุนที่เพียงพอและสามารถคาดการณ์ได้จึงเป็นรากฐานสำคัญต่อการวางแผน การสร้างองค์ความรู้ การพัฒนานวัตกรรม และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วน เพื่อยกระดับสุขภาพประชาชน ควบคู่กับการลดภาระด้านสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจจากโรคที่สามารถป้องกันได้
สำหรับประเทศไทย สสส. เป็นตัวอย่างของการจัดหาเงินทุนเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพผ่านกลไกที่จัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ โดยจัดตั้งตามพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 และมีแหล่งเงินทุนจากการจัดเก็บเงินบำรุงเพิ่มเติมในอัตราร้อยละ 2 ของภาษีสรรพสามิตยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง กลไกดังกล่าวช่วยเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพกับการลงทุนเพื่อป้องกันและลดผลกระทบ ทั้งยังสนับสนุนการสร้างหลักฐานทางวิชาการ การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ การสื่อสารสาธารณะ การดำเนินงานในชุมชน และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และภาคส่วนอื่น ๆ
INHPF เน้นย้ำองค์ประกอบสำคัญของระบบการเงินเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ 4 ประการ ได้แก่ 1. มีทรัพยากรที่เพียงพอ จัดสรรไว้โดยเฉพาะ และสามารถคาดการณ์ได้ เพื่อสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในระยะยาว 2. สนับสนุนความต่อเนื่องของโครงการ การเสริมสร้างศักยภาพองค์กร และความร่วมมือระหว่างภาคส่วน 3. รักษาความยืดหยุ่นในการพัฒนานวัตกรรมและตอบสนองต่อความท้าทายด้านสาธารณสุขที่เกิดขึ้นใหม่ 4. รักษาความเชื่อมโยงอย่างสมเหตุสมผลระหว่างผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพกับการลงทุนเพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ทั้งด้านสุขภาพและต้นทุนทางสังคม ในบริบทที่สามารถนำหลักการดังกล่าวไปใช้ได้
แถลงการณ์ยังระบุว่า การลงทุนในการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคช่วยลดภาระทางเศรษฐกิจและสังคม ผ่านการป้องกันการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรและความพิการ ลดความจำเป็นในการใช้บริการสุขภาพในอนาคต และบรรเทาแรงกดดันด้านค่าใช้จ่ายระยะยาวต่อระบบสุขภาพ รวมถึงระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (Universal Health Coverage: UHC) ขณะที่ประสบการณ์ของสมาชิก INHPF สะท้อนว่า กองทุนสร้างเสริมสุขภาพสามารถเป็นกลไกสนับสนุนการลงทุนด้านการป้องกันโรคและการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนได้อย่างต่อเนื่อง โดยต้องอาศัยเสถียรภาพของเงินทุน ศักยภาพองค์กร และความร่วมมือที่เข้มแข็ง
INHPF สนับสนุนแนวทางที่มุ่งรักษาการลงทุนด้านการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการคงไว้ซึ่งศักยภาพองค์กร ความต่อเนื่องในการดำเนินงาน และความยืดหยุ่นที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรมและขยายผลมาตรการที่มีประสิทธิผล แม้กลไกการเงินจะแตกต่างกันตามบริบทของแต่ละประเทศ แต่การลงทุนระยะยาวและระบบธรรมาภิบาลที่เข้มแข็งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการปัจจัยที่นำไปสู่การเจ็บป่วยตั้งแต่ก่อนเกิดโรค เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั้งในปัจจุบันและอนาคต
เครือข่ายฯ INHPF จะประกาศลงช่องทางสื่อสารทางการของเครือข่าย คือ website https://inhpf.org/members/ และ LinkedIn เครือข่าย INHPF ก่อตั้งเมื่อปี ค.ส. 2000 มีสมาชิกหลัก 9 องค์กร จาก 6 ประเทศ และสมาชิกสมทบอีก 6 องค์กร จาก 5 ประเทศ ประกอบด้วยสมาชิก 15 หน่วยงาน แบ่งเป็น สมาชิกสามัญ (Full Members) 9 หน่วยงาน ได้แก่ 1. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสุขภาพแห่งสิงคโปร์ (HPB) ประเทศสิงคโปร์
2. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ประเทศไทย 3. กองทุนสร้างเสริมสุขภาพแห่งรัฐวิกตอเรีย (VicHealth) ประเทศออสเตรเลีย 4. กองทุนสร้างเสริมสุขภาพแห่งราชอาณาจักรตองงา (TongaHealth) ประเทศตองงา 5. สำนักงานส่งเสริมสุขภาพไต้หวัน (Taiwan HPA) ไต้หวัน 6. สถาบันส่งเสริมสุขภาพแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (KHEPI) สาธารณรัฐเกาหลี
7. กองทุนสร้างเสริมสุขภาพแห่งรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย (Healthway) ประเทศออสเตรเลีย 8. หน่วยงานสุขภาพและสุขภาวะแห่งรัฐควีนส์แลนด์ (HWQld) ประเทศออสเตรเลีย 9. หน่วยงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแห่งรัฐเซาท์ออสเตรเลีย (Preventive Health SA) ประเทศออสเตรเลีย
สมาชิกสมทบ (Associate Members) 6 หน่วยงาน ได้แก่ 1. มูลนิธิเพื่อสังคมอาเซียนปลอดบุหรี่ (SEATCA) ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2. กองสุขศึกษา กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย ประเทศมาเลเซีย 3. พร็อกกา – องค์กรความรู้เพื่อความก้าวหน้า (PROGGA) ประเทศบังกลาเทศ 4. ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ ประเทศบรูไนดารุสซาลาม 5. ศูนย์แมกเคบด้านกฎหมายและโรคมะเร็ง (McCabe Centre for Law and Cancer) ประเทศออสเตรเลีย 6. กรมอนามัยรัฐซาราวัก กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย ประเทศมาเลเซีย