ประเทศไทยสร้างชื่อเป็นเจ้าภาพเวทีสภาน้ำแห่งเอเชีย (AWC) ในโอกาสครบรอบ 10 ปี ระดมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านน้ำจากนานาชาติ ต่อยอดการบริหารจัดการน้ำ เพิ่มความพร้อมรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง ลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานเปิดการสัมมนาวิชาการและนิทรรศการด้านเทคโนโลยีการบริหารจัดการน้ำของสภาน้ำแห่งเอเชีย (Asia Water Council: AWC) โดยมี ดร.ซอกแด ยุน ประธาน AWC นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมผู้แทนจากประเทศสมาชิก AWC หน่วยงานภาครัฐ องค์การระหว่างประเทศ สถาบันวิชาการ และภาคเอกชนจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมการสัมมนา ณ โรงแรม ดิ แอทธินี กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ปัจจุบันหลายประเทศในเอเชียต้องเผชิญปัญหาน้ำที่รุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น

บางพื้นที่มีฝนตกหนักและเกิดอุทกภัย ขณะที่บางพื้นที่กลับประสบภัยแล้งและขาดแคลนน้ำ ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชน แต่ยังกระทบต่อการเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร และเศรษฐกิจ การบริหารจัดการน้ำจึงต้องอาศัยทั้งการวางแผนที่เป็นระบบและข้อมูลที่แม่นยำ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้สามารถติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ข้อมูล พยากรณ์และแจ้งเตือนภัยได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงช่วยให้หน่วยงานสามารถตัดสินใจและเตรียมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที

ดังนั้น ในการสัมมนาและนิทรรศการครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ ได้นำเสนอเทคโนโลยีและแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่ มาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อนำสิ่งที่เหมาะสมไปปรับใช้กับสภาพพื้นที่และความพร้อมของแต่ละประเทศ

รวมถึงการหารือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้และพัฒนาความร่วมมือในอนาคต ทั้งนี้ ประเทศไทยพร้อมร่วมมือกับ AWC และประเทศสมาชิก ในการพัฒนาระบบข้อมูลและเทคโนโลยี รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรด้านทรัพยากรน้ำ มุ่งเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติด้านน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงและบรรเทาผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในระยะยาว

“ประเทศไทยมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมสำคัญในโอกาสครบรอบ 10 ปี ของ AWC ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการน้ำ ที่แตกต่างกัน เพราะการบริหารจัดการน้ำในปัจจุบันไม่ได้เป็นเรื่องที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะดำเนินการได้อย่างโดดเดี่ยว เพราะหลายความท้าทายมีความเชื่อมโยงกันในระดับภูมิภาค การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระหว่างประเทศ จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับปัญหาด้านน้ำ” รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า การจัดสัมมนาวิชาการและนิทรรศการในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–6 พฤศจิกายน 2569 ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ ๆ คือ การประชุมคณะกรรมการบริหาร AWC ครั้งที่ 25 เพื่อรายงานผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าของโครงการความร่วมมือต่าง ๆ การประชุมสมัชชาใหญ่ AWC ครั้งที่ 5 เพื่อพิจารณายุทธศาสตร์การดำเนินงานระยะ 3 ปี (2026–2029) และเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ การประชุมเตรียมการประชุมน้ำแห่งเอเชียและนานาชาติ ครั้งที่ 4 (4th AIWW SCM) และการประชุมคณะกรรมการบริหาร AWC ครั้งที่ 26 เพื่อประกาศผลการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ เลือกตั้งประธาน และแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร วาระปี ค.ศ. 2026–2029

นอกจากนี้ ยังมีการสัมมนาวิชาการ การนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านน้ำ และการจัดแสดงนิทรรศการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ ผลงาน และนวัตกรรมด้านน้ำ ตลอดจนการศึกษาดูงาน ณ อุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ และการอบรมแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือกับภัยพิบัติจากน้ำและภัยแล้ง

ทั้งนี้ สทนช. ร่วมเป็นสมาชิก AWC มาตั้งแต่ปี 2562 มีบทบาทร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูล เทคโนโลยี นวัตกรรมด้านการจัดการน้ำมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านทรัพยากรน้ำเพื่อเสริมความพร้อมในการที่จะรับมือกับความท้าทายภัยพิบัติด้านน้ำที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชีย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน