เมื่อวันที่ 7 พ.ค. เกิดเหตุการณ์ระทึกขึ้นบนทางด่วน เมื่อ จส.100 ได้รับแจ้งว่า พบคนขับรถแท็กซี่ป่วยใกล้หมดสติ อยู่บนทางด่วน 1 ก่อนถึงทางลงถ.เพชรบุรี เล็กน้อย จึงมีการได้ประสานงานต่อไปที่ ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ให้มาตรวจสอบเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยทันที
ต่อมา ร.ต.อ.พิเชษฐ์ วิเศษโชค รองสารวัตร จราจรโครงการพระราชดำริ ได้เปิดเผยว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พบผู้ป่วยนอนอยู่บนถนน หลังรถแท็กซี่ของตนเอง ขณะนั้นมีฝนตก รถขับผ่านกันด้วยความเร็ว เบื้องต้นพบอาการผู้ป่วยคือใกล้หมดสติ ปากเบี้ยว แขน-ขาชา จึงพยายามเรียกผู้ป่วยให้ได้สติ จากนั้นไม่นานรถกู้ชีพ รพ.พระมงกุฎ ก็มาถึงที่เกิดเหตุ จึงรีบนำตัวส่ง รพ.ในเวลาต่อมา
จากการสอบถามผู้โดยสารหญิงในรถแท็กซี่ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้เรียกรถคันนี้มาจากลาดกระบัง จะไปลงย่าน ถ.พระราม 9 แต่ระหว่างทางคนขับแท็กซี่ บ่นว่ารถเร่งไม่ขึ้น และขับช้ามาตลอดทาง ตนเห็นท่าไม่ดีและรู้สึกกลัว จึงบอกให้คนขับจอดเพื่อจะไปเรียกรถคันอื่น แต่คนขับไม่จอดยังคงขับต่อไปช้าๆ จนมาถึงจุดเกิดเหตุ คนขับจอดรถและนั่งนิ่งๆ ตาลอย ตนจึงบอกให้คนขับเปิดประตูเพื่อขอลงจากรถ แต่คนขับก็ไม่ยอมเปิด ได้แต่นั่งตาลอยก่อนจะหันมามองตน 1 ครั้ง และหันไปเปิดประตูฝั่งคนขับทิ้งตัวลงไปที่พื้นโดยขายังเหยียบอยู่ที่คันเร่ง ตนตกใจมาก คิดว่าคนขับแกล้งทำ จึงรีบลงจากรถ เพื่อโบกเรียกรถคันอื่นขออาศัยลงจากทางด่วน ตนไม่คิดว่าคนขับจะป่วยหนักขนาดนี้
พลเมืองดี ( ขอไม่เปิดเผยชื่อ) เป็นผู้ขับแท็กซี่อีกคันผ่านมา พบเห็นเหตุการณ์ จึงรีบจอดรถ และช่วยนำตัวผู้ป่วยออกจากรถลงมานอนด้านหลังในจุดที่ปลอดภัย เพราะขณะนั้นฟ้ายังไม่สว่าง ฝนตก และรถบนทางด่วนต่างใช้ความเร็ว กลัวว่าจะมีรถคันอื่นขับมาชนซ้ำ เพราะตัวของผู้ป่วยนอนล้ำเส้นถนนออกมา หลังจากนั้นจึงแจ้งมาที่ จส.100 เพื่อขอให้ส่งรถพยาบาลมารับ ก่อนขอตัวออกไปส่งผู้โดยสารที่อยู่ในรถต่อไป
ขอบคุณที่มา จส.100
.
