“มาสิ” (masii) เว็บไซต์เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทางการเงินสัญชาติไทย ภายใต้การสนับสนุนของ “บีกริม กรุ๊ป” ผนึกกำลังพันธมิตร ธนาคารและประกันภัยชั้นนำตอบสนองความต้องการลูกค้ายุคออนไลน์ ชูจุดแข็งให้บริการข้อมูลครบถ้วนเป็นกลาง สะดวกรวดเร็ว คุ้มค่า ล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยี และใช้งานง่าย ตั้งเป้าผู้นำเว็บไซต์เปรียบเทียบในอนาคต
บริษัท บีกริม กรุ๊ป หรือ B.Grimm ผู้นำธุรกิจยักษ์ใหญ่ในด้านพลังงานและคมนาคมกว่า 138 ปี ร่วมลงทุนและให้การสนับสนุนการสร้างเว็บไซต์แพลตฟอร์มเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทางการเงินภายใต้ชื่อ “มาสิ” หรือ “masii” (www.masii.com) นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ทางการเงินและไลฟ์สไตล์ ได้แก่ บัตรเครดิต, สินเชื่อส่วนบุคคล, ประกันภัยรถยนต์, ประกันภัยการเดินทาง, แพ็คเกจมือถือ และบัตรโรงแรมต่างๆ โดยรวบรวมข้อเสนอจากสถาบันการเงินชั้นนำ อาทิ ธนชาติ, ไทยพาณิชย์, บัตรกรุงไทย, ซีไอเอ็มบี และ ซิตี้แบงค์ รวมถึง บริษัทประกันภัยรถยนต์แถวหน้าของประเทศ กว่า 30 ราย ได้แก่ วิริยะประกันภัย, ทิพยประกันภัย, เมืองไทยประกันภัย, กรุงเทพประกันภัย, สินมั่นคงประกันภัย และ ประกันคุ้มภัย เป็นต้น ไว้ในเว็บเดียวกัน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นกลาง

นายแมทเทียส เจอร์เก้นส์ ผู้ร่วมก่อตั้ง และ CEO ของ “มาสิ” (masii) โดย บริษัท เซฟวิ่งส์เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้การสนับสนุนของ บีกริม กรุ๊ป เปิดเผยว่า “เราต้องการสร้างเว็บไซต์เปรียบเทียบ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้อย่างสะดวก ถูกต้องแม่นยำ โปร่งใส เช่นรายละเอียดเกี่ยวกับบัตรเครดิต ประกันรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความละเอียด ซับซ้อน และดูแล้วเหมือนเป็นเรื่องยุ่งยาก มาสิได้รวบรวมข้อมูลเหล่านี้จากหลายสถาบันการเงิน และบริษัทประกันชั้นนำหลากหลายแห่งไว้ในเว็บเดียวกัน ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆได้อย่างครบถ้วน ง่ายดาย ได้รับข้อมูลที่อัพเดท ช่วยในการตัดสินใจและเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้บริการ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะรวบรวมพันธมิตรอย่างธนาคารและบริษัทประกันภัยชั้นนำระดับประเทศจำนวนมากมาร่วมงานด้วย แต่เพราะความไว้วางใจ “มาสิ” (masii) ในฐานะเว็บไซต์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง ทำให้เราได้รับการตอบรับจากเหล่าพันธมิตรเป็นอย่างดี”
ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ “มาสิ” (masii) กล่าวต่อว่า “ เราสามารถขยายแพลตฟอร์มของ ”มาสิ” (masii) ได้อย่างรวดเร็วตามที่ตั้งเป้าไว้ เนื่องจากความสามารถในการตัดสินใจในการลงทุนที่แม่นยำโดยผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลจริง เรามีความตั้งใจที่จะควบคุมต้นทุนของการดำเนินการเพื่อที่จะได้สามารถให้ข้อเสนอพิเศษที่ตรงใจลูกค้า รวมทั้งมอบสิทธิพิเศษต่างๆ เพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายของเราให้ได้มากที่สุด ในรูปแบบวันสต็อป (one-stop service) ซึ่งผู้ใช้สามารถหาข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับบัตรเครดิตของธนาคารหลักได้ทั้งหมด โดยไม่จำเป็นต้องหาข้อมูลจากเว็บไซต์อื่นๆ มากมาย และช่วยให้ผู้ใช้งานไม่วุ่นวายสับสนไปกับตัวเลือกที่มีมากมาย รวมทั้งยังช่วยหาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตรงกับความต้องการ และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาและเงินในระยะยาวอีกด้วย”

มาสิ (masii) ให้บริการออนไลน์อย่างครบวงจร และมีแพลตฟอร์ม IT ที่ทันสมัยและคลอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชีย โดยเว็บไซต์มีความพร้อมที่จะใช้ระบบ plug-and-play เพื่อเชื่อมต่อกับ ระบบอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเว็บ “มาสิ” (masii) ได้ถูกสร้างเพื่อให้มีความสามารถในการขยายบริการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์การเงินตัวใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต และประกันรถยนต์ โดยปัจจุบันได้เริ่มต้นขยายบริการการเปรียบเทียบแพ็คเกจมือถือและประกันภัยการเดินทางบนเว็บไซต์ และแน่นอนว่า “มาสิ” (masii) จะยังคงเดินหน้ามองหาโอกาสด้านผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่คนไทยต้องการบนเวทีการเปรียบเทียบ เพื่อใช้เปรียบเทียบหาข้อเสนอที่ดีที่สุด
ทั้งนี้ทีมงานผู้พัฒนาเว็บไซต์ “มาสิ” (masii) เกิดจากการรวมตัวกันของผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทชั้นนำของโลก อาทิเช่น แมคคินซีย์ แอนด์ คอมพานี (McKinsey & Company) , ด๊อยช์ เทเลคอม (Deutsche Telekom) รวมถึงที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และทีมงานมืออาชีพจากนานาชาติ ทั้งด้านทีมพัฒนาเว็บไซต์ ทีมพัฒนาธุรกิจ ทีมการตลาด และทีมบริการลูกค้า ที่พร้อมช่วยให้คำแนะนำผู้ใช้งานทั้งในด้านข้อมูลสินค้าและการใช้งานเว็บไซต์ ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพการใช้งานและระบบการจัดการที่ทันสมัยเพื่อผลประโยชน์ที่คุ้มค่าแก่ผู้บริโภคอย่างสูงสุดในการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมทั้งสามารถใช้งานได้ง่ายและเป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้บริโภคทั่วไปอีกด้วย
ด้านนายกิตติพงษ์ เกียรติชีระนันท์ CTO ของ “มาสิ” (masii) โดย บริษัท เซฟวิ่งส์เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้การสนับสนุนของ บีกริม กรุ๊ป กล่าวเสริมถึงความโดดเด่นของเว็บไซต์เปรียบเทียบทางการเงินที่มาแรงในขณะนี้ว่า ในฐานะที่เป็นบริษัทของคนไทย และเล็งเห็นถึงความต้องการของผู้ใช้ชาวไทยอย่างแท้จริง จึงได้สร้างแพล็ตฟอร์มเปรียบเทียบที่มุ่งเน้นความโปร่งใส เป็นกลาง ง่ายต่อการใช้งานและเปรียบเทียบ โดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ แต่สามารถใช้เว็บไซต์ในการเปรียบเทียบได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างความมั่นใจและความไว้วางใจแก่ผู้ใช้เว็บไซต์จึงได้แสดงข้อมูลบัตรเครดิตและข้อมูลประกันภัยของคู่ค้าอย่างครบถ้วน พร้อมมอบข้อเสนอและโปรโมชั่นพิเศษเพียงหนึ่งเดียวให้กับผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง
“หลังการเปิดตัวและให้บริการเว็บ “มาสิ” (masii) อย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ มีผู้เข้าใช้งานแล้วกว่า 1.1 ล้านคน โดยเรามีผลิตภัณฑ์ทางการเงินจากธนาคารและบริษัทประกันภัยชั้นนำกว่า 7,000 รายการ และกลายเป็นผู้นำในตลาดเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์การเงินออนไลน์ สำหรับบัตรเครดิตและประกันรถยนต์ พร้อมกันนี้เรายังตั้งเป้าผู้ใช้งานมากกว่า 10% ของจำนวนคนไทยที่ใช้งานออนไลน์ทั้งหมด หรือราว 3.8 ล้านคน ตลาดในเมืองไทยกำลังพัฒนาและกำลังเติบโตอย่างเต็มที่ จึงเชื่อว่า ในปี 2017 เราจะสามารถเติบโตเร็วขึ้นกว่าตลาด และเดินหน้าสู่การผู้นำตลาดในประเทศไทย”
ส่วนทิศทางด้านการตลาดในอนาคตนั้น นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า “เว็บไซต์ มาสิ (masii) ทำงานอยู่บนระบบ คอนเทนเนอร์ คลัสเตอร์ (Container Clusters) บนอินฟราสตรัคเจอร์คลาวด์ (Cloud Computing) ที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ความยืดหยุ่นรองรับการขยายตัวของทราฟฟิค ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ยังไม่มีให้เห็นในผู้ให้บริการที่เมืองไทยมากนัก ดังนั้นหลังจากการเปิดใช้บริการเพียงไม่นาน “มาสิ” (masii) จึงได้รับความสนใจจากผู้บริโภคจำนวนมาก ซึ่งในช่วงแรกจะเน้นการสร้างการรับรู้ของแบรนด์และสร้างความเข้าใจในจุดเด่นของรูปแบบบริการให้กับผู้บริโภคชาวไทย โดยก้าวต่อไปของ “มาสิ” (masii) จะขยายการให้บริการสู่ผลิตภัณฑ์การเงินอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อให้ครอบคลุมและครบวงจรยิ่งขึ้น และเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดผ่านช่องทางการสื่อสารทางโซเชียลมีเดียและอื่นๆ พร้อมจัดโปรโมชั่นและแคมเปญที่น่าสนใจ รวมถึงการผนึกกำลังกับพันธมิตรในเครือข่ายที่มีขยายไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต “

สำหรับผู้ให้การสนับสนุนหลักของ “มาสิ” (masii) คือ บริษัท B.Grimm กรุ๊ป ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดี ยาวนานกว่า 100 ปี กับธนาคารและบริษัทประกันภัยชั้นนำของประเทศไทย B.Grimm กรุ๊ป เป็นผู้ริเริ่มนวัตกรรมมาเป็นเวลายาวนาน เริ่มจากการทำธุรกิจร้านขายยาเล็กๆ ในปี พ.ศ. 2421 จนบริษัทได้ขยายตัวกว้างขึ้นไปสู่อุตสาหกรรมการผลิตและระบบโครงสร้างพื้นฐาน โดยได้ร่วมทุนกับหลายบริษัทซึ่งบีกริมทำหน้าที่ผู้จัดจำหน่าย เช่น Carrier, Siemens, Merck, Carl Zeiss, KSB, Urgo, และ MBM รวมถึงก้าวสู่ผู้นำในธุรกิจผู้ผลิตพลังงาน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจคมนาคม อาทิ รถไฟฟ้า BTS และอื่นๆอีกมากมายในประเทศไทย ปัจจุบัน B.Grimm ยังได้ร่วมลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพจากประเทศอเมริกาที่มีอัตราการเติบโตสูง และได้ขยายตลาดเข้าสู่ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว
ทั้งนี้ ผลสำรวจจาก We Are Social ดิจิทัลเอเจนซี่ในสิงคโปร์ เผยข้อมูลผู้ใช้อินเทอร์เน็ตของไทยในช่วงปี 2559 พบว่า มีจำนวนผู้ใช้กว่า 38 ล้านคน คิดเป็น 56% ของประชากรทั้งประเทศที่มีอยู่ 68 ล้านคน และมีผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คมากถึง 38 ล้านคน คิดเป็น 60% ซึ่งโซเชียลเน็ตเวิร์คที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดของไทยได้แก่ เฟซบุ๊ค 92.1% ไลน์ 85.1% และ กูเกิล 67% นอกจากนี้ยังพบอีกว่าคนไทยมีการซื้อสินค้า หรือบริการออนไลน์ 44% ,ค้นหาสินค้า หรือบริการผ่านออนไลน์ 48%, เข้าชมเว็บไซต์ของร้านค้าออนไลน์ 40%, สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านแล็ปท็อปหรือคอมพิวเตอร์ 39% และสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟน 31%
ผู้สนใจสามารถเข้าไปลองใช้เว็บไซต์ได้ที่ www.masii.com เพื่อเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้แล้ววันนี้
