ฝีมือขั้นเทพ! ปู่วัย 93 อดีตช่างปั้นโอ่งราชบุรี ประดิษฐ์ไก่จากขยะขวดพลาสติกขาย

ปู่วัย 93 อดีตช่างปั้นโอ่งมังกรแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง นำขวดพลาสติกมาประดิษฐ์เป็นไก่ไทยสายพันธุ์ต่างๆ สวยแถมราคาถูก ได้แรงบันดาลใจจากไก่ทรงเลี้ยงของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไก่แจ้สายพันธุ์ไทยและสายพันธุ์ญี่ปุ่น ไก่โต้ง ไก่ชน เหล่านี้ ดูลักษณะเหมือนกับมีชีวิตที่กำลังขยายปีก ขยายหาง ทั้งหางตั้งที่บ่งบอกถึงไก่แจ้สายพันธุ์ญี่ปุ่น ส่วนหางโง้งลงเป็นสายพันธุ์ไทย ทั้งตัวผู้และตัวเมียที่มีสีสันสวยงาม เป็นผลงานการประดิษฐ์ของ นายสมบัติ ปุยอ๊อก คุณปู่วัย 93 ปี ชาวตำบลโคกหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี อดีตช่างปั่นและเขียนลายโอ่งมังกร แห่งลุ่มแม่น้ำแม่กลอง เมืองราชบุรี หรือ รุ่นบุกเบิกความรุ่งเรืองของโอ่งมังกรราชบุรี

ก่อนจะยอมถอยอำลาอาชีพที่ทำมาชั่วทั้งชีวิตที่ยาวนานกว่า 74 ปี ด้วยความถดถอยของสังขารตัวเอง ได้วางดินปั้นโอ่งและเขียนลายมังกรบนโอ่ง กลับมาอยู่บ้านกลับครอบครัว เปิดร้านขายของชำและใช้เวลาว่างนำขวดโพลาลิสพลาสติกที่เหลือใช้มาแปรรูปให้เป็นไก่แจ้และไก่ชน ที่หลายๆคนเห็นแล้วต้องยิ้ม เพราะเสมือนไก่ของคุณปู่ทุกตัวมีชีวิต

จากการตัดการประดิษฐ์ที่คุณปู่ได้ใส่ใจลงไปทุกขุมขน เก็บทุกรายละเอียด ทั้งสรีระทรวดทรงที่อ่อนไหวสมจริง นับเป็นภูมิปัญญาของความเป็นไทย ที่ควรคู่แก่การอนุรักษ์ไว้ เพราะห่างถึงวันที่คุณปู่ต้องลาลับกลับไม่มีใครมาสืบทอดก็จะสูญไปเหลือไว้แต่ความทรงจำ

ที่บริเวณหน้าบ้านซึ่งอดีตเคยเป็นร้านค้าขายของชำและก๋วยเตี๋ยว เมื่อประมาณ 15 ปีก่อน ปัจจุบันเป็นที่รวมตัวพบปะกันของเพื่อนฝูงที่มีอายุคราวเดียวกัน 85 – 93 ปี ที่เหลืออยู่เพียง 3 – 4 คน โดยเฉพาะคุณปู่สมบัติ ที่มีอายุมากที่สุดเป็นเจ้าของบ้าน และเป็นเจ้าของผลงาน “ไก่แจ้และไก่ชน” ที่ประดิษฐ์มาจากขวดพลาสติกเหลือใช้ มาวางจำหน่ายให้กับผู้ที่ชื่นชอบนำไปเป็นที่ระลึก ของประดับตกแต่งบ้าน และไก่สำหรับแก้บน

ปู่สมบัติ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ไก่แจ้และไก่ชนทั้งหมดเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ทำมาจากขวดน้ำโพลาลิสพลาสติกที่เหลือใช้ โดยก่อนที่จะมาทำเดิมเป็นชาวกรุงเทพมหานคร อยู่ย่านฝั่งธนบุรี และย้ายถิ่นฐานตามพ่อและแม่มาด้วยการล่องเรือตามแม่น้ำ จนกลายเป็นคนราชบุรี และเป็นลูกคนโตจากพี่น้อง 8 คน และเรียนจนเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนวัดช่องลม ราชบุรี

จากนั้นก็มาช่วยครอบครัวทำงานหาเงิน ซึ่งพ่อจะเป็นช่างตัดผม ส่วนแม่ขายข้าวเหนียวปิ้งที่ตึกริมเขื่อนแม่น้ำแม่กลอง เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ในขณะช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีเหตุการณ์ฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดทำลายสะพานจุฬาลงกรณ์ พ.ศ.2484 ในขณะนั้นตนมีอายุเพียง 14 ปี หลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 จากนั้นได้สมัครเข้าไปเป็นคนงานของโรงโอ่ง ในขณะนั้นอายุเพียง 19 ปี ทำงานทุกอย่างจนเกิดความสามารถเป็นช่างปั้นโอ่ง และมาเป็นช่างเขียนลายมังกรบนโอ่ง จนอายุได้ 73 ปี จึงตัดสินใจลาออกจากโรงโอ่ง มาเปิดร้านขายของชำอยู่ที่บ้าน ภรรยาจะขายก๋วยเตี๋ยวกับลูก ส่วนตนก็ช่วยงาน ขายของเล็กๆน้อย ส่วนใหญ่น้ำขวดโพลาลิสพลาสติกสีขาวขุ่นขายดีมาก

มาวันหนึ่งเห็นขวดเหล่านี้ที่ลูกค้าทิ้ง จึงนำมาลองดัดแปลงแกะเป็นรูปสัตว์ โมบายปลาตะเพียน จนวันหนึ่งนั่งดูทีวี เห็นไก่แจ้มีรูปร่างสวยจึงได้ถ่ายภาพเก็บเอาไว้ จนได้มาเห็นหนังสือที่มีภาพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9” ร่วมฉายพระบรมฉายาลักษณ์กับไก่ทรงเลี้ยง ครอบครัวไก่แจ้สายพันธุ์ไทย ตนจึงตัดเก็บเอาไว้ และนำมาเป็นแบบเพื่อดูลักษณะรูปร่าง สีของไก่ ก่อนจะนำมารองผิดรองถูก ในการขึ้นรูปของไก่แจ้ ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน จึงทำสำเร็จ ด้วยขั้นตอนที่ไม่ยากมากนักใช้ทักษะของความเป็นช่าง การปั้นโอ่ง และการถอดแบบเขียนลาย จนได้ครอบครัวไก่แจ้ทรงเลี้ยง

จากนั้นก็ทำเรื่อยมาจนเกิดความชำนาญ จนถึงปัจจุบันรวมแล้วกว่า 15 ปี นอกจากนี้ ยังเคยเข้าประกวดสิ่งประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้ระดับประชาชนทั่วไป ในโครงการประกวดสิ่งประดิษฐ์สร้างสรรค์จากวัสดุเหลือใช้ จ.ราชบุรี พ.ศ.2554 ของสำนักงานพรัพยากรณ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดราชบุรี ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2554 จากนายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีในสมัยนั้น

คุณปู่สมบัติ เผยขั้นตอนการทำว่า รูปแบบไม่ยุ่งยากแต่ก็ไม่ง่ายมากนัก ต้องใช้ความอดทนและใจเย็น และที่สำคัญต้องใส่หัวใจลงไปเพื่อให้ไก่มีชีวิตเหมือนจริง ขั้นตอนแรกเราจะต้องเตรียมรูปแบบไก่ที่เราต้องประดิษฐ์

จากนั้นจะนำขวดน้ำขวดโพลาลิสพลาสติกที่มีสีขาวขุ่นมาล้างให้สะอาด นำมาตัดเพื่อขึ้นโครงของลำตัวไก่ ส่วนการยึดจะใช้เครื่องบัดกรีหัวแหลม เป็นตัวเชื่อมเท่านั้น ไม่ใช้กาว หรือ น๊อตยึดแต่อย่างไร เมื่อเราได้โครงสร้างของลำตัวไก่แล้ว แล้วก็ตัดเป็นชิ้นๆ เพื่อนำมาตัดเป็นขนและขึ้นรูปปีก และเชื้อด้วยเครื่องบัดกรีหัวแหลม

เมื่อเราได้ลำตัวและช่วงหางแล้วจะมาขึ้นหัวของไก่ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดต้องทำด้วยความประณีตถึงจะออกมาสวยสมจริง เมื่อทุกอย่างประกอบเป็นรูปร่างของไก่อย่างสมบูรณ์แล้ว จะนำมาลงสีน้ำมัน เพื่อให้เกิดความสมจริง ติดลูกตา แต้มสีส่วนต่างๆ ตามรูปแบบของจริง ก่อนจะนำไปตากแห้งเพื่อให้สีที่ทางแห้งสนิทไม่เลอะมือ ส่วนเวลาทำรวมแล้วประมาณ 3-4 วันต่อตัว

คุณปู่ยังเผยถึงความประทับใจอีกว่า เมื่อปี 2560 ทางเทศบาลตำบลหลักเมืองได้นำไก่ที่ประดิษฐ์จากขวดน้ำขวดโพลาลิสพลาสติกของตน ไปออกงานแสลงโชว์สินค้าภูมิปัญญาพื้นบ้านที่เมืองทองธานี สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน พร้อมเสด็จฯ เยี่ยมตามบู๊ธต่างๆ เมื่อมาถึงที่บู๊ธของตนเอง ทรงชื่นชมผลงานและประทานรับสั่งให้ทางเทศบาลให้ตนเองเข้าเฝ้าฯ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

แต่เป็นสิ่งที่ตนเองเสียใจที่สุด เนื่องจากสภาพร่างกายตนเองไม่พร้อมจึงไม่สามารถเดินทางเข้าเฝ้าฯรับเสด็จฯถวายรายงานได้ จึงทูลเกล้าฯถวายไก่แจ้จำนวน 1 คู่ ที่นำแบบมาจากไก่ทรงเลี้ยงของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ฝากเจ้าหน้าที่ของเทศบาลเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าถวายแทน เป็นเหตุการณ์ที่ตนเองไม่เคยลืมเรือน

ส่วนราคาขาย ไก่ตัวเล็ก ตัวละ 300 บาท ตัวใหญ่ ราคาตัวละ 450 บาท และหากเป็นไก่ที่สั่งทำเช่นไก่ป่า ถ้าตัวใหญ่ราคาก็ตจะอยู่ที่ 1,200 บาท ไก่นี้คุณปู่บอกว่าทนแดดทนฝน เพราะใช้สีน้ำมันระบาย นอกจากจะมีไก่แล้วยังมีโมบายปลาตะเพียนชุดละ 100 บาท หรือลูกค้าอยากได้หมีแพนด้า หรือสัตว์ที่ตนเองชอบ อาทิ นกแก้ว ไก่ฟ้า หรือ ตามราศี อาทิ ลิง เสือ วัว ก็สามามารถทำได้หมดเพียงขอมีแบบมาและให้เวลาตนในการทำ เพื่อให้ได้พลงานออกมาดีที่สุดและสวยเสมือนจริง

นางจิราพรณ์ ยิ้มแยม อดีตพยาบาลโรงพยาบาลราชบุรี ลูกสาวของ คุณปู่สมบัติ ปุยอ๊อก เล่าให้ฟังว่า พ่อเป็นคนขยัน ไม่หยุดนิ่งแม้อายุจะเข้าที่ 93 แล้ว แต่ความจำยังดีมาก เล่าได้ทุกเหตุการณ์ สายตาดี เก่งเรื่องการประดิษฐ์เพราะคุณพ่อมีความถนัด หลังจากออกจากโรงโอ่งมา ก็มานั่งประดิษฐ์ไก่ขาย หลังจากเสียภรรยาสุดที่รักไปด้วยวัยเพียง 85 ปี ลูกค้าให้ความสนใจดีมาก ทุกวันนี้ถ้าว่างคุณพ่อก็จะมานั่งประดิษฐ์ไก่แล้ว เพราะเชื่อว่าแกคงเบื่อไม่อยากนั่งอยู่เฉยๆ คุณปู่มักจะบอกกับลูกๆหลานๆ ว่า มีความสุขด้วยการออกมานั่งประดิษฐ์ไก่สายพันธุ์ต่างๆ ทำตามใจชอบดีกว่ามีความทุกข์บนเตียงนอนของการรักษาตัวในโรงพยาบาล เปรียบเสมือน “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง”

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะไปอุดหนุนไก่แจ้และไก่ชนของคุณปู่มาได้ที่บ้านอยู่ติดกับวัดโคกหม้อ หมู่ที่ 3 ตำบลโคกหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เปิดทุกวัน โทรสอบถามได้ที่หมายเลข 088 – 6716435 หรือ ผู้ที่มีขวดน้ำขวดพลาสติกที่มีสีขาวขุ่น เหลือใช้สามารถนำมาให้กับตนได้ เพื่อที่จะนำไว้ให้คุณปู่ประดิษฐ์ต่อไปเนื่องจากปัจจุบันขวดน้ำขวดพลาสติกดังกล่าวหายากแล้ว และอยากให้สิ่งประดิษฐ์นี้อยู่คู่สังคมไทยต่อไป

 

 

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้คลิปใหม่ แอโรฟลอต 41 ศพ ชี้นักบินลงจอดพลาด ชินออโต้ไพลอต
บทความถัดไปเตรียมรับมือไว้เลย! กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่ม 56จว. ระวังอันตราย ใต้อ่วม-กทม.ไม่รอด