สมัชชาสุขภาพ เดินหน้าขยายผลสร้างสุขภาวะระดับภูมิภาค ลดเหลื่อมล้ำ-พัฒนาคุณภาพชีวิต
วันที่ 18 ธ.ค. สมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 12 จัดเวทีเสวนา “บทบาทท้องถิ่นกับการสร้างสุขภาวะระดับจังหวัด” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือแนวทางการสนับสนุนการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับจังหวัด ร่วมกับภาคียุทธศาสตร์ระดับจังหวัด ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายแพทย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวถึงที่มาของการจัดเวทีเสวนาว่า “ประเทศไทยมีการพัฒนาและปฏิรูประบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพมาตามลำดับ ผสมผสานเรื่องสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยมีการขยายความร่วมมือกับกระทรวงต่าง ๆ ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น
ระบบสุขภาพได้ขยายความกว้างออกไปกว่าพรมแดนระบบสาธารณสุขเดิม มีภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาเป็นผู้เล่นร่วมจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการต่างๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคส่วนอื่นๆ ไปในทิศทาง “ สุขภาพโดยคนทั้งมวล เพื่อคนทั้งมวล” (All for Health for Health for All)
ในด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่มีความพยายามในการสร้างการบูรณาการในระดับจังหวัด โดยใช้เครื่องมือพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมที่รู้จักกันในนาม “สมัชชาสุขภาพจังหวัด” เป็นกระบวนการที่เปิดพื้นที่เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามาบูรณาการเป้าหมาย ทิศทางและยุทธศาสตร์ร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนอย่างเป็นองค์รวม เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยมีพื้นที่เป็นฐานและประชาชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา
ในส่วนของการเสวนาในครั้งนี้ ยังเน้นย้ำว่าจังหวัดคือยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการพัฒนาด้านชุมชนท้องถิ่นให้เข้มแข็ง เพราะเน้นจุดเชื่อมต่อระหว่างความต้องการของประชาชนกับส่วนกลาง
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

ในขณะที่ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งจากส่วนกลาง อาทิ กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานท้องถิ่น อาทิ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว องค์การบริการส่วนจังหวัดหนองบัวลำภู และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ได้เดินทางมาร่วมเสวนาถึงบทบาทและภารกิจของการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและส่งเสริมนโยบายสาธารณะต่างๆของหน่วยงาน
สำหรับการเสวนาในครั้งนี้มีผู้ทรงคุณวุฒิในด้านการสร้างเสริมสุขภาวะเข้าร่วมหลายท่าน อาทิเช่น
ประกอบด้วยผู้ร่วมเสวนาและประเด็นดังนี้ นพ.สำเริง แหยงกระโทก ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้นำเสนอในประเด็น บทบาทภารกิจของกระทรวงสาธารณสุข และความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยในการพัฒนาการส่งเสริมระบบสุขภาพในชุมชนท้องถิ่น และการพัฒนาคุณภาพชีวิต
นายแพทย์ศราวุธ สันตินันตรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองบัวลำพู กล่าวถึง บทบาทขององค์การบริการส่วนจังหวัดหนองบัวลำภูกับการสนับสนุนการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับจังหวัด นายทรงยศ เทียนทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว นำเสนอประเด็น บทบาทองค์การบริหารส่วนจังหวัดกับงานการแพทย์ฉุกเฉินระดับจังหวัด
สำหรับในส่วนของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ได้กล่าวถึงเรื่อง บทบาทองค์การบริหารส่วนจังหวัดกับงานการแพทย์ฉุกเฉินระดับจังหวัด ขณะที่ นายเผด็จ นุ้ยปรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี เสนอถึงเรื่อง บทบาทขององค์การบริการส่วนจังหวัดอุทัยธานีกับการร่วมดำเนินงานสมัชชาสุขภาพจังหวัด
นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ในฐานะผู้ดำเนินการเสวนา กล่าวว่า สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เป็นการดำเนินกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550
ในปีนี้นอกเหนือจากการพิจารณา 4 ระเบียบวาระหลัก 1.ทบทวนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ มาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน 2.วิถีเพศภาวะ: เสริมพลังสุขภาวะครอบครัว 3.รวมพลังชุมชนต้านมะเร็ง และ 4.การจัดการเชิงระบบสู่ประเทศใช้ยาอย่างสมเหตุผลโดยชุมชนเป็นศูนย์กลางแล้ว
ยังมีการประกาศชื่นชมรูปธรรมการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ รวมไปถึงวงเสวนาหลากหลายประเด็น เช่น “ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงสู่การสร้างสุขภาวะระดับจังหวัด” โดยมี นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เป็นประธาน และร่วมแลกเปลี่ยนกับผู้บริหารและผู้นำท้องถิ่นระดับจังหวัดทั่วประเทศ
วงเสวนา “รู้เท่าอย่างสร้างสรรค์ รู้ทันอย่างเขาใจ เด็กไทยกับโลกออนไลน์” เวที “การป้องกัน ควบคุม และจัดการผลกระทบจากนโยบายการใช้กัญชาทางการแพทย์” เสวนา “PM2.5 ฝุ่นขนาดเล็กผลกระทบที่ไม่เล็กต่อสังคมไทย” HIA Forum: “การสร้างชุมชนสุขภาวะภายใต้พื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก” เป็นต้น
นายแพทย์ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ได้กล่าวถึงนโยบายการกระจายอำนาจเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะระดับท้องถิ่นว่า เพื่อเป็นการสร้างความแข็งแกร่งในการบูรณาการ การเสริมสร้างสุขภาวะสู่ประชาชน โดยมีกรอบการทำงานเดียวกัน และแต่ละท้องถิ่น มีปัญหาที่แตกต่างกัน ซึ่งในแต่ละท้องถิ่น จะเข้าใจถึงปัญหา ได้มากกว่าและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด
ในส่วนตรงนี้คณะรัฐบาล ได้เห็นด้วยอย่างเต็มที่ ในนโยบายการกระจายอำนาจ สูตรท้องถิ่นเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาวะและพร้อมจะส่งเสริมให้ท้องถิ่นมีความเข้มแข็งต่อไปในอนาคต

