ซีพีฉลุยซอง 2 อู่ตะเภา นัดเปิดซอง 3 ศุกร์ 17 ม.ค. นี้ กับ กระแสข่าว 3 ราย แข่งราคาสูงลิบ จับตา!! ทำได้จริงหรือ??

วันนี้ (14 ม.ค. 63) เวลา 13:30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ ในพื้นที่วังนันทอุทยาน ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก สื่อแห่งหนึ่งระบุถึงการเปิดซองโครงการอู่ตะเภาว่า ที่ประชุมได้มีวาระรับทราบผลการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด ที่มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2563 ให้กลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร ได้กลับเข้าร่วมประมูลโครงการ ขณะเดียวกันได้ไปนำเอกสารด้านเทคนิค ซองที่ 2 ของกลุ่มธนโฮลดิ้ง มาพิจารณาเรียบร้อยแล้ว โดยระบุว่า

ผลการพิจารณาซอง 2 ผ่านเรียบร้อยแล้ว และที่ประชุมนัดเปิดซอง 3 คือ ด้านราคา พร้อมกันทั้ง 3 กลุ่มเอกชน ในวันศุกร์ที่ 17 ม.ค. นี้ เวลา 09:00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ”

อย่างไรก็ดี มีการระบุว่า ได้มีการเปิดเผยตัวเลขในซองการเงินแล้ว โดยในช่วงที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่า ในการเปิดซองราคาของ 2 กลุ่มผู้ผ่านคุณสมบัติซอง 2 โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกก่อนหน้านี้พบว่า กลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส ได้แก่ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA และ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เสนอผลตอบแทนให้รัฐอยู่ที่ 3.05 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่รัฐคาดหวังไว้ถึง 2.46 แสนล้านบาท จากที่รัฐคาดว่าเอกชนจะเสนอค่าตอบแทนให้ภาครัฐ 5.9 หมื่นล้านบาท

ขณะที่กลุ่มแกรนด์คอนซอร์เตียมเสนอผลตอบแทนให้รัฐอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท ในขณะที่ข่าวบางกระแสระบุว่า กลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร เสนอราคาสูงถึง 3.51 แสนล้านบาท ทำให้มีข้อกังวลว่า เมื่อทั้งสองกลุ่มเสนอราคาสูงกว่าราคาขั้นต่ำที่รัฐกำหนด คือ 6 หมื่นล้าน ไปกว่า 2.5 แสนล้านบาท จะสามารถทำโครงการให้เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ทำให้รัฐต้องระวังประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ประมูลชนะแล้วทิ้ง เช่นกรณีในอดีตที่มีการทิ้งใบอนุญาต 4 จี ของแจส หลังจากการประมูลได้ขับเคี่ยวแข่งขันกันอย่างดุเดือด และชนะการประมูลไปด้วยเม็ดเงินกว่า 75,654 ล้านบาท และถูกจับตาว่าจะกลายเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือหน้าใหม่ ที่อาจส่งผลต่อการแข่งขันในตลาดได้ แต่เมื่อถึงกำหนด แจสกลับไม่ยอมมาชำระเงิน ซึ่งกรณีนี้ไม่ใช่แค่หลักหมื่นล้าน แต่สูงกว่าสามแสนล้านบาท ทำให้รัฐต้องจับตาดูว่า ผลการเปิดซองราคา (ซอง 3) ของทั้ง      3 ราย ในวันที่ 17 ม.ค. ผลจะออกมาเป็นเช่นไร 

บทความก่อนหน้านี้ชาวบ้านผวา มีคนตายติดกัน 6ศพ ล่าสุดเจ้าอาวาสมรณภาพ เชื่ออาถรรพ์ตัดต้นไทรในวัด
บทความถัดไปสาวท้องขนลุก มือถือส่องโคนต้นมะเดื่อ เกาะคำชะโนด เห็นเลขเต็มๆ ตา เชื่อจะมีโชค