คู่กรณี น็อต เผยจมูกเบี้ยว ไม่เคยได้รับเงินเยียวยา แม่ฉุน ไม่เคยเยี่ยม ไม่เคยโทรหา(คลิป)

กลายเป็นเรื่องครึกโครมไปทั่วเมืองเมื่อเกิดเหตุพิธีกรหนุ่ม น็อต อัครณัฐ ก่อเหตุชกต่อยหนุ่มคนหนึ่งที่เฉี่ยวชนรถมินิของตนเอง แต่กลายเป็นเรื่องเมื่อมีคนถ่ายคลิปว่า หนุ่มน็อต ได้ชกต่อยและบังคับให้ หนุ่มขี่ จยย. กราบรถตนเอง จนกลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ซึ่งล่าสุด อัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ได้ยื่นฟ้อง “น็อต”อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ และผู้เสียหาย ยื่นขอเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการ ยื่นคำร้องขอทางแพ่งประกอบเพื่อเรียกค่าเสียหายไปพร้อมกันด้วย โดยศาลนัดพิจารณาคดีวันที่ 24 พ.ค.นี้
ล่าสุด นายกิตติศักดิ์ สิงห์โต หรือบอย คู่กรณี และ นางสุธิรา หงษ์ทอง แม่ของบอย ได้เดินทางมาเปิดใจในรายการ ต่างคนต่างคิด ทางช่องอัมรินทร์ทีวี โดยระบุว่า ปัจจุบัน บอย ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่อยครั้งนั้น คือ ยังจมูกเบี้ยวอยู่ โดยบอย ระบุว่า อยากให้เรื่องจบไวๆ เมื่อถามว่า เห็นรถใหญ่หรือมิินิ ยังผวาอยู่หรือไม่ บอย ก็ยิ้มและยอมรับว่าก็ยังกลัวอยู่


ทั้งนี้ นางสุธิรา เปิดเผยว่า ทางเราตอนแรกไม่ได้ติดใจเอาความ แต่กลัวทางฝั่งคู่กรณีตั้งแต่แอบถ่ายคลิปเจรจา และตั้งป้อมจะเอาผิดเราตอนแรกทั้งที่เราไม่ได้ติดใจเอาความ ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่องที่ผ่านมา ก็ยังไม่เคยได้รับค่าเสียหายจากฝ่ายคุณน็อต ซึ่งตนก็ไม่ง้อพยายามหาเงินมารักษาลูกเอง ยืนยันว่าไม่เคยได้รับการเยียวยาจากทางน็อต ไม่เคยมาเยี่ยมหรือโทรศัพท์หา และไม่คิดโกรธและคิดแค้นกับเรื่องที่เกิดขึ้น ส่วนถ้าจะคุยกับน็อตก็จะคุยแค่ในชั้นศาล และอยากให้เรื่องดังกล่าวจบให้เร็วที่สุด

 

“ตอนแรกบอยและแม่ไม่คิดที่จะเอาความ อยากจะให้ต่างฝ่ายต่างไกล่เกลี่ย และแยกย้ายกันไป เพราะช่วงนั้น เห็นว่า น็อต อัครณัฐ มีความกังวลในเรื่องอนาคตของตัวเองถ้าคลิปหลุดออกไปในเรื่องหน้าที่ การงาน ทางสังคมบนโลกออนไลน์ หรือว่าทางบันเทิงจะสามารถทำงานต่อไปได้หรือไม่ ซึ่งตนนั้นก็เห็นใจ โดยน็อต อัครณัฐ ไม่อยากให้ทางตนนั้นเอาเรื่องแล้วก็สามารถตกลงกันได้ และตนก็ให้อภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่หลังจากเห็นคลิปที่มีการแชร์บนโลกออนไลน์ รู้สึกว่ามีความรุนแรงมาก ชกต่อย แล้วบังคับให้ลูกตนนั้นไปกราบรถมินิคูเปอร์ และได้มีการบันทึกคลิปตัวเองเหมือนจะหาหลักฐานมัดตัว จึงเปลี่ยนใจแจ้งความเอาผิด”

นางสุธิรา ยังได้ระบุว่า ตนเองนั้นหมดใจกับเรื่องนี้แล้ว เพราะน็อตเคยบอกว่าตนไม่ได้มีมาก เพราะเขาไม่ได้รวย แต่จะมีหรือไม่มีเราก็ต้องดิ้นรน ต้องมีคุณธรรม ส่วนถ้าหากจะให้คุยกับน็อตในฐานะมนุษย์คนหนึ่งก็ยอมคุย แต่ความผิดที่เขาได้ก่อขึ้นมาก็ต้องคุยตามกระบวนการชั้นศาล
“ถ้ากลับกันเป็นลูกชายตนเองทำผิด ถึงไม่มีก็จะต้องหามารับผิดชอบให้ แม้ก่อนหน้านี้เคยให้ทางน็อตเข้ามาไกล่เกลี่ย แต่ก็ไม่ได้มา”

บทความก่อนหน้านี้อีก2ข้อหา-เบนซ์ สนับสนุน-รับเงิน แก๊งค้ายาไซซะนะ เจ้าตัวรุดรับทราบแล้ว แถลงวันนี้
บทความถัดไปเปิดดวง!! ‘แพท-ณปภา’ หมอดูดัง‘หมอวั๊ง’ทำนายนางเอกสาวหลังเจอคดีใหญ่-ชีวิตผกผัน