หลังจากมีการแชร์คลิปชาวต่างด้าวคนหนึ่งซึ่งปุ่นจักรยานขายไอศกรีม และคุยโวว่า อยู่ประเทศไทยได้สบายเพราะจ่ายส่วยตำรวจเดือนละ 7 พันบาท ตำรวจไม่จับและสามารถขายของได้ โดยระบุว่า อยู่ประเทศไทยมา 7 ปี แล้วนั้น

 

บังบอกไม่กลัวตำรวจ
กูจ่ายเดือนละ7000จบมั้ย

โพสต์โดย I Post บน 20 พฤษภาคม 2017

เมื่อสุดวานนี้ (21 พ.ค. 2560) พบว่า สภ.บางพลี ร่วมกับกก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ และตม.จว.สมุทรปราการ ร่วมกันจับกุมชายรายดังกล่าว โดยพบว่า คือ นาย RAMESSHWAR RAM อายุ 33 ปี สัญชาติอินเดีย ถือหนังสือเดินทางประเทศสาธารณรัฐอินเดีย ได้รับการตรวจลงตราประเภท TR 15 เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2560 ได้รับอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 30 เมษายน 2560 และไม่ปรากฎว่าได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรต่อแต่อย่างใด คนต่างด้าวดังกล่าวได้เช่าพักอาศัยที่ห้องเช่าบ้านเลขที่ 143/419 หมู่ 10 ซอยบางปลา 12 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยจ่ายค่าเช่าเดือนละ 1,100 บาท จึงได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว

โดยนายราม ได้อ้างว่า ที่บอกว่าอยู่มา 7 ปี ก็เป็นการเดินทางเข้าๆออกๆ โดนจับแล้วกลับมาใหม่บ้าง หรือ ไม่มีเงินใช้ก็กลับมาใหม่บ้าง ส่วนที่บอกว่า 7 พันบาท คือ กำไร ส่วนที่บอกว่า จ่ายส่วย เป็นการล้อเล่นเท่านั้น

 

 

สภ.บางพลี ขอรายงาน ตามที่สื่อสังคมออนไลน์ ใช้ชื่อว่า Wipairat jan ได้โพสต์คลิป “บังบอกไม่กลัวตำรวจ # กูจ่ายเดือนละ 7000 จบมั้ย” นั้น

วันนี้ 21 พ.ค. 2560 เวลา 09.00 น. สภ.บางพลี ร่วมกับกก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ และตม.จว.สมุทรปราการ เข้าทำการตรวจสอบคนต่างด้าวในคลิปดังกล่าว

จากการสืบสวนทราบว่าคนต่างด้าวดังกล่าวชื่อ นาย RAMESSHWAR RAM อายุ 33 ปี สัญชาติอินเดีย ถือหนังสือเดินทางประเทศสาธารณรัฐอินเดีย เลขที่ P 0759455 ได้รับการตรวจลงตราประเภท TR 15 เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2560 ได้รับอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 30 เมษายน 2560 และไม่ปรากฎว่าได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรต่อแต่อย่างใด คนต่างด้าวดังกล่าวได้เช่าพักอาศัยที่ห้องเช่าบ้านเลขที่ 143/419 หมู่ 10 ซอยบางปลา 12 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยจ่ายค่าเช่าเดือนละ 1100 บาท

จึงได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว
1.นาย RAMESSHWAR RAM อายุ 33 ปี สัญชาติอินเดีย ข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และประกอบอาชีพ(เร่ขายสินค้า)โดยไม่ได้รับอนุญาต
2.นายธีรภัทร บุญวัฒน์ อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 61/657 หมู่ 3 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ข้อหา เป็น เจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรมซึ่งรับคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเข้าพักอาศัย จะต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ที่บ้าน เคหสถาน หรือโรงแรมนั้นตั้งอยู่ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ถ้าท้องที่ใดไม่มีที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองตั้งอยู่ให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ณ สถานีตำรวจท้องที่นั้น

ผู้ต้องหาให้การว่าได้ลักลอบประกอบอาชีพเข้ามาขายไอศกรีม โดยเร่ขายในพื้นที่ซอยบางปลา 12 และ ซอยรัตนโชค 12 เขตพื้นที่ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยไปซื้อไอศกรีมที่บ้านเลขที่ 121/72 หมู่ 11 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปรากรา ซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำและจำหน่ายไอศกรีม มีนางสาวมยุรี สมบง เลขบัตรประจำตัวประชาชน 3 5603 00423 52 7 ให้การว่าเป็นเจ้าของร้าน และผู้ต้องหาได้มาซื้อไอศกรีมจากร้านของตน และไปเร่ขาย

ตรวจสอบคลิปแล้ว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2560 เวลาประมาณ 14.00 น. บริเวณหน้าบริษัท 3พี โพลีเมอร์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 104/6 หมู่ 12 ซอยรัตนโชค 12/10 ถ.เทพารักษ์ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยได้ขายไอศกรีมให้กับคนงานของบริษัทฯ และมีการถ่ายคลิปนำไปลงในเฟสบุ๊คชื่อ Wipairat jan

ในวันที่เกิดเหตุได้ไปขายของที่บริษัท 3พี โพลีเมอร์ จำกัด และได้มีลูกค้าซึ่งสนิทกัน ออกมาซื้อไอศกรีมและได้พูดคุยกัน โดยสาเหตุที่ตนบอกว่าได้จ่ายให้เจ้าหน้าที่เดือนละ 7,000 บาท นั้น เป็นการพูดหยอกล้อกับลูกค้าคนไทยดังกล่าวเนื่องจากไม่เข้าใจในการสื่อสารเท่าใดนัก ยืนยันว่าไม่ได้มีจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด ส่วนเอกสารที่หยิบออกมานั้นก็เป็นเพียงกระดาษจดเบอร์โทรศัพท์ เป็นการที่ตนใช้หยอกล้อกับลูกค้าเท่านั้น

ส่วนกรณีที่บอกว่าเสียเงิน 20,000 บาท นั้น ผู้ต้องหายืนยันว่าเป็นเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้ามาจากประเทศอินเดียไม่ได้เกี่ยวกับตำรวจแต่อย่างใด และยืนยันว่าตนเองลักลอบขายไอศกรีมจริง เมื่อพบเจ้าหน้าที่ก็จะขี่หลบหนี ซึ่งตนเองทราบอยู่แล้วว่าการประกอบอาชีพใดๆ ในประเทศไทยเป็นความผิดตามกฎหมาย และยืนยันว่าไม่เคยจ่ายเงินกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยใดเพื่อให้ตนสามารถขายของได้และไม่ถูก

โพสต์โดย สภ.บางพลี สมุทรปราการ บน 21 พฤษภาคม 2017

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน