‘วราวุธ’ เผยผลวิจัยย้อนหลัง 15 ปี การลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม ยิ่งทำยิ่งได้กำไร ชี้รัฐบาลไทยเดินหน้าหนุนเศรษฐกิจสีเขียว

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมว่า หลายองค์กร หลายบริษัท อาจกำลังมีความเข้าใจผิดๆ ว่าการทำธุรกิจโดยคำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วยนั้น จะสร้างต้นทุนให้สูงขึ้น และทำให้กำไรลดลง

แต่นักวิจัยอย่างศาสตราจารย์.ดร.อาริลด์ อัสปลันด์ และ น.ส.ฟานนี เฮร์มันด์สด็อทตีร์ นศ.ปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งนอร์เวย์ (NTNU) ได้ศึกษาย้อนหลัง 15 ปี เพื่อประเมินความสัมพันธ์ระหว่าง การลงทุนในด้านสิ่งแวดล้อม และความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ

ยังพบว่า การลงทุนของธุรกิจเพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมนั้น สามารถสร้างมูลค่าและเพิ่มความสามารถให้ธุรกิจส่วนใหญ่ได้ 1. ธุรกิจ 64% มีศักยภาพทางธุรกิจเพิ่มขึ้น 2. ธุรกิจ 29% ให้ผลลัพธ์กลางๆ 3. ธุรกิจ 5% ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่นอน และ4. ธุรกิจ 2% มีศักยภาพทางธุรกิจลดลง

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า โดยหนึ่งในตัวอย่างธุรกิจ ที่งานวิจัยฉบับนี้ยกตัวอย่าง คือ กรณีของวอลมาร์ท (Walmart) ห้างค้าปลีกชื่อดังระดับโลก ที่ลงทุนปรับปรุงห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อปี 2005 หนึ่งในโครงการของวอลมาร์ท

คือการเพิ่มนโยบายด้านความโปร่งใสแหล่งที่มาของอาหารทะเล โดยร่วมมือกับเครือข่ายผู้ผลิตอาหารทะเล และ Marine Stewardship Council (MSC) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่ดูแลเรื่องความยั่งยืนของระบบนิเวศทางทะเล มาช่วยคัดกรองแหล่งที่มาของอาหารทะเล ที่จะนำมาจำหน่ายในวอล มาร์ท การเข้าร่วมเป็นเครือข่ายกับ MSC ในครั้งนี้ ยังทำให้วอลมาร์ทสามารถเข้าถึงผู้ผลิตต้นทาง ระบบโลจิสติกส์ และบริการอื่นๆ ที่เป็นมิตรต่อระบบนิเวศ ด้วยต้นทุนที่ถูกลง

ส่งผลให้บริษัทเกิดนวัตกรรมด้านการจัดการ ที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพเชิงสิ่งแวดล้อมสูงขึ้น ประกอบกับนโยบายด้านความโปร่งใส ที่ช่วยให้ภาพลักษณ์ของสินค้าดีขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคทั้งรายใหญ่และรายย่อย ต่างหันมาบริโภคสินค้าวอลมาร์ทมากขึ้น จนขนาดธุรกิจอาหารทะเลของวอลมาร์ท โตขึ้น 1 ใน 4 มีมูลค่ากว่า 750 ล้านดอลลาร์ภายในปีเดียว ซึ่งโครงการนี้ไม่ใช่แค่โครงการด้านสิ่งแวดล้อมเดียวของวอลมาร์ท แต่ยังมีโครงการที่ครอบคลุมไปยังสินค้าด้านอื่นๆ เช่น สิ่งทอ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ด้วย

รมว.ทส. ระบุอีกว่า สำหรับประเทศไทย ภาครัฐก็กำลังพยายามขับเคลื่อนนโยบาย เดินหน้าประเทศสู่ความเป็น “เศรษฐกิจสีเขียว” โดยมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบและปัญหาจากภาวะโลกร้อน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ผ่านนโยบายต่างๆ ทั้งด้านการส่งเสริมธุรกิจใหม่ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงมาตรการควบคุมธุรกิจเดิมที่จะถูกนำมาใช้อย่างเข้มงวดมากขึ้นในอนาคต

ด้านภาคประชาชนเอง ก็มีค่านิยมใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่ขยายวงกว้างมากขึ้น ดังนั้นแล้ว การลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมในภาคธุรกิจ จึงไม่ใช่ภาระ แต่เป็นโอกาส ที่จะส่งผลให้ธุรกิจที่ปรับตัวได้ก่อน สามารถสร้างผลกำไรควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน