การที่บริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งมีอายุยาวนานถึง 80 ปี บ่งบอกได้ถึงประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ความสามารถในการปรับตัวรับมือทุกสถานการณ์ และการบริหารจัดการที่ดี ชวนให้ลูกค้าอุ่นใจว่าหากไว้วางใจให้บริษัทแห่งนี้ดูแลชีวิตและการเงิน จะได้รับการดูแลที่ดีไปอีกนานแสนนาน

บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (ไทยประกันชีวิต) คือบริษัทประกันชีวิตแห่งนั้น ไม่เพียงเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่ก่อตั้งโดยคนไทย แต่ยังสามารถดำเนินธุรกิจอย่างแข็งแกร่งมากว่า 8 ทศวรรษ จนกลายเป็นแบรนด์ประกันชีวิตสัญชาติไทยที่ใหญ่สุดของประเทศ เมื่อพิจารณาจากรายได้เบี้ยประกันภัยรับรวมจากข้อมูลของสมาคมประกันชีวิตไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 และสำหรับรอบระยะเวลา 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 โดยไทยประกันชีวิตมีรายได้เบี้ยประกันภัยรับรวมในช่วงเวลาดังกล่าวคิดเป็นร้อยละ 14.7 และร้อยละ 12.9 ของอุตสาหกรรมประกันชีวิต ตามลำดับ รวมถึงกำไรสุทธิของไทยประกันชีวิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2564 ที่ 8,394 ล้านบาท

ทั้งหมดนี้บ่งชี้ว่าไทยประกันชีวิตพร้อมจะเป็น “ทุกคำตอบของชีวิตคนไทย”

แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ไทยประกันชีวิตพัฒนาประสิทธิภาพการทำธุรกิจแบบไม่มีหยุดพัก ตั้งแต่ยุคที่ผู้คนอาจยังไม่เข้าใจว่าประกันชีวิตสำคัญอย่างไร จึงเริ่มจากการเข้าหาลูกค้าในต่างจังหวัด เสนอผลิตภัณฑ์ประกันแบบชำระเบี้ยประกันภัยรายเดือน ก่อนเดินหน้าเข้าสู่ชีวิตของผู้คนในเมืองใหญ่ กลายเป็นกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง ที่ค่อยๆ ทำให้ไทยประกันชีวิตเป็นที่รู้จักและไว้ใจได้ของคนทั้งประเทศ

จากนั้นไทยประกันชีวิตได้เข้าสู่ยุคแห่งการปรับปรุงโครงสร้างและระบบบริหารงานให้ทันสมัย กระตุ้นให้พนักงานทุกคนพร้อมคิดค้นนวัตกรรมสินค้าและบริการที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า อาทิ ประกันชีวิตประเภทสามัญ ประกันชีวิตประเภทควบการลงทุน ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ เป็นต้น รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจ สร้างเครือข่ายตัวแทนประกันชีวิตจนครอบคลุมทุกภูมิภาคกว่า 64,000 คน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 นำมาซึ่งกำไรอย่างต่อเนื่อง

แม้ในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ไทยประกันชีวิตกลับไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการบริหารความเสี่ยงและการประเมินสถานการณ์อย่างถี่ถ้วนประกอบกับไทยประกันชีวิตไม่ได้เสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยในรูปแบบ “เจอ จ่าย จบ” ที่ผู้เอาประกันจะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินก้อนเมื่อตรวจพบโรคโควิด-19 ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวกำลังสั่นคลอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อบริษัทประกันภัยในวงกว้าง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ไทยประกันชีวิตเติบโตด้วย “คน” ภายในองค์กรเป็นกำลังสำคัญ ผสานกับวิสัยทัศน์และความสามารถของผู้บริหาร นำโดย ไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่พร้อมนำบุคลากรทุกคนเข้าสู่ยุคใหม่ เพื่อเป็น ‘Life Solutions Provider’ หรือเป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล และพาไทยประกันชีวิตให้เติบโตขึ้นต่อเนื่อง

จนถึงปัจจุบันที่ไทยประกันชีวิตมุ่งเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่การเป็น Data Driven Company โดยการนำ Big Data จากฐานข้อมูลลูกค้า อ้างอิงจากจำนวนกรมธรรม์ที่มีผลบังคับใช้กว่า 4,400,000 กรมธรรม์ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 มาใช้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ประกันรูปแบบใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น สามารถเติบโตได้สูง และตอบสนองความต้องการได้รอบด้านกว่าเดิม

นอกจากนั้น ไทยประกันชีวิตยังมีเป้าหมายในการรักษาความเป็นผู้นำตลาด พัฒนาเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย ครอบคลุม และยกระดับประสบการณ์ของผู้เอาประกันภัยอย่างรอบด้าน ผ่านไทยประกันชีวิตฮอตไลน์ บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินทางการแพทย์ทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต ที่อำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าให้สามารถเข้าถึงข้อมูลกรมธรรม์ ตรวจสอบความคุ้มครอง สิทธิประโยชน์ และชำระค่าเบี้ยประกันภัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะเดียวกันไทยประกันชีวิตยังทวีความแข็งแกร่ง โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ของไทยประกันชีวิต คือ Meiji Yasuda Life Insurance Company ซึ่งมีบริษัทในเครือทั้งในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศอินโดนีเซีย สาธารณรัฐโปแลนด์ และประเทศไทย เข้ามาร่วมกำหนดทิศทาง และเดินหน้าไปพร้อมกันอย่างแข็งแกร่ง เพื่อสร้างความเติบโตในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป

นอกจากจะดูแลและอยู่เคียงข้างคนไทยในทุกช่วงของชีวิต ทุกจังหวะชีวิต และทุกการใช้ชีวิต ไทยประกันชีวิตยังให้ความสำคัญกับการบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล ปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรม ควบคู่กับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ตามแนวทาง ESG โดยจัดทำแผนแม่บทเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์กร ด้วยความตระหนักว่า หากทุกภาคส่วนของสังคมไม่เติบโตไปพร้อมกันอย่างมั่นคง ไทยประกันชีวิตย่อมเติบโตอย่างมั่นคงเช่นกัน

ล่าสุด ไทยประกันชีวิตอยู่ระหว่างการเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) เพื่อเพิ่มศักยภาพการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) และการทำการตลาดผ่านนวัตกรรมและโซลูชันเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการให้บริการและดูแลลูกค้าได้อย่างครบวงจร รวมถึงเสริมสร้างความแข็งแกร่งของช่องทางจัดจำหน่าย ทั้งช่องทางตัวแทนประกันชีวิต และผ่านทางพันธมิตรที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับลูกค้าทั่วประเทศ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านเงินทุน รองรับวิสัยทัศน์การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนอย่างแท้จริง

กลยุทธ์ทั้งหมดนี้ไม่เพียงนำพาไทยประกันชีวิตให้เดินหน้าครบ 80 ปี อย่างเต็มภาคภูมิ แต่มั่นใจได้ว่าจะนำพาไปสู่ความยั่งยืนในอนาคตพร้อมลูกค้าทุกคนอย่างแน่นอน

ร่วมเดินหน้าสู่ความยั่งยืนกับไทยประกันชีวิต พร้อมติดตามรายละเอียดได้ที่ โทร. 02-354-2424-5 หรือ

E-mail: [email protected]

หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ในประเทศไทยเท่านั้น และไม่ถือเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ ห้ามมิให้มีการทำซ้ำ ส่งต่อ หรือเผยแพร่เอกสารฉบับนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน