ศธ.จัดทำโครงการห้องเรียนอาชีพ เสริมสร้างความรู้ควบคู่วิชาชีพแก่เด็กและครอบครัว ร่วมฝ่าวิกฤตโควิด-19

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา น.ส.อรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานกำกับ ดูแล การสื่อสารประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานโครงการ “ห้องเรียนอาชีพ” ณ โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี โดยมีน.ส.นันนกรฐ์ ทิพย์สูงเนิน รอง ผอ.สพม.กรุงเทพมหานคร เขต 2 พร้อมด้วยนางอาลัย พรหมชนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนสุรศักดิ์ และคณะกรรมการสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง ให้การต้อนรับ

สำหรับโครงการ “ห้องเรียนอาชีพ” โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการปรับการเรียนสู่อาชีพในอนาคต ให้แก่เด็ก และเยาวชนไทย ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างการเรียนรู้แก่เด็ก และเยาวชน ยังเป็นการช่วยเสริมสร้างอาชีพให้แก่พ่อ แม่ ผู้ปกครองและครอบครัว ด้วยอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ มุ่งเน้นการเรียนการสอนด้วยความเข้าใจ นำสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง ตามความถนัดและความสนใจของผู้ศึกษา ทั้งนี้ ได้บูรณาการความร่วมมือกับวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร โดยนางเบญจวรรณ ปกป้อง ผอ.วิทยาลัยฯ ที่นำหลักสูตรอาชีพระยะสั้นตามเทรนสมัยใหม่ และเทรนโลก จำนวนหลักสูตร 12 อาชีพระยะสั้น ประกอบด้วย

วิชากาแฟ ที่จะได้ฝึกเป็นบาริสต้า ในราคาเพียง 999 ด้วยการเรียนจำนวน 10 ครั้ง (ราคาสอนทั่วไป 4-5 หมื่นบาท) วิชาขนมอบ โดยมีนายกสมาคมเชฟแห่งประเทศไทย เป็นผู้สอน วิชาช่างยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ตลาดแรงงานมีความต้องการกำลังคนถึง 40,000 คน แต่สถานศึกษายังผลิตได้ไม่เพียงพอ วิชาตัดต่อวิดีโอคลิปด้วยมือถือยุค 5G

วิชาช่างล้างระบบปรับอากาศรถยนต์ส่องกล้องแบบไม่ถอดตู้ วิชาระบบสมาร์ทโฮม วิชาช่างงานเครื่องเลเซอร์ CO2 วิชาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง วิชาตัดผมชาย วิชาจัดดอกไม้สด วิชาประดิษฐ์ของใช้จากผ้า วิชาเสริมสวย เป็นต้น

พร้อมสาธิตและจัดให้มีการลงมือปฏิบัติจริง (Workshop) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่เด็กนักเรียน พร้อมเป็นการ เสริมสร้างทักษะ (Up-skill Re-skill) ให้แก่ผู้ปกครองของนักเรียนอีกด้วย

ทั้งนี้ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “เนื่องจากที่ผ่านมาการจัดการศึกษาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โรงเรียน สถานศึกษา และครู ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อปรับการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ หรืออีก 4 On ให้สอดคล้องกับบริบทและโรงเรียนในแต่ละพื้นที่ เพื่อดูแลลูก ๆ นักเรียนให้ได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง กระทรวงศึกษาธิการ

จึงขอขอบคุณโรงเรียนและพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่ประสานความร่วมมือกันในการปรับบ้านให้เป็นโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง และทำให้การเรียนรู้ของนักเรียนไม่สะดุด ซึ่งกระทรวงศึกษาการตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในสถานศึกษา โดย น.ส. ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรงศึกษาธิการ ได้กำชับให้ทุกโรงเรียนดำเนินการประชาสัมพันธ์ช่องทางการแจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชัน “MOE Safety Center” เพื่อดูแลความปลอดภัยแก่นักเรียนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น การบูลลี่ อุบัติเหตุ การคุกคามทางเพศ และผลกระทบสภาวะร่างกายและจิตใจทุกรูปแบบ โดยขอให้ทุกโรงเรียนประชาสัมพันธ์และใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อการดูแลสวัสดิภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจและทำให้นักเรียนมีความปลอดภัย และมีความสุขเหมือนอยู่บ้าน เพราะโรงเรียนเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของลูกหลานเรา”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน