ไทย ผนึก 4 ประเทศอาเซียนตอนล่าง เตรียมรับมือหมอกควันข้ามแดน ช่วงก.ค. – ก.ย. ของทุกปี ไทยเข้มมาตรการป้องกันไฟไหม้ป่าพรุ ลดผลกระทบหมอกควันข้ามแดน
เมื่อวันที่ 6 ก.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส.ได้มอบหมายให้ตนเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศ เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ครั้งที่ 23 (23’d MSC) ร่วมกับนายดาโต ฮาจิ มูเอช จูอันดา ฮาจิ อับดุล ราชิด รมว.การพัฒนา บรูไน ดร.สิติ นูร์บายา บาการ์ รมว.สิ่งแวดล้อมและป่าไม้ อินโดนีเซีย นายดาโต้ ศรีตวน อิบราฮิม ตวน มาน รมว.สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรน้ำ มาเลเซีย และดร.เอมี่ คอร์ รัฐมนตรีอาวุโสแห่งรัฐในกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม สิงคโปร์ เข้าร่วมประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล เพื่อรับรองผลการประชุมคณะทำงานภายใต้รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศ เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ครั้งที่ 23

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส.
นายอรรถพล กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมได้รายงานการดำเนินงานของแต่ละประเทศในการเตรียมพร้อมรับมือหมอกควันข้ามแดนในอาเซียนตอนล่าง ซึ่งไทยได้เตรียมดำเนินงานเพื่อป้องกันไฟไหม้ป่าพรุในพื้นที่ภาคใต้ และการรับมือสถานการณ์และแก้ไข ปัญหาหมอกควันข้ามแดน รวมถึงการใช้แบบจำลองคาดการณ์สถานการณ์คุณภาพอากาศล่วงหน้า 7 วันในช่วงเดือนก.ค. –ต.ค. 65 ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณากลยุทธการจัดการป่าพรุในพื้นที่อาเซียนตอนล่าง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาไฟจากป่าพรุโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้มีการจัดการอย่างยั่งยืนต่อไป

นายอรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงเดือน ก.ค. – ก.ย. ของทุกปี เป็นช่วงหน้าแล้งของภูมิภาคอาเซียนตอนล่าง มีโอกาสเกิดไฟป่าในพื้นที่ป่าพรุ ทั้งป่าพรุภายในประเทศและป่าพรุบริเวณเกาะสุมาตรา ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาหมอกควันส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ของไทยและภูมิภาคอาเซียนตอนล่าง และเพื่อเตรียมความพร้อมภายในประเทศ คพ.ได้จัดประชุมหน่วยงาน ทส.ในพื้นที่ภาคใต้ ในการรับมือสถานการณ์ฝุ่นละอองภาคใต้ ปี 2565

โดยนายวราวุธ ได้ให้นโยบายให้ทุกหน่วยงานกำหนดแผนและร่วมมือร่วมใจในการดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะการทำความเข้าใจกับประชาชน และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการเฝ้าระวังไฟไหม้ป่าพรุ ป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและการท่องเที่ยว