ลิฟต์ค้าง

หลอน
นทธี ศศิวิมล

¤×¹ËÅÍ¡ËÅ͹ 5 x7 cm

ผมเคยมีประสบการณ์ที่เลวร้ายเกี่ยวกับการติดอยู่ในลิฟต์ สมัยไปเยี่ยมอาที่คอนโดมิเนียมที่อาพักอาศัย ห้องของอาอยู่ชั้นสิบ ผมไปกับเพื่อนผู้ชายอีกคน พอลิฟต์ขึ้นไปถึงชั้นเจ็ดก็ค้าง ไม่ขึ้นไปต่อ เพื่อนผมใช้แสงสว่างจากไฟแช็กไล่อ่านคำแนะนำซึ่งยิ่งทำให้เราโมโห นอกจากบอกว่าให้กดปุ่มสัญญาณ EMERGENCY CALL ที่แผงปุ่มกด แล้วจะมีคนมาช่วย แต่เรากดเรียกไปอย่างไรก็ยังคงเงียบอย่างนั้น โดยเฉพาะคำแนะนำที่บอกว่าจะมีชุดไฟสำรองฉุกเฉินที่ให้แสงสว่างเพียงพอ เพื่อนผมถึงกับสบถออกมาชุดใหญ่ เพราะเราอยู่ท่ามกลางความมืดมาพอสมควร จนเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ แต่เรารู้สึกเหมือนผ่านไปหนึ่งปี เพื่อนผมจึงงัดประตู โดยไม่สนใจคำแนะนำที่บอกว่าห้ามงัด เพื่อนผมคนนั้นเรียนช่างกล มันจึงมีเหล็กขูดชาฟต์ และไม้บรรทัดฟุตเหล็กติดตัว เพื่อนใช้ทั้งสองชิ้นนี้งัดจนประตูเปิด ปรากฏต่อหน้าว่าเราอยู่กึ่งกลางระหว่างชั้น 7 และชั้น 8 เพื่อนดันก้นให้ผมขึ้นไปก่อน ตัวมันดันตัวเองขึ้นมาได้ทันจังหวะที่ลิฟต์ซึ่งอยู่ดีๆ ก็ขาดผึงตกลงไปชั้นล่าง

เราโมโหกันมาก หากเราไม่งัดก็คงตกลงไปตายไปแล้ว แต่ทางนิติบุคคลคอนโดฯ กลับให้เราชดใช้ อ้างว่าถ้าเราไม่งัดลิฟต์จะไม่ตก ทำให้เพื่อนผมตรงเข้าไปต่อยเจ้าหน้าที่ปากเสียคนนั้นไปหนึ่งหมัด อาผมได้ยินเรื่องนี้ภายหลังถึงกับติดต่อ ทนายจะฟ้องร้องชุดยามรักษาความปลอดภัยชุดนั้นกลับ เพราะคอนโดฯ นี้เพิ่งเปิดใช้มาเพียงปีเศษ มิหนำซ้ำห้องคอนโทรลซึ่งเห็นกล้องวงจรปิดทั้งหมดในคอนโดฯ และในตัวลิฟต์ด้วย แต่เวลานั้นกลับไม่มีคนนั่งเฝ้า

เวลาต่อมาการใช้ลิฟต์เป็นเรื่องหนักหนาสาหัสสำหรับผมมาก หากเดินขึ้นไหวก็จะเดิน เลี่ยงได้ก็จะเลี่ยง

วันนั้นผมเลี่ยงขึ้นลิฟต์ไม่ได้เลย เป็นลิฟต์ของโรงพยาบาลขนาดเล็กที่มีเพียงสองตัวสำหรับผู้มาเยี่ยมไข้และคนใช้บริการ ทางหนีไฟก็แคบและมืด ห้องคนไข้คนนั้นอยู่ชั้น 10 เป็นห้องของอาผม แกป่วยด้วยโรคปอดมานอนพักรักษาตัวหลายวันแล้ว วันนั้นเพิ่งทุ่มเศษๆ ผมกดลิฟต์แล้วก็ยืนรอ รอบๆ ไม่มีคนเลย อย่างที่บอกเป็นโรงพยาบาลเล็กๆ ที่มีเพียงตึกเดียว รอได้ไม่นานก็มีคนมายืนรอด้วย เป็นชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่ง ผมรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้างเวลาที่ขึ้นลิฟต์แล้วมีคนขึ้นด้วย

ทว่าลิฟต์พาขึ้นได้เพียงห้าชั้นค้างและไฟดับ ผมตกใจในตอนแรก พยายามตั้งสติในเวลาต่อมา ผู้ชายผู้หญิงในลิฟต์นั้นไม่ต้องพูดถึง สติหายกลายเป็นเหมือนคนบ้าที่เฝ้าหวีดร้องตะโกนเสียงดังในลิฟต์ราวกับกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ไร้ทางออก โดนฉลามกำลังบุกเข้ามา หรือกำลังเผชิญหน้ากับเสือโคร่ง เมื่อเพื่อนร่วมชะตากรรมควบคุมตัวเองไม่ได้ ผมจึงต้องพยายามควบคุมตัวเองเพื่อให้สถานการณ์ไม่เลวร้ายลงไปอีก ทั้งๆ ที่ใจหวาดกลัวอย่างที่สุด

ผมกดปุ่มอีเมอร์เจนซี่รูปกระดิ่งแล้วบอกไปว่า ลิฟต์ติดอยู่ชั้น 5 สักพักมีเสียงผู้ชายห้าวๆ ถามกลับมาว่าอยู่กันกี่คน ผมตอบไปว่ารวมผมเป็นสาม น้ำเสียงที่ตอบมาคล้ายแปลกใจ แล้วบอกว่าให้อยู่นิ่งๆ จะมีคนไปช่วย ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นในลิฟต์

ผ่านไปนานก็ยังไม่มีคนมา แสงสว่างรางๆ ในห้องลิฟต์พอให้เห็นว่าผู้หญิงที่หน้าตาซีดเซียวกำลังก้มลงมองพื้นลิฟต์ ผู้ชายก็เอาแต่มองพื้นเช่นเดียวกัน ตั้งแต่เข้ามาพวกเขาทั้งสองคนไม่เคยทักทายผมเลย ในสถานการณ์อย่างนี้ผมคิดว่าช่างเหอะ เอาตัวเองให้รอดเป็นพอ ผมจึงพยายาม งัดประตูให้เปิดออกด้วยมือเปล่า ผมเรียกพวกเขาให้ช่วย ทว่าก็ยังยืนนิ่งก้มหน้ามองแต่เท้าตัวเอง ผมจึงโมโห “เหี้ย กูออกไปคนเดียวของกูล่ะกัน” ว่าแล้วก็ออก แรงด้วยความโมโหสุดขีดจนประตูแยกออกจากกันอย่างง่ายดาย ข้างหน้ามืดและว่างเปล่า ชั้นไหนก็ไม่รู้ แต่ไม่ได้อยู่กึ่งกลางระหว่างชั้นใดเหมือนหนก่อนก็ดีแล้ว ผมรีบก้าวออกอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้นเองด้านหลังก็มีเสียงฟุบ! ผึ่ง! เมื่อหันไปผมเห็นตัวลิฟต์ดิ่งลงข้างล่างอย่างรวดเร็ว ตามด้วยเสียงโครมสนั่นดังลั่น ผมตกใจกลัวจนหมดสติไป

หลังเหตุการณ์นี้คนในโรงพยาบาลต่างไม่ยอมพูดถึงเรื่องนี้ พูดแต่เพียงว่า ผมสลบไปและยินดีรักษาพยาบาลโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ฟรีนั่นแหละครับ แต่เรื่องลิฟต์เขาก็ขอโทษที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทั้งผมและอาตอนแรกคิดว่าเขาคงปกปิดเรื่องมีคนตกลิฟต์ตายแน่นอน ซึ่งในเวลาต่อมาเรื่องที่เราคาดเดาก็ถูกต้อง เพียงแต่ว่าไม่ได้เกิดพร้อมผมในวันนั้น แต่เกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อน กล่าวคือ ทุกครั้งที่ลิฟต์ติด มักมีคนเห็นผู้ชายผู้หญิงคู่นี้เสมอก่อนที่ลิฟต์จะติดหรือค้างและเห็นอยู่ในลิฟต์โดยไม่พูดไม่จาเหมือนกัน ทุกครั้ง คนสองคนนั้นตายในอุบัติเหตุลิฟต์ โรงพยาบาลขาดเมื่อสิบปีก่อน เป็นเรื่องที่ทาง โรงพยาบาลพยายามทำให้เงียบมาโดยตลอด

“อย่างนี้ละมั้ง เขาก็เลยมาให้เห็นเวลาลิฟต์ค้าง เพื่อไม่ให้เรื่องเงียบ” อาผมบอก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน