นับวันปัญหาค่าไฟแพงยิ่งสร้างความปวดหัวให้ประชาชนทั่วไป รวมถึงองค์กรและภาคธุรกิจจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้คนมองหาความรู้ และวิธีประหยัดพลังงานที่ได้ผลจริง หนึ่งในนั้นคือการหันมาใช้พลังงานสะอาด ซึ่งจะไม่ส่งผลเสียต่อโลก และทำให้ทุกสิ่งมีชีวิตสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอย่างแท้จริง

ในฐานะที่ โลตัส คือหนึ่งในองค์กรที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เดินหน้ามาตรการเพื่อโลกใบนี้ ด้วยการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์เพื่อผลิตพลังงานทดแทน สำหรับใช้ในสาขาทั้งขนาดใหญ่ กลาง เล็ก และตั้งเป้าว่าจะติดตั้งจนครบ 566 สาขาภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะช่วยประหยัดไฟฟ้าโดยเฉลี่ยได้มากกว่าร้อยละ 12 เลยทีเดียว

นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืน ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย อธิบายว่า โลตัส มีเป้าหมายร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ต้องการเป็นองค์กรที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายในปี 2030 พร้อมยังมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 โดยหนึ่งในแผนงานเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว คือการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาศูนย์กระจายสินค้าและสาขาทุกขนาด เพื่อผลิตพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ ทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้า

“ในปี 2564 เราติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาแล้ว 98 สาขา และภายในสิ้นปีนี้เรามีแผนติดตั้งเพิ่มเติมทั้งหมด 468 สาขา จะทำให้ โลตัส มีสาขาที่มีโซล่าเซลล์เพื่อผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ใช้เองได้ 566 สาขา จะมีกำลังการผลิตโดยรวม 101 เมกะวัตต์ หรือประมาณ 12% ของการใช้ไฟฟ้ารวมทั้งหมดในธุรกิจ” นางสาวสลิลลา กล่าว

ทั้งนี้ โลตัส ยังวางแผนติดตั้งแผงโซล่าเซลล์เพิ่มเติมต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและการใช้พลังงานหมุนเวียนให้กลายเป็นขุมพลังงานหลัก คาดว่าภายในปี 2567 จะมีโลตัสถึง 1,042 สาขา ที่ติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคา และจะมีกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์รวม 135 เมกะวัตต์ คิดเป็นร้อยละ 13.4 ของการใช้พลังงานทั้งหมดในธุรกิจ

“การติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาสาขาเพื่อผลิตพลังงานสะอาดใช้ เป็นทางเลือกที่มีความยั่งยืน ทั้งในมิติเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงแค่นั้น โลตัส ยังมีโครงการอื่นๆ เพื่อช่วยโกใบนี้ให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น อาทิ การใช้รถ EV หรือรถพลังงานไฟฟ้าสำหรับขนส่งสินค้า โครงการปลูกป่า การกำหนดเป้าหมายยกเลิกการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยากต่อการรีไซเคิลให้ได้ทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2568 (Exit hard-to-recycle materials by 2025) ซึ่งเราคาดว่าจะช่วยให้เครือเจริญโภคภัณฑ์บรรลุเป้าหมายในการเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนได้ภายในปี 2030” ผู้บริหารโลตัส ทิ้งท้าย

หากใครต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับมาตรการและวิธีดำเนินการที่มีประโยชน์ต่อโลกใบนี้ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Lotus’s – โลตัส, รวมถึงเว็บไซต์ https://www.lotuss.com

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน