จรยุทธ เตือน เด็กเสียชีวิตบนรถโรงเรียน อย่าให้เป็นไฟไหม้ฟาง ระบุ กระทรวงศึกษาธิการ ต้องมีสำนึกรับผิดชอบกว่านี้
วันที่ 6 ก.ย.2565 นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตยานนาวา-บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล แสดงความเห็นต่อเหตุการณ์นักเรียนถูกลืมบนรถตู้รับ-ส่งนักเรียน จนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต ว่า กรณีที่เกิดขึ้นไม่ใช่ครั้งแรกทั้งที่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นความสูญเสียที่ไม่สามารถมีสิ่งใดมาทดแทนได้และไม่ควรเกิดขึ้นอีกแม้แต่กรณีเดียว
นายจรยุทธ กล่าวต่อว่า แต่เวลาผ่านไปเพียง 1 สัปดาห์ก็ดูเหมือนจะกลายเป็นกรณีไฟไหม้ฟางอีกเรื่องหนึ่ง แม้จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าขนาดนี้ แต่กลับแทบมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใดเลย สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เชื่อว่า เป็นเพราะบรรดาผู้บริหารการศึกษาไม่ได้มองเห็นความสำคัญอย่างแท้จริง ดังเช่น สิ่งที่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ มีมาตรการออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อนก็เหมือนแค่สั่งการแบบขอไปที ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาใด ๆ เช่น
นายจรยุทธ กล่าวอีกว่า มอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาประสานสถานศึกษาในสังกัด สอศ.ทั้งของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ ไปคิดค้นนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ป้องกันและช่วยเหลือเด็กที่ติดอยู่ในรถยนต์โดยด่วน หรือให้นำนวัตกรรมที่สำเร็จไปติดตั้งกับโรงเรียนในเขตพื้นที่ของวิทยาลัยนั้น ๆ เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์
นายจรยุทธ กล่าวด้วยว่า หรือการที่แค่มอบหมายปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศ ดำเนินการกำกับ ติดตามและสุ่มตรวจสอบการใช้รถรับ-ส่งนักเรียนของโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งคงต้องบอกว่าสิ่งที่ดำเนินการไปนั้นทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว แต่เป็นในทางเอกสารเท่านั้น นี่คือวิธีการแก้ปัญหากระทรวงและข้าราชการไทย
“ด้วยท่าทีแค่นี้ต้องบอกว่าไม่ได้แตกต่างจากภาระงานทั่วไปที่หน่วยงานต่างๆต้องทำอยู่แล้วตามหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการสุ่มตรวจ หรือการตรวจเช็คสภาพรถ การตรวจเช็คจำนวนนักเรียนเวลาขึ้นหรือลงรถ แต่สิ่งที่เราต้องการคือ การแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาในฐานะนักการเมืองและรัฐมนตรีผู้มีความรับผิดชอบสูงสุด
สิ่งที่หายไปจากคำสั่งนี้คือ สำนึกที่พร้อมรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของนักเรียน เรื่องแบบนี้หากเกิดในประเทศที่ให้ความสำคัญกับเด็กและการศึกษา รัฐมนตรีคงลาออกเพื่อสร้างวัฒนธรรมความรับผิดชอบ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเตือนให้คนที่จะมารับหน้าที่นี้ต่อไปให้ตระหนักถึงความสำคัญของงานที่อยู่ในมือของตนเอง แม้แต่ชีวิตเดียวเราก็ยอมให้สูญเสียไม่ได้”
นายจรยุทธ กล่าวต่อว่า หาก รมว.ศึกษาธิการ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายยังไม่กล้าที่จะสร้างวัฒนธรรมความรับผิดชอบแบบนี้ทันที อย่างน้อยที่สุดก็ต้องสร้างความมั่นใจว่า เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นอีกด้วยการขอเดิมพันด้วยตำแหน่ง เพื่อเป็นสิ่งเตือนตัวเองว่าจะต้องทำทุกวิถีทางไม่ให้เกิดเหตุ
“ผมมองไม่เห็นเหตุผลใดที่จะไม่กล้าประกาศสัญญานี้ออกมา เพราะถ้าไม่กล้าเท่ากับท่านจะยอมให้มีสิ่งนี้เกิดขึ้นกับเด็กๆของเราอีกใช่หรือไม่ ผมเชื่อว่ารัฐมนตรีมีอำนาจในมือมากพอที่จะทำได้มากกว่าการมอบหมายไปสุ่มตรวจ เช่น การออกคำสั่งที่ชัดเจนว่า นอกจากการตรวจเช็กจำนวนเด็กขึ้นลงรถแล้ว รถโรงเรียนทุกคัน เมื่อจอดจะต้องเปิดท้ายหรือประตูเอาไว้ เพื่อป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้น หากมีเด็กที่ถูกลืมเขายังสามารถออกมาด้วยตนเองได้ ซึ่งแนวทางนี้มีบางโรงเรียนได้ทำเป็นต้นแบบไว้แล้ว จึงไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร หากกระทรวงจะมีคำสั่งเพิ่มที่ชัดเจนเรื่องนี้ออกมาแล้วให้ปฏิบัติทันที”
