สผ. สรุปประชุม CBD COP 15 “กรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออล ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก” เพื่อมุ่งสู่โลกที่มนุษย์อยู่อย่างเป็นมิตรกับธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่รงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย จัดประชุมเผยแพร่ สรุปการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 15 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง หรือ “CBD COP15 Debriefing: Towards a More Nature-Positive World”

ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสผ. เป็นประธานเปิดการประชุมฯ และกล่าวบรรยายในหัวข้อ “Tackling Biodiversity & Climate Crises Together” เพื่อนำเสนอความสำคัญของการเชื่อมโยงการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่สามารถดำเนินการแยกกันได้ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัย ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน 250 คน

ดร.พิรุณ กล่าวว่า สำหรับการประชุม CBD COP15 ช่วงที่ 2 ณ นครมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ซึ่งจบไปเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว มีประเด็นสำคัญคือ การรับรองกรอบงานความหลากหลายทางชีวภาพของโลกฉบับใหม่ ต่อจากแผนกลยุทธ์ความหลากหลายทางชีวภาพและเป้าหมายไอจิซึ่งสิ้นสุดลงตั้งแต่ปี พ.ศ.2563 โดยในที่สุดหลังจากได้มีการเจรจาต่อรองนานกว่า 4 ปี กรอบงานโลกฉบับใหม่นี้ได้รับการรับรองโดยได้ชื่อว่า กรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework) กรอบงานฯ ประกอบด้วย 4 เป้าประสงค์หลักที่ต้องการให้บรรลุวิสัยทัศน์ปี 2050 – การอยู่ร่วมกันอย่างสอดคล้องและเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ภายในปี ค.ศ.2050 และเป้าหมายที่ต้องการให้บรรลุภายใน ปี ค.ศ.2030

สผ. สรุปประชุม CBD COP 15 “กรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออล ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก”

แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.ลดภัยคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น การฟื้นฟู การเพิ่มพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง การลดมลพิษ และการกำจัดชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานซึ่งมีผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ 2.การใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์จากฐานชีวภาพ การบริหารจัดการพื้นที่เกษตร ประมง ในรูปแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 3.กลไกการผลักดัน ให้ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นกระแสหลัก เช่น ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนมากขึ้น โดยเฉพาะภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน การเสริมสร้างสมรรถนะ

กรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลกนับว่ามีความสำคัญ
เพราะเป็นกรอบที่ประเทศภาคีจะนำไปถ่ายทอดสู่การดำเนินงานในระดับประเทศผ่านการจัดทำเป้าหมายระดับชาติ (national targets) กลยุทธ์และแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 5 หรือเรียกว่า NBSAP ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ ซึ่ง สผ. ในฐานะหน่วยประสานงานกลางของอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศในระยะต่อไปต้องการแรงผลักดันจากภาครัฐในการกำหนดนโยบายต่างๆ และที่สำคัญคือความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคมเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกโฉม (transformative change) พร้อมๆ กับการรับรองกรอบงานคุณหมิง-มอนทรีออลฯ ที่ประชุม CBD COP 15 ได้มีการนำเสนอชุดตัวชี้วัดต่างๆ เพื่อติดตามการดำเนินงานตามเป้าประสงค์และเป้าหมาย ซึ่งประเทศภาคีสามารถเลือกมาใช้ได้ตามความเหมาะสมกับบริบทของประเทศ ควบคู่ไปกับการจัดทำ NBSAP

การประชุมครั้งนี้ ดร. จิตตินันท์ เรืองวีรยุทธ ผู้อำนวยการกองจัดการความหลากหลายทางชีวภาพสผ. ได้ถ่ายทอดผลลัพธ์จากการประชุม CBD COP 15 ช่วงที่ 2 ให้ผู้เข้าร่วมการประชุมได้รับทราบ โดยเฉพาะรายละเอียดกรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออล ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก รวมถึงช่องว่างและโอกาสของประเทศไทยในการถ่ายทอดกรอบงานระดับโลกไปสู่การดำเนินงานระดับประเทศ รวมถึงประเด็นสำคัญที่ได้มีการหารือในการประชุม CBD COP 15 นอกจากนี้ยังมีเวทีการเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นจากนักวิชาการในประเด็นการหารือที่น่าสนใจต่อเนื่องจากการประชุม CBD COP 15 ได้แก่ ความท้าทายภายใต้เป้าหมายการอนุรักษ์ 30×30, เทคโนโลยีดิจิทัลของข้อมูลลำดับพันธุกรรม (Digital Sequence Information: DSI), โอกาสและความท้าทายในการดำเนินงานของภาคการเงินและการธนาคารเพื่อสนับสนุนการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม, และวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง (citizen science) กับการสนับสนุนกรอบงานฯ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน