เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะอาจารย์ผู้บรรยายกฎหมายในมหาวิทยาลัยของรัฐเเละเอกชนได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นทางวิชาการเกี่ยวกับข้อกฎหมายเรื่องอายุความฐานบุกรุกพื้นที่ป่า มีข้อความว่า ข้อสังเกตเรื่องความแตกต่างของการนับอายุความการกระทำความผิดฐานบุกรุกพื้นที่ป่าและความผิดฐานบุกรุกที่ดินตามประมวลกฎหมายอาญา ตนขอให้ความเห็นส่วนตัวทางวิชาการเป็นข้อสังเกตเรื่องความแตกต่างของการนับอายุความการกระทำความผิดฐานบุกรุกพื้นที่ป่าและความผิดฐานบุกรุกที่ดินตามประมวลกฎหมายอาญาดังนี้

ดร.ธนกฤต กล่าวต่อว่า การเข้าไปบุกรุกปลูกสร้างที่พักอาศัยและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ในพื้นที่ป่า อันเป็นการยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 (1) ถ้าได้บุกรุกพื้นที่ป่ามีเนื้อที่เกินกว่า 50 ไร่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 108 ทวิ และเป็นการกระทำความผิดตามพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 หากพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกมีเนื้อที่เกิน 25 ไร่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่2ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 1 หมื่นบาท ถึง 1 แสนบาทตามมาตรา 72 ตรี

ดร.ธนกฤต กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า การเข้าไปยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าซึ่งเป็นที่ดินของรัฐเป็นความผิดในทันทีที่เข้าไปยึดถือครอบครองโดยความผิดเกิดขึ้นตั้งแต่ขณะผู้บุกรุกเข้าไปปลูกบ้านพักอาศัยและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ และยึดถือครอบครองเอาพื้นที่ป่าซึ่งเป็นที่ดินของรัฐและจะยังคงเป็นความผิดเช่นนั้นตลอดไปจนกว่าผู้บุกรุกจะออกไปจากพื้นที่ป่า การที่ผู้บุกรุกยังคงยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าตลอดมาจึงเป็นความผิดต่อเนื่องอยู่ทุกขณะ จนกว่าผู้บุกรุกจะยุติการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่า อายุความในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 จึงยังไม่เริ่มนับ

ดร.ธนกฤต กล่าวว่า แต่จะเริ่มนับอายุความตั้งแต่ที่ผู้บุกรุกยุติการยึดถือครองครองพื้นที่ป่าเป็นต้นไป เช่น นาย ก. เข้าไปบุกรุกปลูกสร้างบ้านพักอาศัยและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในพื้นที่ป่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 โดยมีเนื้อที่ป่าที่ถูกบุกรุกจำนวน 100 ไร่ และนาย ก. ยังคงยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี และมีอายุความในการฟ้องร้องผู้กระทำความผิด 15 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 นาย ก. จะอ้างว่าเมื่อนับเวลาที่ตนบุกรุกเข้ายึดถือครอบครองพื้นที่ป่าครั้งแรกในปี พ.ศ. 2531 จนถึงปัจจุบันในปี พ.ศ. 2561 เวลาได้ล่วงผ่านมาแล้วร่วม 30 ปี คดีจึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 แล้วไม่ได้

“เนื่องจากการบุกรุกด้วยการเข้าไปยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าซึ่งเป็นที่ดินของรัฐเป็นความผิดต่อเนื่อง คือมีความผิดเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาที่ยังคงบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าอยู่ จนกว่าจะออกไปจากพื้นที่ป่าที่บุกรุก เมื่อนาย ก. ยังคงยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าตลอดมาจึงเป็นความผิดต่อเนื่องอยู่ทุกขณะ ตราบเท่าที่ นาย ก. ยังคงยึดถือครอบครองที่พิพาทอยู่ คดีจึงไม่ขาดอายุความ ซึ่งศาลฎีกาเคยวินิจฉัยกรณีลักษณะนี้ไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2565/2543” ดร.ธนกฤต กล่าว

ดร.ธนกฤต กล่าวต่อว่า สำหรับที่ดินที่เป็นพื้นป่านั้น เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันตามมาตรา 1304 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การครอบครองพื้นที่ป่าอยู่นานเท่าใดก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ เนื่องจากมาตรา 1306 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติห้ามมิให้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับแผ่นดินในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งแตกต่างจากการก่อสร้างบ้านพักอาศัยและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ในที่ดินของผู้อื่นซึ่งเป็นที่ดินของเอกชนที่เป็นการกระทำความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา ที่ศาลฎีกาวางแนวการวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2253/2531 ว่า ความผิดฐานบุกรุกที่ดินตามประมวลกฎหมายอาญาไม่ใช่ความผิดต่อเนื่อง แต่เป็นความผิดที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงทันที่ที่จำเลย ผู้บุกรุก เข้าไปกระทำการบุกรุก ส่วนการครอบครองที่ดินต่อมาเป็นเพียงผลของการบุกรุกเท่านั้น ไม่เป็นการกระทำความผิดฐานบุกรุกซ้ำอีก

การกระทำของจำเลยที่ยังคงครอบครองและไม่ยอมออกไปจากที่ดินของโจทก์จึงไม่เป็นความผิดต่อเนื่อง ทำให้การนับอายุความการกระทำความผิดอาญาต้องเริ่มนับทันทีตั้งแต่ที่ได้มีการกระทำความผิดฐานบุกรุกในครั้งแรก และการจะฟ้องร้องดำเนินคดีกับจำเลยต้องฟ้องภายในอายุความตามที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 กำหนดไว้ มิฉะนั้น จะทำให้คดีขาดอายุความ เช่น ความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 และมาตรา 365 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากโจทก์จะฟ้องจำเลยที่ก่อสร้างบ้านพักอาศัยและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ บุกรุกที่ดินของโจทก์และจำเลยยังคงครอบครองที่ดินของโจทก์อยู่ โจทก์ต้องฟ้องจำเลยภายในอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่จำเลยบุกรุกที่ดินของโจทก์ในครั้งแรก เพราะการครอบครองที่ดินต่อมาของจำเลยเป็นเพียงผลของการบุกรุก การบุกรุกที่ดินโจทก์ของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดต่อเนื่องโดยความผิดฐานบุกรุกที่ดินของโจทก์ได้เกิดขึ้นและสิ้นสุดสำเร็จลงแล้วตั้งแต่ครั้งแรกที่จำเลยได้บุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่มีการจับกุมนายเปรมชัย กรรสูต ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อป เมนต์ พร้อมพวกรวม 4 คน พร้อมซากสัตว์ป่าที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเเล้ว ยังพบว่า รีสอร์ตของบริษัทที่นายเปรมชัยเป็นกรรมการบริษัท ได้มีการบุกรุกพื้นที่ป่า อ.ภูเรือ และ อ.ด่านซ้าย จ.เลย ซึ่งล่าสุด นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ และเจ้าหน้าที่กรมที่ดินได้แจ้งความดำเนินคดีกับกรรมการบริหารบริษัท ซี พี เค อินเตอร์เนชั่นแนล

ประกอบด้วย มี น.ส.พิไลจิตร เริงพิทยา นางนิจพร จรณะจิตต์ และนางเอมอร เทิดประวัติ ซึ่งทั้งหมดเป็นพี่สาวนายเปรมชัย ฐานบุกรุกพื้นที่ป่าในท้องที่ อ.ภูเรือ กว่า 6,000 ไร่ เนื่องจากพบว่ามีนำที่ดินที่ถูกเพิกถอนมาทำหนังสือรับรองการทำประโยชน์บางส่วนมายื่นออกโฉนดที่ดิน ถือว่าเจตนาครอบครองที่ดินโดย มิชอบ รวมพื้นที่ 6,215 ไร่ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ กฎหมายที่ดิน และ พ.ร.บ.ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน