เมื่ออุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ด้วยนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เข้ามาตอบโจทย์เทรนด์รักษ์โลกในปัจจุบัน ดังนั้น กลุ่มบริษัท ปตท. ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานที่สำคัญของไทย ได้เล็งเห็นความสำคัญและร่วมผลักดันการใช้พลังงานสะอาด ด้วยการนำนวัตกรรมที่รองรับและยกระดับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยนำมาจัดแสดงในงาน Fast Auto Show Thailand and EV Expo 2023 งานมหกรรมยานยนต์ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

นางกนกพร รอดรุ่งเรือง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เผยว่า กลุ่ม ปตท. ได้เข้าร่วมงาน Fast Auto Show Thailand and EV Expo 2023 โดยโชว์ศักยภาพด้านธุรกิจพลังงานรูปแบบใหม่มาสาธิตและให้ข้อมูลที่ประโยชน์แก่ประชาชน เพื่อรองรับและผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากยุคของรถยนต์น้ำมันไปสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า
“กลุ่ม ปตท. ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 15% ภายในปี 2030 ที่จะบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2040 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ซึ่งจะเร็วกว่าเป้าหมายของประเทศ” นางกนกพร กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทในกลุ่ม ปตท. ได้แก่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) และ บริษัท อรุณ พลัส จำกัด ได้ผนึกกำลังรวบรวมนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำต่างๆ มาจัดแสดงในบูธ ‘PTT Ignite Life Potential จุดพลังชีวิต ขับเคลื่อนอนาคต’ สอดคล้องตามเป้าหมายของกลุ่ม ปตท. ที่พร้อมจุดพลังขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมพลังงานอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ชุมชนและสังคม

ขณะที่ภายในงานได้เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบเคลื่อนที่เป็นครั้งแรก ภายใต้แบรนด์ Nuovo+ (นูโอโว พลัส) โดยหนึ่งในนวัตกรรมที่เป็นไฮไลต์สำคัญ คือ E-Plvs – Mobile Energy Storage Charging เป็นอุปกรณ์กักเก็บและชาร์จพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบเคลื่อนที่อัจฉริยะ ที่มีความสะดวกสบาย หากรถแบตเตอรี่หมด ก็ไม่ต้องขับรถไปหาที่ชาร์จ แต่สามารถจอดรถที่ไหนก็ได้ แล้วปล่อยให้เครื่องประจุไฟเคลื่อนที่มายังจุดที่รถจอดอยู่เองได้

และอีกหนึ่งนวัตกรรมคือ Gendome – Portable Power Station เป็นอุปกรณ์กักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบเคลื่อนที่ได้ และใช้ได้กับเครื่องไฟฟ้าทุกชนิด มีช่องต่อมากถึง 16 ช่อง ไม่ว่าจะเป็น USB-A, USB-C, ปลั๊กไฟแบบ Universal และ Wireless Charger เอาใจสายท่องเที่ยวสไตล์แคมป์ปิ้ง ซึ่งทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ EV Value Chain ผ่านการเป็น Battery Solution Provider ที่พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิด Net Zero ของประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีการแนะนำ EVme แพลตฟอร์มบริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชัน ที่มอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าแบบง่ายๆ พร้อมบริการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้มีจำนวนรถให้เช่ากว่า 900 คัน โดยสามารถเลือกเช่าได้ตั้งแต่ 3-7 วัน และภายในสิ้นปีนี้ ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนรถให้เช่าเป็น 1,600-1,800 คัน โดย PTT EV Charger ยังร่วมสาธิตการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศจาก On-ion และบริการสลับแบตเตอรี่จักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบไม่ต้องรอชาร์จจาก Swap & Go
ขณะเดียวกันโออาร์ ยังนำเสนอนวัตกรรมสถานีชาร์จไฟฟ้า EV Station PluZ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้พลังงานของผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการก้าวสู่ผู้นำนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร พร้อมด้วยแอปพลิเคชัน EV Station PluZ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการค้นหาสถานีชาร์จ EV Station PluZ ที่มีให้บริการทั้งในและนอกสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ตอบโจทย์การเดินทางระยะใกล้-ไกล รองรับเส้นทางสายหลักกว่า 360 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องชาร์จในรูปแบบเร็วและแบบธรรมดา
ไม่เพียงเท่านั้น ภายในงานยังโชว์นวัตกรรมความแรงระดับโลกกับน้ำมันสูตรใหม่ Super Power น้ำมันเกรดพรีเมี่ยมสูตรที่ดีที่สุดจาก พีทีที สเตชั่น การันตีความแรงโดย 2 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ได้แก่ Matthias Lang ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมัน และ Shiotsu Yusuke นักแข่งรถระดับโลก ที่มาร่วมทดสอบและยืนยันความมั่นใจ
สำหรับ Super Power มีส่วนผสมของสาร Super Booster ที่มีคุณสมบัติหลักในการลดแรงเสียดทาน พร้อมสารเติมแต่งมากถึง 4 เท่า ช่วยเพิ่มอัตราเร่งความเร็วและความแรงของเครื่องยนต์ ทั้งยังช่วยให้เครื่องยนต์สะอาด รีดสมรรถนะออกมาได้อย่างเต็มที่ ประหยัดน้ำมันมากขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด โดยมีให้เลือก 2 สูตร คือ Super Power Gasohol 95 สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน และ Super Power Diesel B7 สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล
การเข้าร่วมงาน Fast Auto Show Thailand & EV Expo 2023 ในครั้งนี้ของกลุ่มบริษัท ปตท. แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความมั่นคงด้านพลังงานของไทยที่มีความแข็งแกร่งมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมุ่งหวังให้ประชาชนมีความมั่นใจและตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ตอบรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต
