สคทช. ร่วมกับ GISTDA จัดการประชุมเริ่มต้นโครงการจัดทำข้อมูลเพื่อติดตามการใช้ประโยชน์ในพื้นที่จัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.)
เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการ สคทช. เป็นประธานการประชุมเริ่มต้นโครงการ (Kickoff meeting) โครงการจัดทำข้อมูลเพื่อติดตามการใช้ประโยชน์ในพื้นที่จัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) นำโดยนางกานดาศรี ลิมปาคม รองผู้อำนวยการ GISTDA โดยมีนายประเสริฐ ศิรินภาพร รองผู้อำนวยการ สคทช. และนายณัฐวุฒิ เปลื้องทุกข์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สคทช. พร้อมเจ้าหน้าที่ทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วมหารือต่อแนวทางและแผนการดำเนินโครงการฯ

ทั้งนี้ โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สคทช. และ GISTDA ในการจัดทำข้อมูลภูมิสารสนเทศสำหรับการบริหารจัดการและติดตามการใช้ประโยชน์พื้นที่จัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมแก่เกษตรกรในพื้นที่ คทช. ในการดำเนินการตามระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EU Regulation on Deforestation-free products: EUDR) ที่กำหนดให้สินค้าควบคุม 7 ชนิด ได้แก่ โค โกโก้ กาแฟ น้ำมันปาล์ม ยางพารา ถั่วเหลือง และไม้ รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปที่เกี่ยวข้อง ที่นำเข้าและวางจำหน่ายในตลาดของสหภาพยุโรปภายหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ต้องแสดงให้เห็นว่าไม่มาจากแหล่งผลิตที่ก่อให้เกิดการทำลายป่าหรือทำให้ป่าเสื่อมโทรม ภายหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2563

โดย GISTDA จะได้ดำเนินการสนับสนุนข้อมูลภูมิสารสนเทศ โดยการอ่านแปลภาพถ่ายดาวเทียมการใช้ประโยชน์ที่ดินและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ คทช. ในช่วงปี 2563 นอกจากนั้น โครงการนี้ยังจะช่วยในการติดตามการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ คทช. นับตั้งแต่การดำเนินนโยบายจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ผ่านการอ่านแปลภาพถ่ายดาวเทียมในปี พ.ศ. 2558 และปัจจุบัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติม

อีกทั้งยังเป็นข้อมูลประกอบในการกำหนดมาตรการและแนวทางในการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินและการพัฒนาอาชีพในพื้นที่ คทช. อย่างเหมาะสม ผ่านการจัดทำระบบข้อมูลภูมิสารสนเทศที่ทันสมัย เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของ สคทช. เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมต่อไป
